การเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนต่าง ๆ ก็นับว่าเป็นโลจิสติกส์ชนิดหนึ่งด้วย

                ในปัจจุบันมีการเปิดกว้างทางด้านการขนส่งอย่างกว้างขวาง เพราะในอดีตการเดินทางไปมาหาสู่กันย่อมทำได้เพียงแค่การเดินทางสัญจรผ่านทางเรือหรือทางรถไฟ รถยนต์ในระยะทางอันใกล้เท่านั้น เพราะในอดีตการที่จะมียานพาหนะที่เป็นรถยนต์สักคันเป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกัน เพราะต้องเป็นคนระดับกลางจนถึงระดับสูงจึงจะสามารถมีรถยนต์เป็นของตนเองได้ ดังนั้นการสัญจรไปมาระหว่างต้นทางไปยังปลายทางย่อมต้องมีการโดยสารหรือสัญจรผ่านระบบขนส่งมวลชนเท่านั้น ซึ่งในอดีตระบบการขนส่งมวลชนก็ไม่ได้เปิดกว้างมีหลายรูปแบบการเดินทางให้ได้เลือกมากนัก แตกต่างจากในปัจจุบันที่ไม่ว่าต้องการเดินทางไปไหน ใกล้หรือไกล ในประเทศหรือต่างประเทศก็สามารถเลือกได้ตามความต้องการ ไม่ต้องรอการขนส่งโดยสารเป็นวันหรือเป็นเดือนเหมือนเช่นเคยอีกต่อไป อีกทั้งยังมีหลายวิธีให้คุณได้เลือกตามความต้องการอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถโดยสาร รถไฟ เรือ หรือแม้กระทั่งเครื่องบิน

สะดวกวิธีไหนเลือกวิธีนั้นได้ตามแต่ใจต้องการ

                -โดยสารด้วยรถสาธารณะ ก็มีหลายระดับให้คุณเลือกตัดสินใจใช้บริการ ทั้งระยะทางใกล้ไกล เพราะระบบขนส่งมวลชนในปัจจุบันมีการขยายตัวแทบจะทุกพื้นที่ในประเทศไทย แต่หากมีบางพื้นที่ที่ระบบการขนส่งมวลชนยังไปไม่ถึง ก็สามารถเดินทางต่อไปด้วยวิธีการอื่นได้

-รถไฟโดยสาร จะเห็นได้ชัดเลยว่ามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเลยสำหรับรถไฟโดยสาร ซึ่งจากที่เดิมมีรถไฟแบบธรรมดาขนส่งสินค้าและผู้คนเท่านั้น แต่ในปัจจุบันมีรถไฟหลายเกรดหลายระดับให้ได้เลือกโดยสารกันตามใจชอบ ตั้งแต่ระดับธรรมดาไปจนถึงรถไฟนอนระดับพรีเมียม ซึ่งค่าตั๋วหรือค่าโดยสารก็ยังคงมีราคาถูกว่าการเดินทางด้วยวิธีอื่นหากเทียบกันในเรื่องระยะทางแล้ว

-เรือโดยสาร มีให้เลือกใช้บริการตั้งแต่เรือข้ามฟากซึ่งเป็นการเดินทางระยะสั้น ๆ ไปจนถึงเรือสำราญที่เป็นการเดินเรือข้ามสมุทรหรือเดินเรือระหว่างประเทศ ซึ่งเรือสำราญนอกจากจะเป็นการเดินทางระหว่างประเทศแล้วยังเน้นที่เสิร์ฟความสำราญให้กับผู้โดยสารระหว่างเดินทางเป็นหลักอีกด้วย

-เครื่องบินโดยสาร นับว่าเป็นการเดินทางที่ทันสมัยที่สุด เพราะเครื่องบินถูกนำมาใช้ในการโดยสารผู้คนหลังสุดนั่นเอง ซึ่งก็มีทั้งการเดินทางในประเทศและระหว่างประเทศ และก็ยังมีหลายระดับราคาให้เลือกใช้บริการด้วย ซึ่งการเดินทางด้วยเครื่องบินโดยสารนี้จะเน้นการเดินทางระยะไกล และหากเป็นการเดินทางข้ามประเทศที่มีระยะทางไกล อาจต้องมีการเปลี่ยนเที่ยวบินยังสนามบินใดสนามบินหนึ่งเพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งการเดินทางด้วยวิธีนี้นับว่าเป็นการเดินทางรวดเร็วที่สุดด้วย

