การเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนต่าง ๆ ก็นับว่าเป็นโลจิสติกส์ชนิดหนึ่งด้วย

                ในปัจจุบันมีการเปิดกว้างทางด้านการขนส่งอย่างกว้างขวาง เพราะในอดีตการเดินทางไปมาหาสู่กันย่อมทำได้เพียงแค่การเดินทางสัญจรผ่านทางเรือหรือทางรถไฟ รถยนต์ในระยะทางอันใกล้เท่านั้น เพราะในอดีตการที่จะมียานพาหนะที่เป็นรถยนต์สักคันเป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกัน เพราะต้องเป็นคนระดับกลางจนถึงระดับสูงจึงจะสามารถมีรถยนต์เป็นของตนเองได้ ดังนั้นการสัญจรไปมาระหว่างต้นทางไปยังปลายทางย่อมต้องมีการโดยสารหรือสัญจรผ่านระบบขนส่งมวลชนเท่านั้น ซึ่งในอดีตระบบการขนส่งมวลชนก็ไม่ได้เปิดกว้างมีหลายรูปแบบการเดินทางให้ได้เลือกมากนัก แตกต่างจากในปัจจุบันที่ไม่ว่าต้องการเดินทางไปไหน ใกล้หรือไกล ในประเทศหรือต่างประเทศก็สามารถเลือกได้ตามความต้องการ ไม่ต้องรอการขนส่งโดยสารเป็นวันหรือเป็นเดือนเหมือนเช่นเคยอีกต่อไป อีกทั้งยังมีหลายวิธีให้คุณได้เลือกตามความต้องการอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถโดยสาร รถไฟ เรือ หรือแม้กระทั่งเครื่องบิน

สะดวกวิธีไหนเลือกวิธีนั้นได้ตามแต่ใจต้องการ

                -โดยสารด้วยรถสาธารณะ ก็มีหลายระดับให้คุณเลือกตัดสินใจใช้บริการ ทั้งระยะทางใกล้ไกล เพราะระบบขนส่งมวลชนในปัจจุบันมีการขยายตัวแทบจะทุกพื้นที่ในประเทศไทย แต่หากมีบางพื้นที่ที่ระบบการขนส่งมวลชนยังไปไม่ถึง ก็สามารถเดินทางต่อไปด้วยวิธีการอื่นได้

-รถไฟโดยสาร จะเห็นได้ชัดเลยว่ามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเลยสำหรับรถไฟโดยสาร ซึ่งจากที่เดิมมีรถไฟแบบธรรมดาขนส่งสินค้าและผู้คนเท่านั้น แต่ในปัจจุบันมีรถไฟหลายเกรดหลายระดับให้ได้เลือกโดยสารกันตามใจชอบ ตั้งแต่ระดับธรรมดาไปจนถึงรถไฟนอนระดับพรีเมียม ซึ่งค่าตั๋วหรือค่าโดยสารก็ยังคงมีราคาถูกว่าการเดินทางด้วยวิธีอื่นหากเทียบกันในเรื่องระยะทางแล้ว

-เรือโดยสาร มีให้เลือกใช้บริการตั้งแต่เรือข้ามฟากซึ่งเป็นการเดินทางระยะสั้น ๆ ไปจนถึงเรือสำราญที่เป็นการเดินเรือข้ามสมุทรหรือเดินเรือระหว่างประเทศ ซึ่งเรือสำราญนอกจากจะเป็นการเดินทางระหว่างประเทศแล้วยังเน้นที่เสิร์ฟความสำราญให้กับผู้โดยสารระหว่างเดินทางเป็นหลักอีกด้วย

-เครื่องบินโดยสาร นับว่าเป็นการเดินทางที่ทันสมัยที่สุด เพราะเครื่องบินถูกนำมาใช้ในการโดยสารผู้คนหลังสุดนั่นเอง ซึ่งก็มีทั้งการเดินทางในประเทศและระหว่างประเทศ และก็ยังมีหลายระดับราคาให้เลือกใช้บริการด้วย ซึ่งการเดินทางด้วยเครื่องบินโดยสารนี้จะเน้นการเดินทางระยะไกล และหากเป็นการเดินทางข้ามประเทศที่มีระยะทางไกล อาจต้องมีการเปลี่ยนเที่ยวบินยังสนามบินใดสนามบินหนึ่งเพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งการเดินทางด้วยวิธีนี้นับว่าเป็นการเดินทางรวดเร็วที่สุดด้วย

ที่กล่าวมาเป็นการโดยสารของผู้คนจากต้นทางไปสู่ปลายทางเพื่อให้ถึงยังจุดหมายที่ต้องการ ซึ่งการโดยสารจากที่หนึ่งไปยังอีกที่แห่งหนึ่งโดยการขนส่งนี้ นับว่าเป็นกระบวนการหนึ่งของโลจิสติกส์ด้วย เพราะมีการขนส่งสิ่งที่ต้องการจากที่หนึ่งไปสู่ที่หนึ่งได้โดยปลอดภัยตามคอนเซ็ปต์ของการจัดการโลจิสติกส์นั่นเอง

ไม่ว่ายุคสมัยใดการขนส่งทางรถไฟก็ยังคงอยู่คู่กับเรา

ในสมัยอดีตก่อนที่จะมีการสร้างรถไฟ การขนส่งหรือลำเลียงสินค้าก็ทำผ่านทางเรือไม่ว่าสถานที่ต้นทางและปลายทางจะห่างกันเพียงใดก็ตาม ก็ใช้สัญจรและขนส่งสินค้าผ่านทางเรือเท่านั้น แต่เมื่อมีการพัฒนาจนมีการสร้างรถไฟให้คนสัญจรไปมาระหว่างกัน ก็เกิดการพัฒนามาขนส่งสินค้าผ่านทางรถไฟอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งการขนส่งทางรถไฟเมื่อเทียบกับการขนส่งทางเรือจะมีความรวดเร็วและประหยัดเวลากว่า เมื่อสินค้าหรือสิ่งของไปถึงปลายทางโดยประหยัดเวลาลง ก็ย่อมทำให้ตอบโจทย์ได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้มากกว่า อีกทั้งการขนส่งทางรถไฟสามารถขนส่งสิ่งของขนาดใหญ่ได้โดยง่ายดายกว่าการขนส่งผ่านทางเรืออีกด้วย เนื่องจากในอดีตยังไม่มีเรือขนส่งบรรทุกขนาดใหญ่มากนักนั่นเอง

