การบริหารจัดการด้าน Logistics ในระบบโรงงาน

โลจิสติกส์ไม่ใช่แค่เรื่องของการขนส่งเพียงอย่างเดียว การจัดการระบบการขับเคลื่อนในโรงงานก็ถือเป็นหนึ่งในการจัดการด้านโลจิสติกส์ด้วยเช่นกัน ซึ่งกระบวนการเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจได้ไม่ยาก เพราะความหมายที่แท้จริงของการจัดการด้านโลจิสติกส์ก็คือ การบริหารการสั่งซื้อ การลำเลียงสินค้า เคลื่อนย้ายเพื่อจัดเก็บ เตรียมความพร้อมก่อนทำการกระจายสินค้าตรงสู่มือผู้บริโภคนั่นเอง

ขั้นตอนการจัดทำโลจิสติกส์ระบบโรงงานแบบเข้าใจง่าย มีดังนี้

1.การทำบัญชีสินค้าเข้า-ออก

ตรงนี้สำคัญมาก เพราะทุกครั้งที่มีสินค้าเข้าออก หากไม่มีการบันทึกไว้ จะส่งผลเสียตามมาอย่างมากมาย เช่นสินค้าหมดอายุ เสื่อมสภาพ สั่งสินค้าตัวเดิมเข้ามาซ้ำ ทั้ง ๆ ที่ของเก่ายังไม่ถูกระบายออกไป เป็นต้น การทำบัญชีสินค้าเข้าออกที่ดีนั้น ต้องมีรายละเอียดของการรับเข้า –จ่ายออก วันที่รับเข้า จำนวน ชื่อผู้รับ-เบิกสินค้า และรายละเอียดอื่น ๆ ที่สำคัญตามประเภทของกิจการนั้น ๆ

2.บริหารจัดการพนักงานอย่างรัดกุม

ควรจัดลำดับหน้าที่งานให้เหมาะสม และอบรมวิธีการจัดการตามตำแหน่งต่าง ๆ ให้ชัดเจน จับตามองอย่างใกล้ชิดแต่ต้องไม่มากเกินไปจนทำให้พนักงานรู้สึกอึดอัด เพราะการสูญเสียที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ มักจะมาจากการบริหารจัดการพนักงานได้ไม่ดีพอ ทำให้เกิดความผิดพลาดในด้านต่าง ๆ จนเกิดความเสี่ยงต่อผลกำไรของบริษัท

3.จัดการเรื่องระบบขนส่งลำเลียงภายในโรงงาน

ควรจัดการให้เหมาะสม ตรงไหนควรใช้คนก็จัดลำดับหน้าที่งานให้ดี จะได้ไม่เสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายมากจนเกินควร ตรงไหนควรใช้เครื่องจักร ก็ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยในด้านต่าง ๆ เช่นระวังอัคคีภัย หรือเครื่องจักรขัดข้องจนทำให้เกิดปัญหาในการลำเลียงสินค้า เป็นต้น

4.ควบคุมการจัดซื้อและจัดเก็บวัตถุดิบภายในโรงงาน

มีหลายโรงงานที่ต้องปิดตัวลงเพราะการรั่วไหลของเงินทุนภายในบริษัท ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นจากกระบวนการจัดซื้อและจัดเก็บสินค้าภายในโรงงานค่อนข้างมาก การป้องกันการสูญเสียในกรณีนี้ควรเริ่มจากกระบวนการจัดซื้อ ทุกครั้งที่มีการจัดซื้อ ต้องมีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมและร่วมตัดสินใจไม่ต่ำกว่าสามคน เพราะหากปล่อยให้มีเจ้าหน้าที่จัดการเพียงคนเดียว อาจเกิดแรงจูงใจให้คิดทุจริตได้ไม่ยาก

การจัดเก็บและการเบิกสินค้าก็เช่นเดียวกัน มีหลายโรงงานที่ขาดทุนเพราะลูกน้องทุจริต ยักยอกสินค้าภายในโรงงานไปจำหน่ายหรือใช้ส่วนตัวก็มี ดังนั้น ถ้าการจัดการด้านโลจิสติกส์เข้ามามีบทบาทในโรงงาน ความสูญเสียตรงจุดนี้ก็จะไม่มีวันเกิดขึ้น

หากบริหารจัดการได้ครบตาม 5 ข้อนี้ ทางโรงงานก็จะประสบความสำเร็จในการควบคุมค่าใช้จ่ายและลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นได้อย่างสัมฤทธิ์ผล ทั้งหมดนี้คือการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์แบบง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็สามารถทำได้ แล้วค่อยเข้าสู่กระบวนการถัดไป เช่นการขนส่ง และการจัดจำหน่ายในอนาคต

