การปรับใช้การบริหารด้าน Logistics กับกิจการขนาดเล็กหรืออุตสาหกรรมท้องถิ่น

การจัดการด้าน Logistics จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลกำไรให้กับธุรกิจทุกประเภท สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก การจัดการด้านโลจิสติกส์ถือเป็นเรื่องจำเป็น เพราะธุรกิจของคุณจะเติบโตหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการนี้ทั้งสิ้น ซึ่งการจัดการด้านโลจิสติกส์นั้นไม่ใช่เรื่องเข้าใจยากหรือซับซ้อน มันคือเรื่องของการบริหารต้นทุน การผลิต และการขนส่งจนถึงมือผู้บริโภคนั่นเอง

ก่อนอื่น เจ้าของกิจการต้องวางแผนด้านการผลิตก่อน ว่าสินค้าของเราจะทำการจัดซื้อวัตถุดิบจากที่ไหน ราคาเท่าไหร่ และถ้าอีกแหล่งหนึ่งให้ราคาวัตถุดิบที่ถูกกว่า ค่าขนส่งวัตถุดิบจากแหล่งจำหน่ายมาจนถึงโรงงาน ถ้าเทียบกับเจ้าแรกนั้น ใช้งบประมาณมากกว่าหรือน้อยกว่าอย่างไร หากเจ้าแรกราคาแพงกว่าแต่อยู่ใกล้โรงงานเรานิดเดียวแถมยังมีบริการจัดส่งสินค้าให้ฟรีภายใต้เงื่อนไขต่าง ๆ เช่นสั่งซื้อในปริมาณที่กำหนด หรือจัดส่งฟรีในระยะห่างไม่เกิน 1 กิโลเมตร ถึงจะมีราคาสูงกว่าแต่ก็ลดต้นทุนให้เราได้มากกว่าเจ้าที่ให้ราคาถูกกว่า เป็นต้น

ทันข่าวสารอยู่เสมอและหัดเป็นคนช่างสังเกต การเป็นเจ้าของกิจการ ต้องอับเดตข่าวสารทางธุรกิจตลอดเวลา เพื่อลดความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ เช่น ผู้ประกอบการเปิดร้านเครื่องสำอางในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง มียอดขายเป็นที่น่าพอใจ แต่ต่อมาไม่นานก็มีห้างเปิดใหม่มาเปิดตัวอยู่ฝั่งตรงกันข้าม เครื่องสำอางแบรนด์หนึ่งมีโปรลดราคาในห้างนั้น ทำให้ส่งผลกระทบกับยอดขาย ทางร้านจึงพลิกแพลงด้วยการใช้โปรโมชั่นเครื่องสำอางเก่าแลกซื้อเครื่องสำอางใหม่ในราคาพิเศษ โดยไม่จำกัดแบรนด์ที่นำมาแลกซื้อ ทำให้ทางร้านมีรายได้เพิ่มขึ้นและได้มีโอกาสเคลียร์สต๊อกสินค้าตามหลักการจัดการด้านLogistics อีกด้วย

พลิกแพลงตามสภาพเศรษฐกิจ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจมีความผันแปรอยู่ตลอดเวลา ผู้ประกอบการต้องมีไหวพริบและพร้อมที่จะพลิกแพลงหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจของตนเองอยู่เสมอ การเตรียมพร้อมเหล่านี้จะช่วยให้คุณกล้าตัดสินใจ ยกตัวอย่างเช่น เจ้าของกิจการขายเสื้อผ้าขนาดเล็ก มีหน้าร้านที่ห้างสรรพสินค้าสองแห่ง ในช่วงปีแรก ๆ กิจการกำลังไปได้สวย แต่เจ้าของกิจการก็ไม่ชะล่าใจ เปิดหน้าร้านออนไลน์เพื่อช่วยขายเพิ่มอีกหนึ่งช่องทาง

ต่อมา ธุรกิจค้าปลีกเริ่มซบเซา พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนไป จากที่เคยเดินทางมาที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อเลือกซื้อเสื้อผ้า ก็เริ่มสั่งสินค้าจากทางเฟซบุ๊คเพิ่มมากขึ้น รายได้จากการขายออนไลน์เริ่มเติบโตในขณะที่รายได้จากหน้าร้านเริ่มลดลง เจ้าของร้านจึงตัดสินใจ ปิดตัวลง 1 สาขา และนำพนักงานขายมาอยู่รวมกันในร้านเดียว เพื่อรองรับเรื่องบริการหลังการขาย นอกจากนี้ ทางร้านยังเปิดรับแก้ทรงและซ่อมแซมเสื้อผ้าเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง เพราะมีจักรและช่างตัดเย็บฝีมือดีประจำแบรนด์เสื้อผ้าอยู่ก่อนแล้ว  ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมหาศาลและในส่วนของยอดขายรวมถึงคอมมิชชั่นของพนักงานก็เพิ่มขึ้นอีกด้วย