ที่กล่าวมาเป็นการโดยสารของผู้คนจากต้นทางไปสู่ปลายทางเพื่อให้ถึงยังจุดหมายที่ต้องการ ซึ่งการโดยสารจากที่หนึ่งไปยังอีกที่แห่งหนึ่งโดยการขนส่งนี้ นับว่าเป็นกระบวนการหนึ่งของโลจิสติกส์ด้วย เพราะมีการขนส่งสิ่งที่ต้องการจากที่หนึ่งไปสู่ที่หนึ่งได้โดยปลอดภัยตามคอนเซ็ปต์ของการจัดการโลจิสติกส์นั่นเอง

อย่ามองข้ามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในการจัดการโลจิสติกส์

การจัดการโลจิสติกส์คือกระบวนการลำเลียงขนส่งสิ่งหนึ่งจากต้นทางไปสู่ปลายทาง แต่นั่นเป็นเพียงแค่ภาพรวมของการจัดการขนส่งลำเลียงสินค้าหรือข้อมูลสิ่งของเท่านั้น ซึ่งในความจริงกว่าจะถึงกระบวนการนี้ที่เป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการย่อมต้องผ่านขั้นแรกเริ่มอีกหลายขั้นตอนกว่าจะมาถึงขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการขนส่ง ซึ่งแม้ขั้นตอนสุดท้ายที่ส่งมอบสินค้าหรือข้อมูลสิ่งของไปยังปลายสายได้โดยสำเร็จจะเป็นเป้าหมายสูงสุดของกระบวนการก็ตาม แต่ขั้นตอนปลีกย่อยต่างๆก็มีความสำคัญที่ทำให้กระบวนการสำเร็จได้ไม่แพ้กัน ซึ่งในแต่ละขั้นตอนก็อาจเกิดความเสี่ยงที่อาจเป็นอันตรายในกระบวนการขนส่งได้ทั้งสิ้น ดังนั้นคุณจึงควรให้ความสำคัญกับทุกกระบวนการเพื่อให้การจัดการ         โลจิสติกส์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้อง

ความเสี่ยงอะไรบ้างที่อาจขึ้นได้ในระหว่างการจัดการโลจิสติกส์

                -ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นตั้งแต่ขั้นแรกในการจัดเตรียมสิ่งของเพื่อขนส่ง นั่นคือการบรรจุหีบห่อสินค้านั้นๆ มีความเหมาะสมและความปลอดภัยเพียงใดกับประเภทของสินค้า ซึ่งผู้จัดการโลจิสติกส์ต้องคำนึงถึงข้อนี้เป็นอันดับแรกในกระบวนการ อีกทั้งยังต้องมีความรู้เชี่ยวชาญในการตรวจตราเลือกใช้วิธีการบรรจุหีบห่อเป็นอย่างมากด้วย เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่รักษาความปลอดภัยในระหว่างการขนส่งลำเลียงสินค้าด้วย ดังนั้นการหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการลำเลียงสินค้า ก็ควรเริ่มตั้งแต่กระบวนการแรกในการบรรจุหีบห่อ โดยการเลือกวัสดุ อุปกรณ์ วิธีการ ให้เหมาะสมกับสินค้านั้นๆ ให้มากที่สุดด้วย

-ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกนั้นเอง เช่น ความปลอดภัยและความแข็งแรงของยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่ง หากเป็นการขนส่งทางบกโดยใช้รถยนต์หรือรถบรรทุก ย่อมต้องคอยตรวจตรายานพาหนะให้อยู่ในความพร้อมเสมอ ไม่ควรมองข้ามจุดนี้ไป เพราะอันตรายอาจเกิดขึ้นจากความบกพร่องของยวดยานพาหนะได้ เป็นต้น หรืออาจเกิดจากปัจจัยนอกก็เป็นได้ เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ อุทกภัย             หรือวาตภัย ที่ไม่มีใครคาดคิดและอยู่เหนือการควบคุม ดังนั้นในกระบวนการนี้จึงต้องมีการวางแผนในการรับมือให้พร้อม เพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลานั่นเอง

