การเปลี่ยนไปของทิศทาง Logistics ที่น่าจับตามอง

เมื่อการตลาดเริ่มเข้าสู่ยุคดิจิตัลแบบเต็มตัว ทิศทางด้านการบริหารและจัดการโลจิสติกส์ก็เปลี่ยนตาม ไม่ว่าจะเป็นการลดขั้นตอนในกระบวนการผลิต การบริหารจัดการโรงงาน การลำเลียงสินค้า บางขั้นตอนเริ่มถูกลดบทบาทลง โดยเฉพาะขั้นตอนจัดส่งสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภค ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ได้ส่งผลกระทบในด้านดีกับวงการโลจิสติกส์เป็นอย่างมาก ตามรายละเอียดดังนี้

1.การจัดการด้านงบประมาณและรายได้ต่าง ๆ เริ่มง่ายขึ้น

เพราะการเบิกจ่ายในยุคนี้ สามารถทำรายการได้ง่าย ๆ แค่เพียงปลายนิ้วสัมผัส ธนาคารและสถาบันทางการเงินต่าง ๆ ก็เปิดให้บริการผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้งานได้ง่าย ๆ ผ่านโทรศัพท์มือถือที่ทุกคนมี ลูกค้าสามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้โดยไม่ต้องเสียเวลาไปต่อคิวที่ธนาคารเช่นเมื่อก่อน ซึ่งแอปพลิเคชันเหล่านี้เป็นสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก เพราะทันทีที่ลูกค้าทำการตกลงสั่งซื้อสินค้ากับทางบริษัท ไม่ว่าจะสั่งผ่านช่องทางไหน ลูกค้าก็สามารถโอนเงินชำระค่าสินค้าผ่านแอปพลิเคชันเหล่านั้นได้ทันที โดยที่ผู้ประกอบการไม่ต้องเสียเวลากับการออกเอกสาร เดินทางไปวางบิลเพื่อรับเงินค่าสินค้าจากห้างร้านเช่นในยุคก่อน ๆ ซึ่งบางห้างร้าน ทางบริษัทต้องรอนานเกือบสองเดือนกว่าเงินจะโอนเข้าบัญชีบริษัทเลยก็มี ยิ่งถ้าลูกค้าชำระเงินผ่านบัตรเครดิตก็จะยิ่งถูกเบิกจ่ายคืนสู่ผู้ประกอบการช้าลงไปอีก

2.การขนส่งถูกลดขั้นตอนลง ผลกำไรเพิ่มขึ้นเกินเท่าตัว

ทันทีที่มีการซื้อขายเกิดขึ้น คำสั่งซื้อจะถูกส่งตรงเข้ามาที่ส่วนกลาง ฝ่ายบริหารจัดการสต๊อกสินค้าก็จะทำการเบิกจ่ายและจัดส่งให้ถึงมือลูกค้าได้ในขั้นตอนเดียว ผิดกับการจัดการตามขั้นตอนโลจิสติกส์ในช่วงก่อนหน้านี้ ที่ต้องดำเนินการจัดหาลำเลียงสินค้าเข้ามาจัดเก็บในสต๊อกสินค้า มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและทำการเบิกจ่าย กว่าจะถึงมือผู้บริโภคก็ล่าช้ากว่าวิธีนี้มาก

3.การใช้แรงงานมนุษย์เริ่มถูกเครื่องจักรเข้ามาแทนที่

ยุคดิจิตัลมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า เครื่องจักรหลายชนิดถูกสร้างขึ้นมาทดแทนการใช้แรงงานของมนุษย์ ในบางบริษัทเริ่มมีการทดลองใช้ตามโรงงาน เพราะเครื่องจักรและหุ่นยนต์ที่มีความทนทานมากกว่าร่างกายมนุษย์ ไม่จำเป็นต้องมีวันหยุด ไม่ต้องลาป่วย จ่ายเงินซื้อเพียงครั้งเดียวก็ทำงานให้โรงงานได้เป็นสิบๆปี ลดค่าใช้จ่ายในการจ้างพนักงานในปีหนึ่ง ๆ ได้อย่างมหาศาล

แต่ข้อเสียในอนาคตก็คือ อาจจะมีคนตกงานเพราะการเข้ามาแทนที่ของเครื่องจักรต่าง ๆ เหล่านี้ เมื่อพนักงานทั้งหมดตกงาน พวกเขาก็จะขาดรายได้และไม่สามารถเปลี่ยนสถานะเป็นลูกค้ามาซื้อสินค้าเหล่านี้ได้เนื่องจากไม่มีกำลังซื้อที่มากพอ ผู้ประกอบการหลายเจ้าจึงระงับโครงการเหล่านี้ไว้ก่อนจนกว่าจะพบทางออกที่ดีต่อทั้งสองฝ่าย

 