นี่คือตัวอย่างของผู้ประกอบการที่ใช้หลักการบริหารแบบ Logistics เป็นแนวทางนั่นเอง

 

ทำไมอาชีพนักจัดการด้านโลจิสติกส์จึงเป็นที่สนใจของกลุ่มนักศึกษา

จากการเปิดเผยสถิติด้านการศึกษาในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา สังเกตได้ว่ามีกลุ่มนักศึกษาเลือกเรียนเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้าน Logistics กันมากขึ้น เพราะคาดหวังว่าอาชีพที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต หางานได้ง่าย เป็นที่ต้องการในกลุ่มธุรกิจ และไม่มีการแข่งขันสูงเช่นอาชีพในแวดวงอื่น ๆ

แต่บางส่วนถือเป็นการคาดเดาที่ผิด เพราะอาชีพนี้มีเงื่อนไขในการคัดเลือกบุคลากรค่อนข้างสูง คนที่มีความสามารถจริง ๆ เท่านั้นที่จะผ่านการสัมภาษณ์และถูกส่งเข้าไปทดลองงาน กว่าจะได้ในตำแหน่งที่ต้องการ ก็ต้องผ่านการฝึกฝนประสบการณ์ ถูกเคี่ยวจากนักจัดการด้านโลจิสติกส์รุ่นพี่เสียก่อนในระยะหนึ่ง

อัตราเงินเดือนที่ค่อนข้างสูง ดึงดูดให้น้อง ๆ นักศึกษาตัดสินใจมาสมัครเรียนกันมากขึ้น หลายคนเข้าใจว่าโลจิสติกส์คือการเรียนรู้เรื่องการลำเลียงและดำเนินการขนส่งสินค้าและซัพพลายเชน ซึ่งจริง ๆ แล้ว โลจิสติกส์มีรายละเอียดปลีกย่อยและแง่มุมอื่น ๆ ที่น่าศึกษาอีกมาก แต่หลาย ๆ คนไม่เคยกล่าวถึงเท่านั้น

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่จะมาทำงานด้านโลจิสติกส์ต้องมีความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับภาษี, การนำเข้า-ส่งออก, กฎหมายการค้าระหว่างประเทศร่วมด้วย หากใครไม่ชอบเรียนเกี่ยวกับงานกฎหมายและเรื่องภาษีต่าง ๆ ก็คงรู้สึกอึดอัดกับวิชาเหล่านี้ อย่างน้อย ๆ ต้องเปิดใจยอมรับ เพราะวิชาต่าง ๆ เหล่านี้ก็คือส่วนสำคัญของการทำงานด้านโลจิสติกส์เช่นกัน

ความรู้ด้านภาษาก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่ผู้อยากทำงานด้านโลจิสติกส์ต้องมี  เพราะผู้ที่จะเข้ามาทำงานในสายนี้ต้องพบปะผู้คนมากมาย และต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ต่อให้เป็นบริษัทที่ทำงานภายในประเทศก็ตาม ควรศึกษาเรื่องศัพท์เทคนิคต่าง ๆ หรือฝึกการติดต่อประสานงานกับชาวต่างชาติบ่อย ๆ เพราะต้องมีโอกาสได้ใช้ทักษะด้านภาษาในงานนี้แน่ ๆ อยู่แล้ว

การอ่านคนและการบริหารคนก็ถือว่าเป็นหนึ่งในหน้าที่งานด้วยเช่นกัน นักบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ที่ดี ต้องอ่านคนให้เป็น เลือกใช้คนให้เหมาะกับหน้าที่งาน มองให้ออกว่าแต่ละคนเขามีความคิดเช่นไร พฤติกรรมส่วนตัวข้อไหนบ้างที่เป็นผลเสียต่อบริษัท มีแนวโน้มว่าจะทุจริตในอนาคตหรือไม่ เพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับทางองค์กรในภายหลัง

ทั้งหมดนี้คือแง่มุมหนึ่งของอาชีพนักจัดการด้านโลจิสติกส์ที่น้อง ๆ หลายคนอาจยังไม่เคยทราบ เพราะหลายคนโฟกัสไปที่เงินเดือนและเข้าใจว่าเป็นการทำงานด้านการขนส่งสินค้าเป็นหลัก ซึ่งจริง ๆ แล้วยังมีรายละเอียดปลีกย่อยในหน้าที่งานที่มากกว่านั้น อย่างน้อย ๆ ข้อมูลเหล่านี้คงพอมีส่วนช่วยในการตัดสินใจ และเตรียมตัวเพื่อเข้ามาเป็นบุคลากรที่ดีที่มีความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งต่อไปได้ในอนาคต