อย่ามองข้ามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในการจัดการโลจิสติกส์

การจัดการโลจิสติกส์คือกระบวนการลำเลียงขนส่งสิ่งหนึ่งจากต้นทางไปสู่ปลายทาง แต่นั่นเป็นเพียงแค่ภาพรวมของการจัดการขนส่งลำเลียงสินค้าหรือข้อมูลสิ่งของเท่านั้น ซึ่งในความจริงกว่าจะถึงกระบวนการนี้ที่เป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการย่อมต้องผ่านขั้นแรกเริ่มอีกหลายขั้นตอนกว่าจะมาถึงขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการขนส่ง ซึ่งแม้ขั้นตอนสุดท้ายที่ส่งมอบสินค้าหรือข้อมูลสิ่งของไปยังปลายสายได้โดยสำเร็จจะเป็นเป้าหมายสูงสุดของกระบวนการก็ตาม แต่ขั้นตอนปลีกย่อยต่างๆก็มีความสำคัญที่ทำให้กระบวนการสำเร็จได้ไม่แพ้กัน ซึ่งในแต่ละขั้นตอนก็อาจเกิดความเสี่ยงที่อาจเป็นอันตรายในกระบวนการขนส่งได้ทั้งสิ้น ดังนั้นคุณจึงควรให้ความสำคัญกับทุกกระบวนการเพื่อให้การจัดการ         โลจิสติกส์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้อง

ความเสี่ยงอะไรบ้างที่อาจขึ้นได้ในระหว่างการจัดการโลจิสติกส์

                -ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นตั้งแต่ขั้นแรกในการจัดเตรียมสิ่งของเพื่อขนส่ง นั่นคือการบรรจุหีบห่อสินค้านั้นๆ มีความเหมาะสมและความปลอดภัยเพียงใดกับประเภทของสินค้า ซึ่งผู้จัดการโลจิสติกส์ต้องคำนึงถึงข้อนี้เป็นอันดับแรกในกระบวนการ อีกทั้งยังต้องมีความรู้เชี่ยวชาญในการตรวจตราเลือกใช้วิธีการบรรจุหีบห่อเป็นอย่างมากด้วย เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่รักษาความปลอดภัยในระหว่างการขนส่งลำเลียงสินค้าด้วย ดังนั้นการหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการลำเลียงสินค้า ก็ควรเริ่มตั้งแต่กระบวนการแรกในการบรรจุหีบห่อ โดยการเลือกวัสดุ อุปกรณ์ วิธีการ ให้เหมาะสมกับสินค้านั้นๆ ให้มากที่สุดด้วย

-ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกนั้นเอง เช่น ความปลอดภัยและความแข็งแรงของยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่ง หากเป็นการขนส่งทางบกโดยใช้รถยนต์หรือรถบรรทุก ย่อมต้องคอยตรวจตรายานพาหนะให้อยู่ในความพร้อมเสมอ ไม่ควรมองข้ามจุดนี้ไป เพราะอันตรายอาจเกิดขึ้นจากความบกพร่องของยวดยานพาหนะได้ เป็นต้น หรืออาจเกิดจากปัจจัยนอกก็เป็นได้ เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ อุทกภัย             หรือวาตภัย ที่ไม่มีใครคาดคิดและอยู่เหนือการควบคุม ดังนั้นในกระบวนการนี้จึงต้องมีการวางแผนในการรับมือให้พร้อม เพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลานั่นเอง

-ความเสี่ยงที่เกิดจากมนุษย์ สิ่งนี้นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในกระบวนการจัดการโลจิสติกส์ เพราะมนุษย์เป็นผู้ควบคุม บริหารจัดการทุกกระบวนการ แม้จะมีการนำระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์มาใช้ในการจัดการก็ตาม แต่ในท้ายที่สุดก็ย่อมต้องใช้มนุษย์ในการควบคุมทุกขั้นตอนอยู่นั่นเอง ดังนั้นจึงควรมีความพร้อมในการทำงาน หากวันใดที่สังเกตได้ว่าตนไม่พร้อมทางด้านสภาพร่างกายหรือจิตใจในการทำงาน ก็ควรงดเสีย เพราะการเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงาน

ดังนั้นจะเห็นว่าความเสี่ยงอาจเกิดขึ้นได้ทุกขั้นตอนของการจัดการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นทั้งปัจจัยภายนอกหรือภายใน จึงไม่ควรมองข้ามทุกปัจจัย หากแต่ควรใส่ใจทุกขั้นตอนกระบวนการเพื่อผลสำเร็จที่ดีที่สุดในการจัดการโลจิสติกส์นั่นเอง