-ความเสี่ยงที่เกิดจากมนุษย์ สิ่งนี้นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในกระบวนการจัดการโลจิสติกส์ เพราะมนุษย์เป็นผู้ควบคุม บริหารจัดการทุกกระบวนการ แม้จะมีการนำระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์มาใช้ในการจัดการก็ตาม แต่ในท้ายที่สุดก็ย่อมต้องใช้มนุษย์ในการควบคุมทุกขั้นตอนอยู่นั่นเอง ดังนั้นจึงควรมีความพร้อมในการทำงาน หากวันใดที่สังเกตได้ว่าตนไม่พร้อมทางด้านสภาพร่างกายหรือจิตใจในการทำงาน ก็ควรงดเสีย เพราะการเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงาน

ดังนั้นจะเห็นว่าความเสี่ยงอาจเกิดขึ้นได้ทุกขั้นตอนของการจัดการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นทั้งปัจจัยภายนอกหรือภายใน จึงไม่ควรมองข้ามทุกปัจจัย หากแต่ควรใส่ใจทุกขั้นตอนกระบวนการเพื่อผลสำเร็จที่ดีที่สุดในการจัดการโลจิสติกส์นั่นเอง

สิ่งที่ควรคำนึงถึงทุกครั้งในการจัดการบริหารโลจิสติกส์

                เพราะการลำเลียงสิ่งของจากที่หนึ่งไปสู่ที่หนึ่งย่อมมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นทุกครั้ง แม้จะเป็นเพียงระยะทางอันใกล้ก็ย่อมมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นตามมา เพียงแต่จะมากหรือน้อยก็ลดหลั่นกันลงไปตามระยะทางและประเภทของการจัดการขนส่งเท่านั้น ซึ่งเมื่อมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นในทุกการลำเลียงแล้ว จึงควรกลั่นกรองวิธีที่เหมาะสมที่สุดกับการขนส่งสิ่งนั้นๆก่อนเริ่มดำเนินการจัดการโลจิสติกส์ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเซฟทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาและที่สำคัญเพื่อการบรรลุถึงจุดประสงค์ของการขนส่งที่แท้จริงอีกด้วย

สิ่งพื้นฐานที่ควรคำนึงถึงก่อนเริ่มจัดการโลจิสติกส์

เพราะทุกกระบวนการในการจัดส่งลำเลียงมีความสำคัญเสมอ ดังนั้นจึงควรมีการวางแผนก่อนเริ่มดำเนินการเพื่อให้การจัดการโลจิสติกส์ในครั้งนั้นๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและรวดเร็วตอบโจทย์ผู้รับให้ได้มากที่สุด

-สถานที่ในการจัดส่ง ควรวิเคราะห์เสียก่อนว่าสถานที่ในการจัดส่งเป็นเช่นไร มีสภาพอากาศและระหว่างทางเป็นเช่นไร เพื่อจัดการเลือกวิธีการในการขนส่งให้เหมาะสมที่สุดก่อนออกเดินทาง จะทำให้ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายไปในตัว

-ปริมาณสิ่งของที่ขนส่ง เพื่อเลือกใช้วิธีการในการขนส่งให้เหมาะสม หากเป็นสิ่งของที่มีขนาดใหญ่แต่ไม่ต้องการความรวดเร็วมากนักก็อาจจัดการขนส่งโดยทางเรือ หรือหากเป็นสิ่งของที่มีขนาดทั่วไปไม่ใหญ่มากนักและต้องการความรวดเร็วมากขึ้นก็ใช้วิธีการขนส่งทางอากาศหรือทางเครื่องบินนั่นเอง

-สิ่งของที่ขนส่งนั้นเอง มีลักษณะอย่างไร และลักษณะจำเพาะเป็นเช่นไร เกิดการเน่าเสียได้ง่ายหรือไม่หากเป็นของสดเสียง่าย หรือสิ่งของนั้นๆควรได้รับการดูแลเป็นอย่างดีในระหว่างการขนส่งเพราะเป็นสิ่งของที่อาจเกิดการแตกได้ง่าย ก็ควรเลือกวิธีการให้เหมาะสมด้วย