ข้อดีและข้อเสียของการขนส่งผ่านรถไฟหรือระบบราง

                ข้อดี สามารถขนส่งสินค้าได้คราวละจำนวนมากหากเทียบกับการขนส่งทางบกและทางอากาศต่อหนึ่งเที่ยวขนส่ง และเมื่อสามารถขนส่งได้คราวละจำนวนมากจึงเป็นการลดต้นทุนในการขนส่ง ประหยัดค่าใช้จ่ายในการลำเลียงลงไปด้วย อีกทั้งการขนส่งผ่านทางรถไฟยังลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงได้มากกว่าการขนส่งด้วยวิธีอื่นๆ หากเทียบต้นทุนปริมาณต่อหน่วยที่เท่ากัน อีกทั้งการขนส่งด้วยวิธีนี้ยังลดการก่อให้เกิดมลภาวะได้ดีกว่าการขนส่งแบบอื่นๆ  และการขนส่งด้วยระบบนี้ยังสามารถขนส่งต่อเนื่องในระยะทางไกลๆ ได้ดีกว่าแบบอื่นๆด้วย

ข้อเสีย เนื่องจากการขนส่งหรือลำเลียงสินค้าผ่านทางรถไฟหรือระบบรางนี้ เป็นการลำเลียงสินค้าใส่รถไฟซึ่งต้องวิ่งอยู่บนรางจึงทำให้มีแรงกระแทกตลอดระยะทาง ซึ่งหากเป็นการขนส่งในระยะไกลย่อมทำให้สินค้านั้นๆ ได้รับแรงกระแทกอย่างต่อเนื่องได้ ดังนั้นสินค้าที่จะขนส่งผ่านวิธีการนี้ย่อมต้องได้รับการบรรจุหีบห่อบรรจุภัณฑ์มาเป็นอย่างดี เพื่อให้ทนต่อแรงกระแทกนั่นเอง ซึ่งสินค้าอุตสาหกรรมหลักส่วนใหญ่ที่มักขนส่งผ่านทางรถไฟได้แก่ ปูนซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เป็นต้น และข้อเสียที่เห็นได้ชัดอีกข้อหนึ่งของการขนส่งด้วยวิธีการนี้ก็คือ ข้อจำกัดด้านรางรถไฟที่มีการจำกัดเฉพาะบางเส้นทางเท่านั้น ไม่สามารถวิ่งออกนอกเส้นทางที่ก่อสร้างรางไว้ได้ จึงทำให้สามารถขนส่งจากที่เดิมเท่านั้น หากต้องขนส่งเส้นทางอื่นที่ไม่มีรางรถไฟผ่าน ก็ต้องใช้การขนส่งด้วยวิธีอื่น อีกทั้งการขนส่งด้วยวิธีนี้ยังต้องมีการลำเลียงเปลี่ยนถ่ายสินค้าจากรถไฟขบวนหนึ่งไปยังรถไฟอีกขบวนหนึ่งหากมีการเปลี่ยนหรือสลับรางรถไฟในกรณีที่ต้องขนส่งในระยะทางไกลอีกด้วย

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ตาม การโดยสารของผู้คนหรือการขนส่งสินค้าและบริการต่างๆยังคงพึ่งพารถไฟหรือระบบรางด้วย แม้สังคมสมัยใหม่จะมีวิวัฒนาการในด้านต่างๆอย่างมากก็ตาม แต่การขนส่งด้วยระบบนี้ก็ยังคงอยู่คู่กับผู้คนมายาวนานจนถึงทุกวันนี้ได้ อีกทั้งยังมีการพัฒนาจากระบบรถไฟแบบธรรมดาไปสู่รถไฟที่ทันสมัยขึ้นจนกระทั่งในปัจจุบันมีการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไปจนถึงรถไฟระบบรางคู่แล้วนั่นเอง

การขนส่งทางท่อ มิติใหม่แห่งโลจิสติกส์ที่ช่วยให้ขนส่งของเหลวหรือก๊าซได้

                การจัดการโลจิสติกส์มีการลำเลียงขนส่ง 3 ประเภทหลัก ๆ  คือ การขนส่งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งการขนส่งทางบกก็ได้แก่การลำเลียงโดยใช้ยานพาหนะซึ่งจะใช้ยานพาหนะขนาดเล็กหรือใหญ่ย่อมขึ้นอยู่กับปริมาณของสิ่งของที่ต้องการขนส่ง ส่วนการขนส่งทางน้ำก็ได้แก่ การขนส่งผ่านเรือยนต์ สุดท้ายคือการขนส่งทางอากาศ ก็เป็นการขนส่งโดยลำเลียงผ่านทางเครื่องบิน เป็นต้น แต่ในปัจจุบันนี้เนื่องจากมีวิวัฒนาการในการลำเลียงขนถ่ายของเหลวและก๊าซต่าง ๆ ด้วย จึงเกิดมีการขนส่งโดยทางท่อ ซึ่งนับว่าเป็นมิติใหม่แห่งการจัดการขนส่งเลยทีเดียว อีกทั้งการขนส่งลำเลียงทางท่อนี้ก็มีขีดจำกัดและรูปแบบเฉพาะที่แตกต่างจากการขนส่งแบบอื่น ๆ  อีกด้วย