กรณีศึกษา Logistics ในประเทศไทย ผ่านมุมมองของบริษัทยักษ์ใหญ่ 

นาทีนี้ คงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เป็นเจ้าของธุรกิจต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยนั้น มีผู้บริหารที่เป็นเลิศด้านมุมมอง Logistics ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจผลิตอาหารสด อาทิ เนื้อไก่ เนื้อสุกร ที่มีฟาร์มเป็นของตนเอง และเปิดร้านค้ารองรับ เพื่อตัดปัญหาเรื่องแหล่งจำหน่าย รวมถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึง และตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้ ทำให้พวกเขาควบคุมคุณภาพด้านการผลิตและขนส่งได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงผลกำไรที่ไหลเวียนเข้าสู่บริษัทโดยตรง ถือเป็นการจัดการอย่างชาญฉลาด ที่คงไม่มีใครกล้าปฏิเสธ

เริ่มจากมุมมองแรก เข้าใจความต้องการของตลาด เรื่องที่ง่ายที่สุด คือแหล่งสร้างผลกำไรที่ดีที่สุด

ที่น่าแปลกใจก็คือ มุมมองของผู้บริหารเหล่านี้มักเป็นไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือการมองง่าย ๆ ว่าผู้บริโภคส่วนใหญ่ต้องการอะไร และสินค้าที่ผู้บริโภคกลุ่มนั้นต้องการ เขาจะสามารถควบคุมต้นทุนในการผลิตได้อย่างไร ต้องวางขายที่ไหน และมีขั้นตอนในการขนส่งอย่างไรบ้างที่จะลดความสูญเสีย และสร้างผลกำไรได้มากที่สุด

ยกตัวอย่างเช่น ปัจจุบันกระแสคนรักสุขภาพมาแรง การวิ่งเป็นที่นิยมของกลุ่มคนวัยทำงานที่มีกำลังซื้อสูงและค่อนข้างตัดสินใจง่าย บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์และชุดกีฬาจึงให้ความสนใจ เข้าร่วมเป็นสปอนเซอร์ และออกแคมเปญจำหน่ายเสื้อวิ่งพร้อมเบอร์ในราคาพิเศษ ซึ่งการวิ่งมาราธอนในแต่ละครั้งนั้น ผู้วิ่งจะต้องจ่ายค่าสมัคร และค่าเสื้อเอง ทำให้บริษัทผลิตชุดกีฬาเหล่านี้ได้ระบายสินค้าเป็นจำนวนมาก โดยใช้ Logistics เพียงขั้นตอนเดียว นั่นก็คือผลิต และส่งตรงสู่สถานที่จัดกิจกรรมในทันที

เป็นฝ่ายผลิต จำหน่าย และส่งออกเสียเอง ดีกว่าเป็นฝ่ายนำเข้าในอนาคต

         ตามที่เป็นข่าวครึกโครมกันล่าสุด ที่บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งมีโครงการจะเช่าที่นารกร้างทั่วประเทศ เพื่อทำการเกษตร แปรรูป และส่งขายตามร้านค้าในเครือ รวมไปถึงการส่งออกสู่ต่างประเทศ โดยคาดหวังให้ไทยเป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของโลกในอนาคต

จะเห็นได้ว่า CEO ของบริษัทนี้มีมุมมองที่กว้างไกล และเข้าใจลักษณะนิสัยของคนไทยเป็นพิเศษ จึงมีความคิดที่จะหยิบยื่นเงินค่าเช่าที่ดินให้โดยที่เจ้าของที่ดินไม่ต้องทำอะไรเลย สามารถนั่งเฉย ๆ เพื่อรอรับเงินค่าเช่าเป็นรายได้เย็น ไม่ต้องเหนื่อยทำเกษตรกรรม และใช้เวลาตลอดปีเพื่อรับเงินค่าผลผลิตอันน้อยนิดเช่นเมื่อก่อนอีกต่อไป

เชื่อว่าการปรับเปลี่ยนด้าน Logistics ครั้งนี้ จะนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทยในอนาคต

              เพราะการปรับเปลี่ยนด้าน Logistics ของหลาย ๆ บริษัทในประเทศไทย จะช่วยให้คุณภาพชีวิตของคนไทยดีขึ้นมากในอนาคต อันดับแรกเลยก็คือ การกระจายรายได้สู่ชุมชน เช่น สโมสรฟุตบอลแห่งหนึ่งมีแนวคิดใช้ผ้าทอลายเอกลักษณ์ของทีมมาจำหน่าย จากเดิมที่สั่งทอไหมพรมจากต่างประเทศ ทำให้ลดต้นทุนการผลิต ได้สินค้าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นที่สนใจของต่างประเทศ มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นสินค้าส่งออกได้ในอนาคต และช่วยกระจายรายได้สู่คนในประเทศได้อย่างสัมฤทธิ์ผล

ดังนั้น ทุกครั้งที่มีข่าวสารเกี่ยวกับการเปลี่ยนแผนการดำเนินงานของบริษัทต่าง ๆ เข้ามา ควรวิเคราะห์และศึกษาอย่างถี่ถ้วน ว่าผู้บริหารของบริษัทเหล่านั้นต้องการอะไร สิ่งที่เขาคิดจะทำ มีทางเป็นไปได้ ลดขั้นตอนการผลิต การขนส่ง และมีแนวโน้มว่าจะสร้างผลกำไรเข้าสู่องค์กรของเขาได้มากขนาดไหน คำตอบที่ตกผลึกจากการวิเคราะห์เหล่านี้แหละ ที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโต ยั่งยืน และยิ่งใหญ่ได้ในอนาคต