ทำไมอาชีพนักจัดการด้านโลจิสติกส์จึงเป็นที่สนใจของกลุ่มนักศึกษา

จากการเปิดเผยสถิติด้านการศึกษาในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา สังเกตได้ว่ามีกลุ่มนักศึกษาเลือกเรียนเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้าน Logistics กันมากขึ้น เพราะคาดหวังว่าอาชีพที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต หางานได้ง่าย เป็นที่ต้องการในกลุ่มธุรกิจ และไม่มีการแข่งขันสูงเช่นอาชีพในแวดวงอื่น ๆ

แต่บางส่วนถือเป็นการคาดเดาที่ผิด เพราะอาชีพนี้มีเงื่อนไขในการคัดเลือกบุคลากรค่อนข้างสูง คนที่มีความสามารถจริง ๆ เท่านั้นที่จะผ่านการสัมภาษณ์และถูกส่งเข้าไปทดลองงาน กว่าจะได้ในตำแหน่งที่ต้องการ ก็ต้องผ่านการฝึกฝนประสบการณ์ ถูกเคี่ยวจากนักจัดการด้านโลจิสติกส์รุ่นพี่เสียก่อนในระยะหนึ่ง

อัตราเงินเดือนที่ค่อนข้างสูง ดึงดูดให้น้อง ๆ นักศึกษาตัดสินใจมาสมัครเรียนกันมากขึ้น หลายคนเข้าใจว่าโลจิสติกส์คือการเรียนรู้เรื่องการลำเลียงและดำเนินการขนส่งสินค้าและซัพพลายเชน ซึ่งจริง ๆ แล้ว โลจิสติกส์มีรายละเอียดปลีกย่อยและแง่มุมอื่น ๆ ที่น่าศึกษาอีกมาก แต่หลาย ๆ คนไม่เคยกล่าวถึงเท่านั้น

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่จะมาทำงานด้านโลจิสติกส์ต้องมีความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับภาษี, การนำเข้า-ส่งออก, กฎหมายการค้าระหว่างประเทศร่วมด้วย หากใครไม่ชอบเรียนเกี่ยวกับงานกฎหมายและเรื่องภาษีต่าง ๆ ก็คงรู้สึกอึดอัดกับวิชาเหล่านี้ อย่างน้อย ๆ ต้องเปิดใจยอมรับ เพราะวิชาต่าง ๆ เหล่านี้ก็คือส่วนสำคัญของการทำงานด้านโลจิสติกส์เช่นกัน

ความรู้ด้านภาษาก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่ผู้อยากทำงานด้านโลจิสติกส์ต้องมี  เพราะผู้ที่จะเข้ามาทำงานในสายนี้ต้องพบปะผู้คนมากมาย และต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ต่อให้เป็นบริษัทที่ทำงานภายในประเทศก็ตาม ควรศึกษาเรื่องศัพท์เทคนิคต่าง ๆ หรือฝึกการติดต่อประสานงานกับชาวต่างชาติบ่อย ๆ เพราะต้องมีโอกาสได้ใช้ทักษะด้านภาษาในงานนี้แน่ ๆ อยู่แล้ว

การอ่านคนและการบริหารคนก็ถือว่าเป็นหนึ่งในหน้าที่งานด้วยเช่นกัน นักบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ที่ดี ต้องอ่านคนให้เป็น เลือกใช้คนให้เหมาะกับหน้าที่งาน มองให้ออกว่าแต่ละคนเขามีความคิดเช่นไร พฤติกรรมส่วนตัวข้อไหนบ้างที่เป็นผลเสียต่อบริษัท มีแนวโน้มว่าจะทุจริตในอนาคตหรือไม่ เพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับทางองค์กรในภายหลัง

ทั้งหมดนี้คือแง่มุมหนึ่งของอาชีพนักจัดการด้านโลจิสติกส์ที่น้อง ๆ หลายคนอาจยังไม่เคยทราบ เพราะหลายคนโฟกัสไปที่เงินเดือนและเข้าใจว่าเป็นการทำงานด้านการขนส่งสินค้าเป็นหลัก ซึ่งจริง ๆ แล้วยังมีรายละเอียดปลีกย่อยในหน้าที่งานที่มากกว่านั้น อย่างน้อย ๆ ข้อมูลเหล่านี้คงพอมีส่วนช่วยในการตัดสินใจ และเตรียมตัวเพื่อเข้ามาเป็นบุคลากรที่ดีที่มีความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งต่อไปได้ในอนาคต