รูปแบบเฉพาะและขีดจำกัดของการขนส่งทางท่อ

                เนื่องจากการขนส่งทางท่อได้เริ่มมีการใช้งานเป็นลำดับสุดท้ายของการขนส่งประเภทอื่น เพราะในอดีตวิวัฒนาการในด้านต่าง ๆ ยังล้าสมัยอยู่มาก แต่ในปัจจุบันนี้ด้วยการมีพัฒนาการในด้านต่าง ๆ จนถึงขีดสุด และมีการยอมรับเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้กับการจัดการโลจิสติกส์ ดังนั้นจึงเกิดการลำเลียงขนส่งผ่านทางท่อขึ้น ซึ่งนั่นก็ทำให้การขนส่งชนิดนี้มีข้อจำกัดในด้านต่าง ๆ  เช่น

-มีการใช้พื้นที่ในการขนส่งลำเลียงค่อนข้างมาก อีกทั้งยังต้องมีการก่อสร้างไว้ให้เรียบร้อยเสียก่อนในการลำเลียง ซึ่งต่างจากการขนส่งในรูปแบบอื่น ๆ  ที่ไม่จำต้องมีการก่อสร้างไว้ก่อน เมื่อต้องการลำเลียงสิ่งของจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งก็เพียงแค่ลำเลียงสินค้าขึ้นไปยังยานพาหนะและนำพาสิ่งของไปยังจุดหมายปลายทางเท่านั้น อีกทั้งการก่อสร้างท่อที่ใช้ในการขนส่งต้องถูกออกแบบมาอย่างลงตัว เพื่อการขนส่งที่ไม่ทำให้ของเหลวหรือก๊าซที่ถูกลำเลียงผ่านท่อไหลย้อนกลับขึ้นมาอีกด้วย เรียกว่าเป็นการขนส่งแบบทางเดียวไม่ส่งกลับนั่นเอง

-ท่อที่ใช้ในการขนส่งต้องถูกออกแบบมาโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อีกทั้งยังต้องใช้ต้นทุนในการก่อสร้างสูงกว่าการขนส่งโดยวิธีอื่น ๆ  และสิ่งของที่ขนส่งผ่านท่อต้องเป็นของเหลวหรือสถานะก๊าซเท่านั้น นี่จึงเป็นข้อจำกัดเฉพาะของการลำเลียงขนส่งผ่านทางท่อ

-เป็นการขนส่งโดยพื้นที่เฉพาะ หมายถึงเป็นการขนส่งผ่านพื้นที่เดิมจากต้นทางที่เดิมไปสู่ปลายทางที่เดิมเท่านั้น เพราะท่อได้ถูกออกแบบมาให้ถูกลำเลียงจากต้นทางไปยังปลายทางของท่อเท่านั้น จึงแตกต่างจากการขนส่งโดยวิธีอื่น ซึ่งสามารถลำเลียงออกนอกเส้นทางได้เสมอ แต่การขนส่งผ่านท่อจะต้องถูกขนส่งผ่านทางเดิมเท่านั้น

การขนส่งทางท่อเป็นวิธีการขนส่งชนิดหนึ่งที่ใช้ต้นทุนในการขนส่งค่อนข้างสูง อีกทั้งยังต้องเป็นการขนส่งสิ่งของเฉพาะอย่างเท่านั้น แต่นับว่าเป็นวิธีการที่แสดงให้เห็นถึงความนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกระบวนการโลจิสติกส์อย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งกระบวนการนี้ยังนับว่าเป็นกระบวนการขนส่งสินค้าที่สะอาดและปลอดภัยอีกวิธีหนึ่งด้วย และเป็นการขนส่งที่รวดเร็วและลดสิ่งแปลกปลอมปนเปื้อนระหว่างขนส่ง ซึ่งเป็นจุดต่างที่เห็นได้ชัดของการขนส่งผ่านทางท่อด้วย

อย่ามองข้ามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในการจัดการโลจิสติกส์

การจัดการโลจิสติกส์คือกระบวนการลำเลียงขนส่งสิ่งหนึ่งจากต้นทางไปสู่ปลายทาง แต่นั่นเป็นเพียงแค่ภาพรวมของการจัดการขนส่งลำเลียงสินค้าหรือข้อมูลสิ่งของเท่านั้น ซึ่งในความจริงกว่าจะถึงกระบวนการนี้ที่เป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการย่อมต้องผ่านขั้นแรกเริ่มอีกหลายขั้นตอนกว่าจะมาถึงขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการขนส่ง ซึ่งแม้ขั้นตอนสุดท้ายที่ส่งมอบสินค้าหรือข้อมูลสิ่งของไปยังปลายสายได้โดยสำเร็จจะเป็นเป้าหมายสูงสุดของกระบวนการก็ตาม แต่ขั้นตอนปลีกย่อยต่างๆก็มีความสำคัญที่ทำให้กระบวนการสำเร็จได้ไม่แพ้กัน ซึ่งในแต่ละขั้นตอนก็อาจเกิดความเสี่ยงที่อาจเป็นอันตรายในกระบวนการขนส่งได้ทั้งสิ้น ดังนั้นคุณจึงควรให้ความสำคัญกับทุกกระบวนการเพื่อให้การจัดการ         โลจิสติกส์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้อง

ความเสี่ยงอะไรบ้างที่อาจขึ้นได้ในระหว่างการจัดการโลจิสติกส์

                -ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นตั้งแต่ขั้นแรกในการจัดเตรียมสิ่งของเพื่อขนส่ง นั่นคือการบรรจุหีบห่อสินค้านั้นๆ มีความเหมาะสมและความปลอดภัยเพียงใดกับประเภทของสินค้า ซึ่งผู้จัดการโลจิสติกส์ต้องคำนึงถึงข้อนี้เป็นอันดับแรกในกระบวนการ อีกทั้งยังต้องมีความรู้เชี่ยวชาญในการตรวจตราเลือกใช้วิธีการบรรจุหีบห่อเป็นอย่างมากด้วย เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่รักษาความปลอดภัยในระหว่างการขนส่งลำเลียงสินค้าด้วย ดังนั้นการหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการลำเลียงสินค้า ก็ควรเริ่มตั้งแต่กระบวนการแรกในการบรรจุหีบห่อ โดยการเลือกวัสดุ อุปกรณ์ วิธีการ ให้เหมาะสมกับสินค้านั้นๆ ให้มากที่สุดด้วย

-ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกนั้นเอง เช่น ความปลอดภัยและความแข็งแรงของยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่ง หากเป็นการขนส่งทางบกโดยใช้รถยนต์หรือรถบรรทุก ย่อมต้องคอยตรวจตรายานพาหนะให้อยู่ในความพร้อมเสมอ ไม่ควรมองข้ามจุดนี้ไป เพราะอันตรายอาจเกิดขึ้นจากความบกพร่องของยวดยานพาหนะได้ เป็นต้น หรืออาจเกิดจากปัจจัยนอกก็เป็นได้ เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ อุทกภัย             หรือวาตภัย ที่ไม่มีใครคาดคิดและอยู่เหนือการควบคุม ดังนั้นในกระบวนการนี้จึงต้องมีการวางแผนในการรับมือให้พร้อม เพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลานั่นเอง

-ความเสี่ยงที่เกิดจากมนุษย์ สิ่งนี้นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในกระบวนการจัดการโลจิสติกส์ เพราะมนุษย์เป็นผู้ควบคุม บริหารจัดการทุกกระบวนการ แม้จะมีการนำระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์มาใช้ในการจัดการก็ตาม แต่ในท้ายที่สุดก็ย่อมต้องใช้มนุษย์ในการควบคุมทุกขั้นตอนอยู่นั่นเอง ดังนั้นจึงควรมีความพร้อมในการทำงาน หากวันใดที่สังเกตได้ว่าตนไม่พร้อมทางด้านสภาพร่างกายหรือจิตใจในการทำงาน ก็ควรงดเสีย เพราะการเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงาน

ดังนั้นจะเห็นว่าความเสี่ยงอาจเกิดขึ้นได้ทุกขั้นตอนของการจัดการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นทั้งปัจจัยภายนอกหรือภายใน จึงไม่ควรมองข้ามทุกปัจจัย หากแต่ควรใส่ใจทุกขั้นตอนกระบวนการเพื่อผลสำเร็จที่ดีที่สุดในการจัดการโลจิสติกส์นั่นเอง

ความปลอดภัยในการกระบวนการโลจิสติกส์ที่ไม่ควรมองข้าม

                ในกระบวนการขนส่งหรือลำเลียงสิ่งของทุกชนิด นอกจากระบบออนไลน์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการควบคุมการจัดการขนส่งเป็นไปอย่างแพร่หลายก็ตาม แต่ก็ยังไม่พ้นการพึ่งพามนุษย์อยู่เช่นเคย เพราะแม้ระบบคอมพิวเตอร์เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกกิจการก็ตาม แต่ถึงอย่างไรเสียก็ยังคงต้องใช้มนุษย์ในการควบคุมอยู่ดี และระหว่างขั้นตอนการจัดการขนส่งย่อมเกิดอุบัติเหตุในการขนส่งได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุเล็กๆหรือไปจนถึงอุบัติเหตุใหญ่ๆ ไม่ว่าอุบัติเหตุนั้นจะเกิดจากมนุษย์หรือสิ่งอื่นใดก็ดี หากต้องการหลีกเลี่ยงหรือลดการเกิดอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุดแล้ว จึงไม่ควรมองข้ามทุกสิ่งที่จะสร้างความปลอดภัยให้ในกระบวนการโลจิสติกส์ด้วยแม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยก็ตาม

สิ่งหลักๆที่ไม่ควรมองข้ามในกระบวนการจัดการขนส่ง

                -ความปลอดภัยในด้านคนที่ควบคุมการขนส่ง ซึ่งหมายถึงมนุษย์ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งตั้งแต่ขั้นแรกเริ่มไปจนถึงขั้นจบกระบวนการขนส่ง ซึ่งมนุษย์มีข้อจำกัดในการทำงานมากกว่าระบบคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว เพราะมนุษย์ต้องการการพักผ่อนที่เพียงพอและความแข็งแรงในแต่ละตัวบุคคลซึ่งต้องเลือกใช้คนให้เหมาะกับงาน จึงควรเลือกใช้คนในการควบคุมหรือลำเลียงสิ่งของให้เหมาะสมด้วย เช่นเลือกใช้คนที่ไม่มีความชำนาญในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ไปควบคุมการขนส่งที่ผ่านระบบออนไลน์ ย่อมมีความเสี่ยงได้ว่าอาจมีการเข้าใจผิดในการสั่งการซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุในระหว่างการขนส่งได้ เป็นต้น

-ความปลอดภัยด้านระบบคอมพิวเตอร์ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่าในปัจจุบันมีการนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการโลจิสติกส์เป็นอย่างมาก ซึ่งแทบจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกกระบวนการจัดการโลจิสติกส์มีระบบคอมพิวเตอร์มาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ ดังนั้นจึงนับว่าระบบคอมพิวเตอร์เป็นองค์ประกอบหลักหนึ่งเช่นกันเพื่อให้การจัดการขนส่งเป็นไปโดยเรียบร้อย ดังนั้นจึงควรหมั่นตรวจตราและบำรุงซ่อมแซมระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการจัดการขนส่งให้อยู่ในสภาพดี และพร้อมใช้งานได้ทุกสถานการณ์เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงจากอุบัติเหตุต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้