ความปลอดภัยในการกระบวนการโลจิสติกส์ที่ไม่ควรมองข้าม

                ในกระบวนการขนส่งหรือลำเลียงสิ่งของทุกชนิด นอกจากระบบออนไลน์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการควบคุมการจัดการขนส่งเป็นไปอย่างแพร่หลายก็ตาม แต่ก็ยังไม่พ้นการพึ่งพามนุษย์อยู่เช่นเคย เพราะแม้ระบบคอมพิวเตอร์เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกกิจการก็ตาม แต่ถึงอย่างไรเสียก็ยังคงต้องใช้มนุษย์ในการควบคุมอยู่ดี และระหว่างขั้นตอนการจัดการขนส่งย่อมเกิดอุบัติเหตุในการขนส่งได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุเล็กๆหรือไปจนถึงอุบัติเหตุใหญ่ๆ ไม่ว่าอุบัติเหตุนั้นจะเกิดจากมนุษย์หรือสิ่งอื่นใดก็ดี หากต้องการหลีกเลี่ยงหรือลดการเกิดอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุดแล้ว จึงไม่ควรมองข้ามทุกสิ่งที่จะสร้างความปลอดภัยให้ในกระบวนการโลจิสติกส์ด้วยแม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยก็ตาม

สิ่งหลักๆที่ไม่ควรมองข้ามในกระบวนการจัดการขนส่ง

                -ความปลอดภัยในด้านคนที่ควบคุมการขนส่ง ซึ่งหมายถึงมนุษย์ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งตั้งแต่ขั้นแรกเริ่มไปจนถึงขั้นจบกระบวนการขนส่ง ซึ่งมนุษย์มีข้อจำกัดในการทำงานมากกว่าระบบคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว เพราะมนุษย์ต้องการการพักผ่อนที่เพียงพอและความแข็งแรงในแต่ละตัวบุคคลซึ่งต้องเลือกใช้คนให้เหมาะกับงาน จึงควรเลือกใช้คนในการควบคุมหรือลำเลียงสิ่งของให้เหมาะสมด้วย เช่นเลือกใช้คนที่ไม่มีความชำนาญในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ไปควบคุมการขนส่งที่ผ่านระบบออนไลน์ ย่อมมีความเสี่ยงได้ว่าอาจมีการเข้าใจผิดในการสั่งการซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุในระหว่างการขนส่งได้ เป็นต้น

-ความปลอดภัยด้านระบบคอมพิวเตอร์ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่าในปัจจุบันมีการนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการโลจิสติกส์เป็นอย่างมาก ซึ่งแทบจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกกระบวนการจัดการโลจิสติกส์มีระบบคอมพิวเตอร์มาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ ดังนั้นจึงนับว่าระบบคอมพิวเตอร์เป็นองค์ประกอบหลักหนึ่งเช่นกันเพื่อให้การจัดการขนส่งเป็นไปโดยเรียบร้อย ดังนั้นจึงควรหมั่นตรวจตราและบำรุงซ่อมแซมระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการจัดการขนส่งให้อยู่ในสภาพดี และพร้อมใช้งานได้ทุกสถานการณ์เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงจากอุบัติเหตุต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้

-ความปลอดภัยของระบบขนส่งเอง นั่นหมายถึงสิ่งที่ใช้ในการลำเลียงขนส่งสิ่งของจากสถานที่หนึ่งไปสู่อีกสถานที่หนึ่งนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น รถที่ใช้ในการขนส่ง เครื่องบินที่ใช้ในการลำเลียง เรือ หรือท่อที่ใช้ในการขนส่งก๊าซ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เมื่อมีการใช้งานมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องก็ย่อมเป็นธรรมดาที่จะมีความเสื่อมสภาพไปตามการใช้งาน ดังนั้นจึงควรตรวจอุปกรณ์เหล่านี้ให้อยู่ในสภาพปลอดภัยอยู่เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดจากการขนส่งที่เกิดจากการใช้เครื่องบรรทุกที่หมดสภาพแล้ว

ดังนั้นการจัดการโลจิสติกส์จึงไม่ควรมองข้ามสิ่งเหล่านี้ที่กล่าวมาทั้งหมด เพราะความปลอดภัยในกระบวนการ โลจิสติกส์นับเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การขนส่งสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพราะแม้หากเกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยระหว่างดำเนินการ นั่นไม่ได้หมายถึงเฉพาะความสูญเสียของสิ่งที่เสียหายเท่านั้น แต่นั่นยังหมายถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่ควรจ่ายไปอีกด้วย