 

ทำไม Logistics ทางน้ำจึงกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง

การขนส่งทางเรือหรือทางน้ำประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าช่องทางอื่น เหตุผลข้อแรกที่ทำให้การขนส่งทางน้ำเป็นทางเลือกแรก ๆ ที่นักจัดการด้านโลจิสติกส์ของหลาย ๆ บริษัทเลือกใช้ คือเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่าย การขนส่งทางน้ำนั้นใช้ค่าจัดส่งน้อยมากเมื่อเทียบกับการขนส่งช่องทางอื่น ๆ ส่งสินค้าได้ในปริมาณมาก อัตราค่าภาษีนำเข้าของแต่ละท่าเรือก็ไม่สูงมาก ไม่ต้องจ้างคนยกเพราะทางบริษัทเดินเรือมีบริการให้ครบวงจร โดยที่ผู้ประกอบการไม่ต้องเสียอะไรเพิ่มนอกจากค่าขนส่ง และเสี่ยงกับอัตราความเสียหายน้อยกว่าการขนส่งประเภทอื่น ๆ

การขนส่งทางน้ำสามารถขนส่งสินค้าได้ครั้งละมาก ๆ

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้การขนส่งทางน้ำกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ก็คือปริมาณในการขนส่งนั่นเอง ทางผู้ประกอบการสามารถจัดส่งสินค้าได้คราวละมาก ๆ โดยเลือกตู้คอนเทนเนอร์ตามความเหมาะสมของประเภทและจำนวนของสินค้าที่ต้องการจัดส่ง ทำให้ย่นระยะเวลาและลดขั้นตอนในการกระจายสินค้า แถมยังประหยัดต้นทุนได้อย่างมหาศาลตามที่กล่าวไปในหัวข้อแรก

มีรูปแบบตู้คอนเทนเนอร์ให้เลือกหลากหลายตามความเหมาะสมของตัวสินค้าที่ผู้ประกอบการต้องการจัดส่ง

การขนส่งทางเรือจะมีตู้คอนเทนเนอร์ให้ผู้ประกอบการเลือกได้ตามความเหมาะสมของสินค้านั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นตู้แช่แข็งสำหรับอาหารสด ตู้คอนเทนเนอร์แบบ Dry Cargoes สำหรับใส่สินค้าทั่วไป ตู้คอนเทนเนอร์ปรับอากาศสำหรับสินค้าที่ต้องระวังเรื่องอุณหภูมิเป็นพิเศษ เช่น สินค้าเวชภัณฑ์ สารเคมีต่าง ๆ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าระดับราคาในการขนส่งด้วยตู้คอนเทนเนอร์แต่ละประเภทนั้นก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนักจัดการด้านโลจิสติกส์อีกทางหนึ่ง

การขนส่งทางน้ำใช้ระยะเวลาไม่นานอย่างที่คิด

หากไม่ใช่หน้ามรสุม การขนส่งทางน้ำก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการขนส่งสินค้าในปริมาณมาก ๆ หรือขนส่งข้ามประเทศ และใช้เวลาในการขนส่งแต่ละครั้งไม่นานอย่างที่คิด เนื่องด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการจัดการด้านโลจิสติกส์ที่รัดกุม ทำให้ระยะเวลาในการขนส่งทางน้ำยุคปัจจุบันใช้เวลาเพียง 2-5วันเป็นอย่างช้า

ท้ายสุดคือการขนส่งทางน้ำ ยังคงมีความปลอดภัยสูง เพราะมีระบบการรักษาความปลอดภัยค่อนข้างดี ส่วนใหญ่ ทางกิจการเดินเรือจะมีการรับประกันความเสียหายของสินค้าในอัตราที่สูงกว่าการขนส่งช่องทางอื่น ๆ พวกเขามีทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์คอยบริหารและควบคุมการทำงาน เพื่อลดอัตราการสูญเสียให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีเจ้าหน้าที่ควบคุมสินค้าต่อหนึ่งลำเรือเป็นจำนวนมาก แต่ละคนล้วนเป็นเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญและผ่านการอบรมมาอย่างดี ดังนั้น ผู้ประกอบการทุกคนจึงไว้วางใจการขนส่งทางน้ำเป็นอันดับแรก ๆ