-ความปลอดภัยของระบบขนส่งเอง นั่นหมายถึงสิ่งที่ใช้ในการลำเลียงขนส่งสิ่งของจากสถานที่หนึ่งไปสู่อีกสถานที่หนึ่งนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น รถที่ใช้ในการขนส่ง เครื่องบินที่ใช้ในการลำเลียง เรือ หรือท่อที่ใช้ในการขนส่งก๊าซ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เมื่อมีการใช้งานมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องก็ย่อมเป็นธรรมดาที่จะมีความเสื่อมสภาพไปตามการใช้งาน ดังนั้นจึงควรตรวจอุปกรณ์เหล่านี้ให้อยู่ในสภาพปลอดภัยอยู่เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดจากการขนส่งที่เกิดจากการใช้เครื่องบรรทุกที่หมดสภาพแล้ว

ดังนั้นการจัดการโลจิสติกส์จึงไม่ควรมองข้ามสิ่งเหล่านี้ที่กล่าวมาทั้งหมด เพราะความปลอดภัยในกระบวนการ โลจิสติกส์นับเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การขนส่งสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพราะแม้หากเกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยระหว่างดำเนินการ นั่นไม่ได้หมายถึงเฉพาะความสูญเสียของสิ่งที่เสียหายเท่านั้น แต่นั่นยังหมายถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่ควรจ่ายไปอีกด้วย

สิ่งที่ควรคำนึงถึงทุกครั้งในการจัดการบริหารโลจิสติกส์

                เพราะการลำเลียงสิ่งของจากที่หนึ่งไปสู่ที่หนึ่งย่อมมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นทุกครั้ง แม้จะเป็นเพียงระยะทางอันใกล้ก็ย่อมมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นตามมา เพียงแต่จะมากหรือน้อยก็ลดหลั่นกันลงไปตามระยะทางและประเภทของการจัดการขนส่งเท่านั้น ซึ่งเมื่อมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นในทุกการลำเลียงแล้ว จึงควรกลั่นกรองวิธีที่เหมาะสมที่สุดกับการขนส่งสิ่งนั้นๆก่อนเริ่มดำเนินการจัดการโลจิสติกส์ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเซฟทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาและที่สำคัญเพื่อการบรรลุถึงจุดประสงค์ของการขนส่งที่แท้จริงอีกด้วย

สิ่งพื้นฐานที่ควรคำนึงถึงก่อนเริ่มจัดการโลจิสติกส์

เพราะทุกกระบวนการในการจัดส่งลำเลียงมีความสำคัญเสมอ ดังนั้นจึงควรมีการวางแผนก่อนเริ่มดำเนินการเพื่อให้การจัดการโลจิสติกส์ในครั้งนั้นๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและรวดเร็วตอบโจทย์ผู้รับให้ได้มากที่สุด

-สถานที่ในการจัดส่ง ควรวิเคราะห์เสียก่อนว่าสถานที่ในการจัดส่งเป็นเช่นไร มีสภาพอากาศและระหว่างทางเป็นเช่นไร เพื่อจัดการเลือกวิธีการในการขนส่งให้เหมาะสมที่สุดก่อนออกเดินทาง จะทำให้ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายไปในตัว

-ปริมาณสิ่งของที่ขนส่ง เพื่อเลือกใช้วิธีการในการขนส่งให้เหมาะสม หากเป็นสิ่งของที่มีขนาดใหญ่แต่ไม่ต้องการความรวดเร็วมากนักก็อาจจัดการขนส่งโดยทางเรือ หรือหากเป็นสิ่งของที่มีขนาดทั่วไปไม่ใหญ่มากนักและต้องการความรวดเร็วมากขึ้นก็ใช้วิธีการขนส่งทางอากาศหรือทางเครื่องบินนั่นเอง

-สิ่งของที่ขนส่งนั้นเอง มีลักษณะอย่างไร และลักษณะจำเพาะเป็นเช่นไร เกิดการเน่าเสียได้ง่ายหรือไม่หากเป็นของสดเสียง่าย หรือสิ่งของนั้นๆควรได้รับการดูแลเป็นอย่างดีในระหว่างการขนส่งเพราะเป็นสิ่งของที่อาจเกิดการแตกได้ง่าย ก็ควรเลือกวิธีการให้เหมาะสมด้วย

-เวลาที่กำหนดไว้ในการขนส่ง คำนวณเวลาเสียให้เรียบร้อยว่าหากมีการกำหนดเวลาเท่านั้นเท่านี้ ควรเลือกใช้วิธีการใดจึงจะเหมาะสมที่สุดด้วย

-ค่าใช้จ่าย ต้องเช็คดูเสียก่อนว่าทั้งผู้ส่งมอบและผู้รับมอบมีการกำหนดค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นต้นทุนในการลำเลียงหรือขนส่งหรือไม่ หากค่าใช้จ่ายในการจัดการโลจิสติกส์นี้มีส่วนสำคัญในการนำไปคำนวณเป็นต้นทุนด้วยแล้ว ควรเลือกใช้วิธีการใดในการจัดการจึงจะช่วยลดต้นทุนให้ได้มากที่สุด

-ลูกค้า หรือผู้รับมอบสิ่งของนั้นๆ สิ่งนี้ถือเป็นปัจจัยหลักในการจัดการขนส่งเลยก็ว่าได้ เพราะทุกอย่างจะถูกกำหนดได้โดยลูกค้า และจะมีการจัดการขนส่งตามออเดอร์หรือความประสงค์ที่ลูกค้าต้องการเป็นหลัก นอกเสียจากว่าสิ่งของนั้นๆไม่สามารถจัดส่งโดยวิธีการอื่นๆได้แล้ว ดังนั้นจึงควรเจรจาให้เข้าใจตรงกันมากที่สุดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ออกมาและตรงกับใจของทุกฝ่าย

กระบวนการโลจิสติกส์มีความสำคัญในทุกขั้นตอน ดังนั้นจึงควรมีการวางแผนอย่างรอบคอบให้ดีเสียก่อนดำเนินการ เพื่อเป็นการลดต้นทุนและตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้จัดส่งและผู้รับให้ได้มากที่สุด เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนั่นเอง

