นวัตกรรมการจัดการ Logistics ในภาคเกษตรกรรม

เนื่องจากจำนวนประชากรโลกเพิ่มขึ้น แต่การผลิตอาหารในภาคเกษตรกรรมกลับลดลง สังเกตได้จากราคาของผลผลิตที่แพงขึ้นในทุก ๆ ปี ยกตัวอย่างเช่น ทุเรียน ผลไม้เศรษฐกิจที่ชาวจีนนิยมรับประทาน มีปริมาณการส่งออกสูงมากในแต่ละปี พ่อค้าชาวจีนบางรายหัวใส ทำสัญญาจับจองต้นทุเรียนตามสวน เพื่อรับรองนักท่องเที่ยวชาวจีนจากทัวร์ 0 เหรียญ ถือเป็นกลยุทธ์ทางโลจิสติกส์แบบหนึ่งเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ ทุเรียนจึงมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคในประเทศไทย ราคาทุเรียนจึงสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปีตามลำดับ

มีแนวโน้มว่าธุรกิจด้านการเกษตรกรของไทยจะเติบโตมากขึ้นในปีถัดไป เพราะประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกกว้างขวางและอุดมสมบูรณ์ ปราศจากภัยธรรมชาติร้ายแรงเช่นประเทศอื่น ๆ มากสุดแค่น้ำท่วม แต่ก็ไม่กินระยะเวลานานมากนัก แต่ปัญหาคือเกษตรกรไทยมักจะทิ้งพื้นที่เพาะปลูกให้รกร้าง แล้วหันไปทำอาชีพอื่นแทน ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรของไทยมีจำนวนลดลงมากในปีล่าสุด ทั้งยังมีราคาแพงขึ้นมากอีกด้วย

เกษตรกรไทยควรลดการจำกัดบทบาทตัวเองในด้านการผลิต ภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความรู้กับเกษตรกรด้านการจัดการโลจิสติกส์ในพื้นที่เพาะปลูก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการตามกระบวนการที่ถูกต้อง เป็นการเพิ่มความสามารถให้กับเกษตรกรไทย เน้นการเพาะปลูกให้ตรงกับความต้องการของตลาด และมีปริมาณเพียงพอในแต่ละปี ทั้งนี้ทั้งนั้น เกษตรกรไทยก็ต้องมีความเชื่อมั่นในตนเอง และเปิดใจรับความรู้ด้านโลจิสติกส์ด้วยเช่นกัน

การจัดการบริหารด้านโลจิสติกส์ที่ดี จะช่วยลดการสูญเสียจากกระบวนการเก็บรักษาและการขนส่งสินค้าได้ ตามที่เห็นกันในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ข่าวสับประรดราคาตก เหลือเพียงกิโลกรัมละ 1-5 บาท ทำให้เกษตรกรบางกลุ่มประชดประชันด้วยการนำสับประรดมาเททิ้งตามถนน นั่นเป็นเพราะเกษตรกรไทยขาดความรู้ในด้านโลจิสติกส์ ลองมาคิดกันเล่น ๆ ดูว่า หากพวกเขารวมตัวกัน ช่วยกันหาทางแก้ปัญหา จะช่วยลดความสูญเสียได้มากขนาดไหน

ถ้ากลุ่มเกษตรกร หันมารวมตัวในแต่ละชุมชน หาทางแปรรูปสับประรดในหลาย ๆ รูปแบบ พัฒนาเป็นสินค้าตามฤดูกาลหรือสินค้าประจำชุมชน มองหาสถานที่ฝากขาย หรือใช้ช่องทางในโซเชียลเน็ตเวิร์คให้เป็นประโยชน์ หรือจะนำมากวนเพื่อส่งขายโรงงานขนมใช้สำรับทำไส้คุกกี้และไส้บิสกิตต่าง ๆ หากโชคดี อาจมีโรงงานมารับซื้อถึงที่ ทำให้ลดต้นทุนด้านการขนส่งไปอีก พวกเขาก็จะมีกำไรเพิ่มขึ้นมากกว่าการขายสับประรดสด ๆ ในราคาไม่ถึงสิบบาทอย่างแน่นอน ไม่ต้องนำมาเททิ้งให้เสียของ ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการสูญเสียจากกระบวนการเก็บรักษาได้ดีอีกด้วย