-เวลาที่กำหนดไว้ในการขนส่ง คำนวณเวลาเสียให้เรียบร้อยว่าหากมีการกำหนดเวลาเท่านั้นเท่านี้ ควรเลือกใช้วิธีการใดจึงจะเหมาะสมที่สุดด้วย

-ค่าใช้จ่าย ต้องเช็คดูเสียก่อนว่าทั้งผู้ส่งมอบและผู้รับมอบมีการกำหนดค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นต้นทุนในการลำเลียงหรือขนส่งหรือไม่ หากค่าใช้จ่ายในการจัดการโลจิสติกส์นี้มีส่วนสำคัญในการนำไปคำนวณเป็นต้นทุนด้วยแล้ว ควรเลือกใช้วิธีการใดในการจัดการจึงจะช่วยลดต้นทุนให้ได้มากที่สุด

-ลูกค้า หรือผู้รับมอบสิ่งของนั้นๆ สิ่งนี้ถือเป็นปัจจัยหลักในการจัดการขนส่งเลยก็ว่าได้ เพราะทุกอย่างจะถูกกำหนดได้โดยลูกค้า และจะมีการจัดการขนส่งตามออเดอร์หรือความประสงค์ที่ลูกค้าต้องการเป็นหลัก นอกเสียจากว่าสิ่งของนั้นๆไม่สามารถจัดส่งโดยวิธีการอื่นๆได้แล้ว ดังนั้นจึงควรเจรจาให้เข้าใจตรงกันมากที่สุดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ออกมาและตรงกับใจของทุกฝ่าย

กระบวนการโลจิสติกส์มีความสำคัญในทุกขั้นตอน ดังนั้นจึงควรมีการวางแผนอย่างรอบคอบให้ดีเสียก่อนดำเนินการ เพื่อเป็นการลดต้นทุนและตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้จัดส่งและผู้รับให้ได้มากที่สุด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนั่นเอง

โลจิสติกส์ อีกหนึ่งกระบวนการสำคัญในปัจจุบันที่ต้องพึ่งพาและขาดไม่ได้

เนื่องจากในปัจจุบันมีการเปิดกว้างทางการค้าเสรีมากขึ้น มีการติดต่อค้าขายประสานงานทั้งระหว่างประเทศและภายในประเทศอย่างเสรี ซึ่งนับว่าเป็นการกระตุ้นทางด้านเศรษฐกิจให้เกิดการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และทุกการค้าขายระหว่างกันย่อมต้องมีการขนส่งลำเลียงสินค้าให้แก่กันตามออเดอร์ของลูกค้า ซึ่งการขนส่งทั้งในประเทศและระหว่างประเทศมีส่วนสำคัญที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้การประสานงานธุรกิจดำเนินไปได้โดยไม่มีสะดุด

ดังนั้นกระบวนการโลจิสติกส์จึงเป็นส่วนหนึ่งในการดึงธุรกิจต่าง ๆ ให้เป็นไปในแนวโน้มที่มียอดขายพุ่งสูงขึ้น เพราะหากเมื่อใดก็ตามที่แบรนด์นั้น ๆ มีกระบวนการขนส่งหรือลำเลียงสินค้าเพื่อส่งมอบให้แก่ลูกค้าไม่คล่องแคล่ว ติดขัดในด้านต่าง ๆ  ย่อมเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าเกิดการเบื่อหน่ายและหันไปหาธุรกิจใหม่ ๆ ได้

เพราะอะไรกระบวนการนี้จึงมีความสำคัญ

-ช่วยให้เกิดการลำเลียงสินค้าส่งมอบระหว่างกันและกันทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นไปโดยง่ายดาย ซึ่งมีการขนส่งได้ทุกประเภทการขนส่ง ทั้งทางบก ทางเรือหรือทางอากาศ นั่นเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่ากระบวนการโลจิสติกส์มีส่วนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจต่าง ๆ  เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและง่ายดายกว่าในสมัยอดีตที่การขนส่งจะเป็นไปโดยทางเรือเท่านั้น จึงทำให้การติดต่อค้าขายธุรกิจในอดีตเป็นไปอย่างเชื่องช้า เพราะระยะเวลาและความปลอดภัยในการส่งมอบสินค้าให้ถึงมือลูกค้ามีความสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าเป็นอย่างมาก