การจัดแบ่งประเภทของการจัดการโลจิสติกส์ที่ควรรู้ไว้

กระบวนการโลจิสติกส์ย่อมมีส่วนสำคัญในทุกการดำเนินงานทุกธุรกิจ แม้จะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ล้วนต้องพึ่งพาการขนส่งด้วยกันทั้งนั้น จึงนับว่าเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นต่อการขยายตัวทางธุรกิจเป็นอย่างมาก ซึ่งมีการจัดแบ่งประเภทของการจัดการโลจิสติกส์ไว้ 3 ประเภทใหญ่ๆคือ

1.การจัดการโลจิสติกส์ด้านการทหาร (Military Logistics Management) คือการจัดส่งลำเลียงขนส่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องด้านการทหารเพื่อจุดประสงค์หลักในการบริหารและป้องกันดูแลประเทศ ได้แก่ การจัดส่งลำเลียงยุทโธปกรณ์ อาหารสำหรับทหาร สัตว์ สิ่งของที่จำเป็นต้องใช้ในการทหาร หรือแม้กระทั่งการลำเลียงข้อมูลระบบสารสนเทศจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งซึ่งเป็นข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับการทหาร นั่นก็หมายถึงโลจิสติกส์ด้านการทหารเช่นกัน สรุปได้โดยง่ายว่า   ทุกอย่างที่เป็นการจัดการขนส่งเกี่ยวกับด้านทหารนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการโลจิสติกส์ด้านการทหาร ที่มีจุดประสงค์มุ่งหมายสำคัญในการนำชัยชนะมาสู่ตนนั่นเอง

2.การจัดการโลจิสติกส์ด้านวิศวกรรม (Engineering Logistics Management) คือทุกอย่างที่เป็นการขนส่งเกี่ยวกับด้านวิศวกรรมและไม่ว่าจะเป็นการวิศวกรรมทั้งในประเทศหรือระหว่างประเทศก็ตาม ขอให้เป็นการจัดส่งเพื่อวัตถุประสงค์ในการก่อสร้างหรือการวิศวกรรมแล้วนั้นอยู่ในโหมดของการจัดการโลจิสติกส์ด้านวิศวกรรมทั้งสิ้น ซึ่งในปัจจุบันการจัดการขนส่งทางด้านวิศวกรรมก็มีความรวดเร็วและสะดวกสบายกว่าในอดีตเป็นอย่างมาก เนื่องจากวิวัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปและระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาแทนที่ในหลายๆระบบ จึงมีส่วนช่วยทำให้การจัดการขนส่งเป็นไปอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ซึ่งการขนส่งทางด้านวิศวกรรมได้แก่ การขนส่งสิ่งของหรือข้อมูลที่นำไปสร้างสาธารณูปโภค อาคาร สาธารณูปการเพื่อการซ่อมสร้างและซ่อมแซม และมีทุกระบบในการจัดการไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ      ก็ตาม

3.การจัดการโลจิสติกส์ด้านธุรกิจ (Business Logistics Management) นับว่าการจัดการด้านนี้เติบโตและขยายตัวอย่างรวดเร็วมากกว่าการขนส่งลำเลียงมากกว่าด้านอื่นที่กล่าวมาเลยทีเดียว ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะเนื่องจากมีการเปิดกว้างทางการค้าเสรีมากขึ้น มีการกระจายตัวทางสินค้าระหว่างประเทศและการจัดส่งลำเลียงมีการพัฒนาเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว จึงมีส่วนช่วยให้การจัดการโลจิสติกส์ด้านนี้ขยายตัวรวดเร็วมากกว่าด้านอื่นๆหากเทียบกับอัตราการเจริญเติบโต และการจัดการโลจิสติกส์ด้านนี้นับว่ามีการลำเลียงขนส่งสินค้าทางอากาศมากกว่าด้านอื่นๆเป็นอย่างมาก เพราะธุรกิจสมัยที่ต้องการความรวดเร็วเป็นสำคัญเพื่อวัตถุประสงค์หลักในการมุ่งหวังความสำเร็จทางธุรกิจเป็นส่วนสำคัญ เพราะนั่นหมายถึงรายรับที่ดีดตัวสูงขึ้นจนทำให้มีผลประกอบการที่ดีขึ้น ดังนั้นเมื่อเป็นโลจิสติกส์ทางด้านธุรกิจก็ย่อมยอมลงทุนในการขนส่งเพื่อความรวดเร็วที่สุดนั่นเอง

ทุกประเภทการจัดการโลจิสติกส์แม้จะมีความลดหลั่นในการขนส่งลำเลียงก็ตาม แต่ทุกประเภทล้วนมีความสำคัญต่อการดำรงอยู่และการดำเนินชีวิตของมนุษย์เป็นอย่างยิ่ง จึงไม่สามารถขาดประเภทการจัดการโลจิสติกส์ด้านใดได้เลย อีกทั้งทุกประเภทที่กล่าวมาก็ย่อมต้องมีการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันอีกด้วย

ทำไมอาชีพนักจัดการด้านโลจิสติกส์จึงเป็นที่สนใจของกลุ่มนักศึกษา

จากการเปิดเผยสถิติด้านการศึกษาในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา สังเกตได้ว่ามีกลุ่มนักศึกษาเลือกเรียนเกี่ยวกับการบริหารจัดการด้าน Logistics กันมากขึ้น เพราะคาดหวังว่าอาชีพที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต หางานได้ง่าย เป็นที่ต้องการในกลุ่มธุรกิจ และไม่มีการแข่งขันสูงเช่นอาชีพในแวดวงอื่น ๆ

แต่บางส่วนถือเป็นการคาดเดาที่ผิด เพราะอาชีพนี้มีเงื่อนไขในการคัดเลือกบุคลากรค่อนข้างสูง คนที่มีความสามารถจริง ๆ เท่านั้นที่จะผ่านการสัมภาษณ์และถูกส่งเข้าไปทดลองงาน กว่าจะได้ในตำแหน่งที่ต้องการ ก็ต้องผ่านการฝึกฝนประสบการณ์ ถูกเคี่ยวจากนักจัดการด้านโลจิสติกส์รุ่นพี่เสียก่อนในระยะหนึ่ง