 

การเปลี่ยนไปของทิศทาง Logistics ที่น่าจับตามอง

เมื่อการตลาดเริ่มเข้าสู่ยุคดิจิตัลแบบเต็มตัว ทิศทางด้านการบริหารและจัดการโลจิสติกส์ก็เปลี่ยนตาม ไม่ว่าจะเป็นการลดขั้นตอนในกระบวนการผลิต การบริหารจัดการโรงงาน การลำเลียงสินค้า บางขั้นตอนเริ่มถูกลดบทบาทลง โดยเฉพาะขั้นตอนจัดส่งสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภค ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบในด้านดีกับวงการโลจิสติกส์เป็นอย่างมาก ตามรายละเอียดดังนี้

1.การจัดการด้านงบประมาณและรายได้ต่าง ๆ เริ่มง่ายขึ้น

เพราะการเบิกจ่ายในยุคนี้ สามารถทำรายการได้ง่าย ๆ แค่เพียงปลายนิ้วสัมผัส ธนาคารและสถาบันทางการเงินต่าง ๆ ก็เปิดให้บริการผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้งานได้ง่าย ๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือที่ทุกคนมี ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้โดยไม่ต้องเสียเวลาไปต่อคิวที่ธนาคารเช่นเมื่อก่อน ซึ่งแอปพลิเคชันเหล่านี้เป็นสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก เพราะทันทีที่ลูกค้าทำการตกลงสั่งซื้อสินค้ากับทางบริษัท ไม่ว่าจะสั่งผ่านช่องทางไหน ลูกค้าก็สามารถโอนเงินชำระค่าสินค้าผ่านแอปพลิเคชันเหล่านั้นได้ทันที โดยที่ผู้ประกอบการไม่ต้องเสียเวลากับการออกเอกสาร เดินทางไปวางบิลเพื่อรับเงินค่าสินค้าจากห้างร้านเช่นในยุคก่อน ๆ ซึ่งบางห้างร้าน ทางบริษัทต้องรอนานเกือบสองเดือนกว่าเงินจะโอนเข้าบัญชีบริษัทเลยก็มี ยิ่งถ้าลูกค้าชำระเงินผ่านบัตรเครดิตก็จะยิ่งถูกเบิกจ่ายคืนสู่ผู้ประกอบการช้าลงไปอีก

2.การขนส่งถูกลดขั้นตอนลง ผลกำไรเพิ่มขึ้นเกินเท่าตัว

ทันทีที่มีการซื้อขายเกิดขึ้น คำสั่งซื้อจะถูกส่งตรงเข้ามาที่ส่วนกลาง ฝ่ายบริหารจัดการสต๊อกสินค้าก็จะทำการเบิกจ่ายและจัดส่งให้ถึงมือลูกค้าได้ในขั้นตอนเดียว ผิดกับการจัดการตามขั้นตอนโลจิสติกส์ในช่วงก่อนหน้านี้ ที่ต้องดำเนินการจัดหาลำเลียงสินค้าเข้ามาจัดเก็บในสต๊อกสินค้า มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและทำการเบิกจ่าย กว่าจะถึงมือผู้บริโภคก็ล่าช้ากว่าวิธีนี้มาก

3.การใช้แรงงานมนุษย์เริ่มถูกเครื่องจักรเข้ามาแทนที่

ยุคดิจิตัลมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า เครื่องจักรหลายชนิดถูกสร้างขึ้นมาทดแทนการใช้แรงงานของมนุษย์ ในบางบริษัทเริ่มมีการทดลองใช้ตามโรงงาน เพราะเครื่องจักรและหุ่นยนต์ที่มีความทนทานมากกว่าร่างกายมนุษย์ ไม่จำเป็นต้องมีวันหยุด ไม่ต้องลาป่วย จ่ายเงินซื้อเพียงครั้งเดียวก็ทำงานให้โรงงานได้เป็นสิบๆปี ลดค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานในปีหนึ่ง ๆ ได้อย่างมหาศาล

แต่ข้อเสียในอนาคตก็คือ อาจจะมีคนตกงานเพราะการเข้ามาแทนที่ของเครื่องจักรต่าง ๆ เหล่านี้ เมื่อพนักงานทั้งหมดตกงาน พวกเขาก็จะขาดรายได้และไม่สามารถเปลี่ยนสถานะเป็นลูกค้ามาซื้อสินค้าเหล่านี้ได้เนื่องจากไม่มีกำลังซื้อที่มากพอ ผู้ประกอบการหลายเจ้าจึงระงับโครงการเหล่านี้ไว้ก่อนจนกว่าจะพบทางออกที่ดีต่อทั้งสองฝ่าย