-คู่ค้าสามารถเลือกความปลอดภัยของการขนส่งสินค้าได้หลากหลายช่องทางมากขึ้น ซึ่งนั่นก็หมายถึงระยะเวลาในการได้รับมอบสินค้านั่นเอง เพราะหากเป็นธุรกิจระหว่างประเทศที่ต้องการความรวดเร็วก็ย่อมออเดอร์ให้จัดส่งสินค้าทางอากาศโดยการขนส่งผ่านเครื่องบิน แต่นั่นก็หมายถึงความต้องยอมแลกซึ่งราคาค่าขนส่งที่สูงกว่าการขนส่งในประเภทอื่น ๆ ด้วย แต่ลูกค้าจะมั่นใจได้ว่าตนจะได้รับสินค้าในเร็ววันกว่าการขนส่งประเภทอื่นนั่นเอง

-ช่วยให้ธุรกิจขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีการตัดสินใจร่วมทำธุรกิจหรือร่วมซื้อสินค้าได้เร็วขึ้น เพราะการมีกระบวนการโลจิสติกส์ที่ดีมีส่วนช่วยทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เพราะการบริการส่งมองสินค้าที่รวดเร็วและปลอดภัยกว่าย่อมต้องดีกว่าการบริการในการส่งมอบสินค้าช้าและมีความเสี่ยงสูง ดังนั้นโลจิสติกส์จึงเป็นส่วนสำคัญในการฉุดยอดธุรกิจให้สูงขึ้นได้

และเมื่อในโลกยุคปัจจุบันที่มีความเจริญก้าวหน้าทางวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว การขนส่งจึงมีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทั้งการออเดอร์สินค้าหรือร่วมตกลงทางธุรกิจและการสั่งการโลจิสติกส์ต่าง ๆ สามารถทำผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว จึงตอบโจทย์วิถีชีวิตยุค 4G นี้ได้เป็นอย่างดี จึงทำให้กระบวนการโลจิสติกส์กลายมาเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันด้านฐานเศรษฐกิจไปเสียแล้ว

ปัจจัยต่าง ๆ ที่สร้างความเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดดในวงการ Logistics

ธุรกิจออนไลน์ คือ การสั่นสะเทือนวงการครั้งยิ่งใหญ่ ปีนี้ถือว่าเป็นปีทองสำหรับวงการ Logistics เลยก็ว่าได้ เพราะการเติบโตแบบก้าวกระโดดของธุรกิจแนวพาณิชย์อิเลคทรอนิคส์เริ่มเฟื่องฟู ผู้ประกอบการเริ่มเปลี่ยนทิศทางการทำธุรกิจแบบพลิกฝ่ามือ จากที่เคยมีหน้าร้านเพื่อจัดเรียงสินค้าวางขาย หรือต้องจัดส่งด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อให้ถึงมือผู้บริโภค ก็ลดขั้นตอนลงเป็นรูปแบบการค้าออนไลน์ผ่านช่องทางต่าง ๆ ในอินเตอร์เน็ต

ขั้นตอนในการจัดการด้าน Logistics ลดลงทำให้เกิดผลกำไรมากขึ้น จากเดิมที่ต้องหาวัตถุดิบป้อนสู่โรงงานผลิต ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้น่าสนใจ เสาะหาที่วางขาย ดำเนินการขนส่ง และจ้างพนักงานไปจัดการดูแล คอยเติมสินค้า ดูวันหมดอายุ และผลักดันให้สินค้าไปถึงมือผู้บริโภคได้มากกว่าคู่แข่ง ก็เหลือแค่การจัดหา และโพสต์ขายผ่านช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค แล้วส่งตรงถึงมือผู้บริโภคในทันที ทำให้เจ้าของกิจการประหยัดต้นทุนและมีผลกำไรเพิ่มขึ้นจากเดิมมากกว่า 2 เท่าตัว