 

คุณสมบัติที่นักบริหารจัดการด้าน Logistics ควรมี

จากเปอร์เซ็นต์การแข่งขันทางธุรกิจที่ค่อนข้างดุเดือดในปีล่าสุดนี้ ทำให้หลาย ๆ บริษัทเริ่มมีการปรับตัวกันมากขึ้น และเปลี่ยนแผนธุรกิจเป็นรูปแบบใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และลดขั้นตอนบางอย่างในการทำงาน เพื่อให้มีความคล่องตัวมากขึ้น ด้วยการประหยัดต้นทุนและตัดงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็นออก เพื่อให้บริษัทอยู่รอด และมีแนวโน้มว่าจะมีผลกำไรเพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ ปี

หลายบริษัทมีความประสงค์ที่จะเพิ่มตำแหน่งผู้บริหารงานด้าน Logistics โดยตรง เนื่องจากความไม่เสถียรทางด้านการตลาดที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างสูง ซึ่งตำแหน่งเดียวที่จะคอยรับมือกับตัวแปรเหล่านี้ได้ ก็คือนักบริหารและนักพัฒนาด้านสายงาน Logistics นั่นเอง แต่ก่อนจะมอบตำแหน่งที่ว่านี้ให้กับใครสักคน ผู้บริหารส่วนใหญ่จะพิจารณาจากคุณสมบัติเหล่านี้เป็นหลัก

1.มีความรอบรู้

นักบริหารจัดการด้าน Logistics ต้องมีความรอบรู้ในระดับที่สูงกว่าบุคคลทั่วไป ต้องหมั่นศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์แผนการตลาดล่วงหน้าอยู่เสมอ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องล้ำหน้าคู่แข่งไปหนึ่งก้าว คิดแผนสำรองไว้เพื่อหาทางออกให้กับทีมงานในยามที่เกิดปัญหา  เพราะทุกความคิด ทุกแผนงานของคนกลุ่มนี้หมายถึงผลกำไรและขาดทุนของบริษัท คุณสมบัติข้อนี้จึงมีความสำคัญเป็นอันดับแรก

2.มีทักษะรอบด้าน

นอกจากความรอบรู้แล้ว ไหวพริบและทักษะด้านอื่น ๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่ต่อเนื่องกัน คนที่จะเข้ามารับตำแหน่งนี้ต้องเป็นคนทันเกม มีทักษะที่เพียบพร้อมแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเจรจา จังหวะการพลิกแพลงและการก้าวนำคู่แข่ง ความเป็นระเบียบ และความละเอียดในการจัดการด้านต่าง ๆ หากขาดทักษะด้านใดด้านหนึ่งไป อาจส่งผลเสียให้กับบริษัทได้ในทันที

3.มีทัศนคติและอุปนิสัยด้านบวก

ข้อนี้สำคัญมาก เพราะการมีทัศนคติที่ดีและมีอุปนิสัยด้านบวกจะช่วยส่งผลให้ธุรกิจเติบโตขึ้นได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ผู้บริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ต้องเป็นคนมองการณ์ไกล และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง เพื่อความสะดวกในการติดต่อประสานงานและการจัดการด้านอื่น ๆ

4.มีความกระตือรือร้น พร้อมที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

อีกหนึ่งข้อที่ถูกจัดไว้ในเกณฑ์การคัดเลือกนักจัดการด้านโลจิสติกส์ก็คือ ความกระตือรือร้นและพร้อมที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เป็นคนมีระเบียบแบบแผนมีความละเอียด เพราะตำแหน่งนี้คือผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการลดอัตราความสูญเสียในบริษัท และมีความสามารถสูงในการบริหารจัดการเรื่องเวลา ไม่ว่าจะเป็นตารางเวลาในชีวิตประจำวันของตนเอง
หรือบริหารจัดการเวลาในขั้นตอนต่าง ๆ ของการทำงานก็ตาม นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเรื่องการพัฒนาเพื่อหาวิธีการใหม่ๆเพื่อลดต้นทุนของบริษัทได้อีกด้วย