อัตราเงินเดือนที่ค่อนข้างสูง ดึงดูดให้น้อง ๆ นักศึกษาตัดสินใจมาสมัครเรียนกันมากขึ้น หลายคนเข้าใจว่าโลจิสติกส์คือการเรียนรู้เรื่องการลำเลียงและดำเนินการขนส่งสินค้าและซัพพลายเชน ซึ่งจริง ๆ แล้ว โลจิสติกส์มีรายละเอียดปลีกย่อยและแง่มุมอื่น ๆ ที่น่าศึกษาอีกมาก แต่หลาย ๆ คนไม่เคยกล่าวถึงเท่านั้น

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่จะมาทำงานด้านโลจิสติกส์ต้องมีความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับภาษี, การนำเข้า-ส่งออก, กฎหมายการค้าระหว่างประเทศร่วมด้วย หากใครไม่ชอบเรียนเกี่ยวกับงานกฎหมายและเรื่องภาษีต่าง ๆ ก็คงรู้สึกอึดอัดกับวิชาเหล่านี้ อย่างน้อย ๆ ต้องเปิดใจยอมรับ เพราะวิชาต่าง ๆ เหล่านี้ก็คือส่วนสำคัญของการทำงานด้านโลจิสติกส์เช่นกัน

ความรู้ด้านภาษาก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่ผู้อยากทำงานด้านโลจิสติกส์ต้องมี  เพราะผู้ที่จะเข้ามาทำงานในสายนี้ต้องพบปะผู้คนมากมาย และต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ต่อให้เป็นบริษัทที่ทำงานภายในประเทศก็ตาม ควรศึกษาเรื่องศัพท์เทคนิคต่าง ๆ หรือฝึกการติดต่อประสานงานกับชาวต่างชาติบ่อย ๆ เพราะต้องมีโอกาสได้ใช้ทักษะด้านภาษาในงานนี้แน่ ๆ อยู่แล้ว

การอ่านคนและการบริหารคนก็ถือว่าเป็นหนึ่งในหน้าที่งานด้วยเช่นกัน นักบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ที่ดี ต้องอ่านคนให้เป็น เลือกใช้คนให้เหมาะกับหน้าที่งาน มองให้ออกว่าแต่ละคนเขามีความคิดเช่นไร พฤติกรรมส่วนตัวข้อไหนบ้างที่เป็นผลเสียต่อบริษัท มีแนวโน้มว่าจะทุจริตในอนาคตหรือไม่ เพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นกับทางองค์กรในภายหลัง

ทั้งหมดนี้คือแง่มุมหนึ่งของอาชีพนักจัดการด้านโลจิสติกส์ที่น้อง ๆ หลายคนอาจยังไม่เคยทราบ เพราะหลายคนโฟกัสไปที่เงินเดือนและเข้าใจว่าเป็นการทำงานด้านการขนส่งสินค้าเป็นหลัก ซึ่งจริง ๆ แล้วยังมีรายละเอียดปลีกย่อยในหน้าที่งานที่มากกว่านั้น อย่างน้อย ๆ ข้อมูลเหล่านี้คงพอมีส่วนช่วยในการตัดสินใจ และเตรียมตัวเพื่อเข้ามาเป็นบุคลากรที่ดีที่มีความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งต่อไปได้ในอนาคต

 

ทำไม Logistics ทางน้ำจึงกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง

การขนส่งทางเรือหรือทางน้ำประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าช่องทางอื่น เหตุผลข้อแรกที่ทำให้การขนส่งทางน้ำเป็นทางเลือกแรก ๆ ที่นักจัดการด้านโลจิสติกส์ของหลาย ๆ บริษัทเลือกใช้ คือเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่าย การขนส่งทางน้ำนั้นใช้ค่าจัดส่งน้อยมากเมื่อเทียบกับการขนส่งช่องทางอื่น ๆ ส่งสินค้าได้ในปริมาณมาก อัตราค่าภาษีนำเข้าของแต่ละท่าเรือก็ไม่สูงมาก ไม่ต้องจ้างคนยกเพราะทางบริษัทเดินเรือมีบริการให้ครบวงจร โดยที่ผู้ประกอบการไม่ต้องเสียอะไรเพิ่มนอกจากค่าขนส่ง และเสี่ยงกับอัตราความเสียหายน้อยกว่าการขนส่งประเภทอื่น ๆ

การขนส่งทางน้ำสามารถขนส่งสินค้าได้ครั้งละมาก ๆ

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้การขนส่งทางน้ำกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง ก็คือปริมาณในการขนส่งนั่นเอง ทางผู้ประกอบการสามารถจัดส่งสินค้าได้คราวละมาก ๆ โดยเลือกตู้คอนเทนเนอร์ตามความเหมาะสมของประเภทและจำนวนของสินค้าที่ต้องการจัดส่ง ทำให้ย่นระยะเวลาและลดขั้นตอนในการกระจายสินค้า แถมยังประหยัดต้นทุนได้อย่างมหาศาลตามที่กล่าวไปในหัวข้อแรก

มีรูปแบบตู้คอนเทนเนอร์ให้เลือกหลากหลายตามความเหมาะสมของตัวสินค้าที่ผู้ประกอบการต้องการจัดส่ง

การขนส่งทางเรือจะมีตู้คอนเทนเนอร์ให้ผู้ประกอบการเลือกได้ตามความเหมาะสมของสินค้านั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นตู้แช่แข็งสำหรับอาหารสด ตู้คอนเทนเนอร์แบบ Dry Cargoes สำหรับใส่สินค้าทั่วไป ตู้คอนเทนเนอร์ปรับอากาศสำหรับสินค้าที่ต้องระวังเรื่องอุณหภูมิเป็นพิเศษ เช่น สินค้าเวชภัณฑ์ สารเคมีต่าง ๆ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าระดับราคาในการขนส่งด้วยตู้คอนเทนเนอร์แต่ละประเภทนั้นก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของนักจัดการด้านโลจิสติกส์อีกทางหนึ่ง