การเติบโตของธุรกิจออนไลน์ส่งผลให้ธุรกิจอื่น ๆ ที่ประกอบการด้านขนส่งเติบโตไปด้วย เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันธุรกิจที่เติบโตและสร้างผลกำไรตามมาติด ๆ คือธุรกิจที่ประกอบการด้านการขนส่ง ไปรษณีย์ไทยเริ่มมีคู่แข่ง เพราะมีบริษัทเอกชนที่เปิดใหม่และมีการจัดการด้านโลจิสติกส์ได้ดีกว่าในช่วงแรก ๆ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด ทำให้พวกเขาเกือบแซงหน้าไปรษณีย์ไทยไปอย่างหวุดหวิด

หนึ่งในขั้นตอนของการทำโลจิสติกส์ คือการจัดการด้านบริหารสต๊อกสินค้า จากเดิมที่ต้องทำการสต๊อกสินค้าไว้เป็นจำนวนมาก ก็เปลี่ยนเป็นการสั่งซื้อแค่ตัวอย่าง หรือรูปถ่ายมาโพสต์ หรือไลฟ์สดขายผ่านหน้าจอ ทำให้ผู้ประกอบการลดความเสี่ยงเรื่องอัตราความสูญเสียของตัวสินค้าในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหมดอายุ ชำรุดเสียหายจากการจัดเรียง เป็นต้น  ทันทีที่มีผู้บริโภคแสดงความจำนงว่าต้องการสั่งซื้อ ทางผู้ประกอบการก็สั่งตรงไปทางผู้ผลิตให้ทำการแพ็คและจัดส่งถึงมือลูกค้าภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

การเติบโตแบบก้าวกระโดดนี้ช่วยลดอัตราความสูญเสียจากการบริหารสต๊อกสินค้าได้ การทำโลจิสติกส์รูปแบบเดิม ต้องมีการจัดการบริหารด้านสต๊อกสินค้า เริ่มจากการสั่งตุนสินค้าเป็นจำนวนมาก จ้างพนักงานเพื่อคอยดูแล ควบคุมและขนย้ายจนกว่าจะจบกระบวนการ เมื่อขั้นตอนเหล่านี้ถูกตัดออกไป ทางเจ้าของกิจการก็ได้ผลกำไรเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากต้นทุนในส่วนนี้ไม่ถูกใช้จ่าย อัตราส่วนการเพิ่มขึ้นของผลกำไรในแต่ละกิจการ สูงขึ้นถึง 100% หรือในบางกิจการ เติบโตทะลุร้อยไปเลยด้วยซ้ำ

เชื่อว่าตลาดยังขยายได้ขึ้นอยู่กับว่าใครจะบริหารต้นทุนได้ดีกว่า ในปีต่อไป การค้าออนไลน์จะสร้างผลกำไรและเข้าถึงผู้บริโภคได้ดีกว่าเดิมมาก สังเกตได้จากปริมาณการสั่งซื้อ ส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าในท้องถิ่นที่ห่างไกลมากกว่าจะเป็นคนในเมือง ซึ่งคนกลุ่มนี้มีมาก และมีกำลังซื้อมากพอที่จะผลักดันให้ธุรกิจออนไลน์และการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์เติบโตขึ้นได้ในที่สุด

 

กรณีศึกษา Logistics ในประเทศไทย ผ่านมุมมองของบริษัทยักษ์ใหญ่ 

นาทีนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นเจ้าของธุรกิจต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยนั้น มีผู้บริหารที่เป็นเลิศด้านมุมมอง Logistics ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจผลิตอาหารสด อาทิ เนื้อไก่ เนื้อสุกร ที่มีฟาร์มเป็นของตนเอง และเปิดร้านค้ารองรับ เพื่อตัดปัญหาเรื่องแหล่งจำหน่าย รวมถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึง และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ ทำให้พวกเขาควบคุมคุณภาพด้านการผลิตและขนส่งได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงผลกำไรที่ไหลเวียนเข้าสู่บริษัทโดยตรง ถือเป็นการจัดการอย่างชาญฉลาด ที่คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธ

เริ่มจากมุมมองแรก เข้าใจความต้องการของตลาด เรื่องที่ง่ายที่สุด คือแหล่งสร้างผลกำไรที่ดีที่สุด