การรักษาความปลอดภัยในกระบวนการโลจิสติกส์

การรักษาความปลอดภัยในกระบวนการโลจิสติกส์ ถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่ต้องจัดไว้เป็นส่วนหนึ่งของ Job description เพราะจากตัวเลขแสดงปริมาณความสูญเสียในปีล่าสุด เปอร์เซ็นต์ส่วนใหญ่เกิดจากความผิดพลาดระหว่างการลำเลียง จัดเก็บ และขนส่ง แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นก็คือ การทุจริตภายในของพนักงานตำแหน่งต่าง ๆ ในองค์กร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะทำการทุจริตกันเป็นขบวนการ คิดเป็นยอดความสูญเสียที่มีอัตราส่วนมากที่สุด เมื่อเทียบกับปริมาณความสูญเสียในเรื่องอื่น ๆ

การทุจริตภายใน มักเกิดขึ้นในขั้นตอนการจัดซื้อ จาก Case study ที่ผ่าน ๆ มาได้ระบุไว้อย่างนั้น วิธีการทุจริตดังกล่าวสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การเบิกงบประมาณเกินราคาสินค้า โดยซักซ้อมกับคู่ค้าให้เขียนใบเสร็จอีกราคาหนึ่งเพื่อนำมาเบิกงบ เงินส่วนต่างที่เหลือจากการชำระค่าสินค้า ก็จะถูกแบ่งกันกับผู้เขียนใบเสร็จและกระจายไปสู่ทีมงานของเขาในอีกต่อหนึ่ง

ดังนั้น หน้าที่งานของนักจัดการด้านโลจิสติกส์จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของกระบวนการทางโลจิสติกส์เพียงอย่างเดียว พวกเขาต้องมีความสามารถในการอ่านคน และเลือกคนให้เหมาะกับหน้าที่งาน เพื่อป้องกันความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นในทุกๆด้าน เพราะทุกครั้งที่เกิดความสูญเสีย ย่อมหมายถึงกำไรหรือต้นทุนที่หายไป ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าหลักล้านต่อปี

อุบัติเหตุในการทำงานก็เป็นอีกหนึ่งการสูญเสียที่ควบคุมได้ยาก แต่ถ้าหากบริหารจัดการดี ๆ แล้ว ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ อย่างน้อย ๆ ก็ลดลงไปกว่าครึ่ง ตัวอย่างของการสูญเสียในกลุ่มงานนี้ก็มีให้เห็นอยู่บ่อย ๆ เช่นตู้คอนเทนเนอร์ร่วงลงมาจากเครน ทับคนงานอย่างน้อย ๆ ก็ 1 ชีวิต หากลองนับเป็นมูลค่าความเสียหาย ทั้งค่าสินค้าของลูกค้าที่ชำรุด ค่าตู้คอนเทนเนอร์ที่ต้องสั่งทำใหม่ ค่ารักษาพยาบาลหรือค่าทำศพ ค่าประกันสินค้าและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมต่อหนึ่งเคสแล้ว ค่าใช้จ่ายก็อาจไต่ขึ้นถึงหลักล้านหรือมากกว่านั้น

การปล่อยปละละเลยคนงาน ไม่หมั่นตรวจตราเวลาจัดเรียงสินค้าในสต๊อก ก็เป็นหนึ่งในความสูญเสียด้วยเช่นกัน เพราะสินค้าบางชนิดที่ลูกค้านำมาฝากเก็บรักษา หรืออยู่ในระหว่างรอการขนส่งนั้นมีหลากหลาย สินค้าบางชนิดต้องจัดเก็บในที่ควบคุมอุณหภูมิ เช่นอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยารักษาโรค เป็นต้น  สินค้าบางอย่างหากเกิดการกระแทกเพียงเล็กน้อยก็อาจชำรุดเสียหายได้ เช่น เครื่องแก้ว คริสตัล อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าอื่น ๆ

การสอบถามรายละเอียดจากลูกค้าก่อนทำการจัดเก็บหรือลำเลียงนั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุด ควรทำการตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรกับทางบริษัทคู่ค้าโดยละเอียด ว่าสินค้าของเขาต้องทำการเก็บรักษาอย่างไร ต้องระวังในการเคลื่อนย้ายรูปแบบไหนบ้าง เพราะสินค้าบางชนิด เช่น จักรเย็บผ้าไม่สามารถวางกล่องคว่ำหรือตะแคงได้ ตรงนี้ก็ต้องระบุด้วยเช่นกัน และนักจัดการด้านโลจิสติกส์เองก็ต้องส่งต่อหน้าที่งานให้กับผู้ควบคุมการลำเลียงหรือผู้ควบคุมสต๊อก โดยการทำเอกสารอีกชุดหนึ่ง ระบุข้อควรระวังเอาไว้โดยละเอียด

เพียงเท่านี้ อัตราการสูญเสียก็จะลดลงไปมาก และผลกำไรในแต่ละปีก็จะไม่ถูกดึงเอามาใช้จ่ายเพื่อชดเชยความเสียหายเหล่านี้อีกต่อไป