การขนส่งทางน้ำใช้ระยะเวลาไม่นานอย่างที่คิด

หากไม่ใช่หน้ามรสุม การขนส่งทางน้ำก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการขนส่งสินค้าในปริมาณมาก ๆ หรือขนส่งข้ามประเทศ และใช้เวลาในการขนส่งแต่ละครั้งไม่นานอย่างที่คิด เนื่องด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและการจัดการด้านโลจิสติกส์ที่รัดกุม ทำให้ระยะเวลาในการขนส่งทางน้ำยุคปัจจุบันใช้เวลาเพียง 2-5วันเป็นอย่างช้า

ท้ายสุดคือการขนส่งทางน้ำ ยังคงมีความปลอดภัยสูง เพราะมีระบบการรักษาความปลอดภัยค่อนข้างดี ส่วนใหญ่ ทางกิจการเดินเรือจะมีการรับประกันความเสียหายของสินค้าในอัตราที่สูงกว่าการขนส่งช่องทางอื่น ๆ พวกเขามีทีมงานที่เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์คอยบริหารและควบคุมการทำงาน เพื่อลดอัตราการสูญเสียให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ มีเจ้าหน้าที่ควบคุมสินค้าต่อหนึ่งลำเรือเป็นจำนวนมาก แต่ละคนล้วนเป็นเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญและผ่านการอบรมมาอย่างดี ดังนั้น ผู้ประกอบการทุกคนจึงไว้วางใจการขนส่งทางน้ำเป็นอันดับแรก ๆ

 

คุณสมบัติที่นักบริหารจัดการด้าน Logistics ควรมี

จากเปอร์เซ็นต์การแข่งขันทางธุรกิจที่ค่อนข้างดุเดือดในปีล่าสุดนี้ ทำให้หลาย ๆ บริษัทเริ่มมีการปรับตัวกันมากขึ้น และเปลี่ยนแผนธุรกิจเป็นรูปแบบใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และลดขั้นตอนบางอย่างในการทำงาน เพื่อให้มีความคล่องตัวมากขึ้น ด้วยการประหยัดต้นทุนและตัดงบประมาณในส่วนที่ไม่จำเป็นออก เพื่อให้บริษัทอยู่รอด และมีแนวโน้มว่าจะมีผลกำไรเพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ ปี

หลายบริษัทมีความประสงค์ที่จะเพิ่มตำแหน่งผู้บริหารงานด้าน Logistics โดยตรง เนื่องจากความไม่เสถียรทางด้านการตลาดที่มีอัตราการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างสูง ซึ่งตำแหน่งเดียวที่จะคอยรับมือกับตัวแปรเหล่านี้ได้ ก็คือนักบริหารและนักพัฒนาด้านสายงาน Logistics นั่นเอง แต่ก่อนจะมอบตำแหน่งที่ว่านี้ให้กับใครสักคน ผู้บริหารส่วนใหญ่จะพิจารณาจากคุณสมบัติเหล่านี้เป็นหลัก

1.มีความรอบรู้

นักบริหารจัดการด้าน Logistics ต้องมีความรอบรู้ในระดับที่สูงกว่าบุคคลทั่วไป ต้องหมั่นศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์แผนการตลาดล่วงหน้าอยู่เสมอ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องล้ำหน้าคู่แข่งไปหนึ่งก้าว คิดแผนสำรองไว้เพื่อหาทางออกให้กับทีมงานในยามที่เกิดปัญหา  เพราะทุกความคิด ทุกแผนงานของคนกลุ่มนี้หมายถึงผลกำไรและขาดทุนของบริษัท คุณสมบัติข้อนี้จึงมีความสำคัญเป็นอันดับแรก

2.มีทักษะรอบด้าน

นอกจากความรอบรู้แล้ว ไหวพริบและทักษะด้านอื่น ๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่ต่อเนื่องกัน คนที่จะเข้ามารับตำแหน่งนี้ต้องเป็นคนทันเกม มีทักษะที่เพียบพร้อมแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเจรจา จังหวะการพลิกแพลงและการก้าวนำคู่แข่ง ความเป็นระเบียบ และความละเอียดในการจัดการด้านต่าง ๆ หากขาดทักษะด้านใดด้านหนึ่งไป อาจส่งผลเสียให้กับบริษัทได้ในทันที

3.มีทัศนคติและอุปนิสัยด้านบวก

ข้อนี้สำคัญมาก เพราะการมีทัศนคติที่ดีและมีอุปนิสัยด้านบวกจะช่วยส่งผลให้ธุรกิจเติบโตขึ้นได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ผู้บริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ต้องเป็นคนมองการณ์ไกล และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง เพื่อความสะดวกในการติดต่อประสานงานและการจัดการด้านอื่น ๆ

4.มีความกระตือรือร้น พร้อมที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ

อีกหนึ่งข้อที่ถูกจัดไว้ในเกณฑ์การคัดเลือกนักจัดการด้านโลจิสติกส์ก็คือ ความกระตือรือร้นและพร้อมที่จะพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เป็นคนมีระเบียบแบบแผนมีความละเอียด เพราะตำแหน่งนี้คือผู้ที่มีบทบาทสำคัญต่อการลดอัตราความสูญเสียในบริษัท และมีความสามารถสูงในการบริหารจัดการเรื่องเวลา ไม่ว่าจะเป็นตารางเวลาในชีวิตประจำวันของตนเอง
หรือบริหารจัดการเวลาในขั้นตอนต่าง ๆ ของการทำงานก็ตาม นอกจากนี้ยังรวมไปถึงเรื่องการพัฒนาเพื่อหาวิธีการใหม่ๆเพื่อลดต้นทุนของบริษัทได้อีกด้วย