ที่น่าแปลกใจก็คือ มุมมองของผู้บริหารเหล่านี้มักเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือการมองง่าย ๆ ว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการอะไร และสินค้าที่ผู้บริโภคกลุ่มนั้นต้องการ เขาจะสามารถควบคุมต้นทุนในการผลิตได้อย่างไร ต้องวางขายที่ไหน และมีขั้นตอนในการขนส่งอย่างไรบ้างที่จะลดความสูญเสีย และสร้างผลกำไรได้มากที่สุด

ยกตัวอย่างเช่น ปัจจุบันกระแสคนรักสุขภาพมาแรง การวิ่งเป็นที่นิยมของกลุ่มคนวัยทำงานที่มีกำลังซื้อสูงและค่อนข้างตัดสินใจง่าย บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์และชุดกีฬาจึงให้ความสนใจ เข้าร่วมเป็นสปอนเซอร์ และออกแคมเปญจำหน่ายเสื้อวิ่งพร้อมเบอร์ในราคาพิเศษ ซึ่งการวิ่งมาราธอนในแต่ละครั้งนั้น ผู้วิ่งจะต้องจ่ายค่าสมัคร และค่าเสื้อเอง ทำให้บริษัทผลิตชุดกีฬาเหล่านี้ได้ระบายสินค้าเป็นจำนวนมาก โดยใช้ Logistics เพียงขั้นตอนเดียว นั่นก็คือผลิต และส่งตรงสู่สถานที่จัดกิจกรรมในทันที

เป็นฝ่ายผลิต จำหน่าย และส่งออกเสียเอง ดีกว่าเป็นฝ่ายนำเข้าในอนาคต

         ตามที่เป็นข่าวครึกโครมกันล่าสุด ที่บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งมีโครงการจะเช่าที่นารกร้างทั่วประเทศ เพื่อทำการเกษตร แปรรูป และส่งขายตามร้านค้าในเครือ รวมไปถึงการส่งออกสู่ต่างประเทศ โดยคาดหวังให้ไทยเป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของโลกในอนาคต

จะเห็นได้ว่า CEO ของบริษัทนี้มีมุมมองที่กว้างไกล และเข้าใจลักษณะนิสัยของคนไทยเป็นพิเศษ จึงมีความคิดที่จะหยิบยื่นเงินค่าเช่าที่ดินให้โดยที่เจ้าของที่ดินไม่ต้องทำอะไรเลย สามารถนั่งเฉย ๆ เพื่อรอรับเงินค่าเช่าเป็นรายได้เย็น ไม่ต้องเหนื่อยทำเกษตรกรรม และใช้เวลาตลอดปีเพื่อรับเงินค่าผลผลิตอันน้อยนิดเช่นเมื่อก่อนอีกต่อไป

เชื่อว่าการปรับเปลี่ยนด้าน Logistics ครั้งนี้ จะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยในอนาคต

              เพราะการปรับเปลี่ยนด้าน Logistics ของหลาย ๆ บริษัทในประเทศไทย จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้นมากในอนาคต อันดับแรกเลยก็คือ การกระจายรายได้สู่ชุมชน เช่น สโมสรฟุตบอลแห่งหนึ่งมีแนวคิดใช้ผ้าทอลายเอกลักษณ์ของทีมมาจำหน่าย จากเดิมที่สั่งทอไหมพรมจากต่างประเทศ ทำให้ลดต้นทุนการผลิต ได้สินค้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นที่สนใจของต่างประเทศ มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นสินค้าส่งออกได้ในอนาคต และช่วยกระจายรายได้สู่คนในประเทศได้อย่างสัมฤทธิ์ผล

ดังนั้น ทุกครั้งที่มีข่าวสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนแผนการดำเนินงานของบริษัทต่าง ๆ เข้ามา ควรวิเคราะห์และศึกษาอย่างถี่ถ้วน ว่าผู้บริหารของบริษัทเหล่านั้นต้องการอะไร สิ่งที่เขาคิดจะทำ มีทางเป็นไปได้ ลดขั้นตอนการผลิต การขนส่ง และมีแนวโน้มว่าจะสร้างผลกำไรเข้าสู่องค์กรของเขาได้มากขนาดไหน คำตอบที่ตกผลึกจากการวิเคราะห์เหล่านี้แหละ ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโต ยั่งยืน และยิ่งใหญ่ได้ในอนาคต