ข้อดีของการบริหารจัดการโลจิสติกส์ที่ดีและมีความปลอดภัย

การจัดการโลจิสติกส์ไม่ใช่เพียงแค่พูดถึงการขนส่งสินค้า ข้อมูล สิ่งของ หรือทรัพยากรต่าง ๆ เท่านั้น แต่การขนส่งสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงแค่ขั้นตอนหรือกระบวนการหนึ่งของการจัดการโลจิสติกส์ เพราะการจัดการโลจิสติกส์หมายถึงกระบวนการตั้งแต่ขั้นแรกเริ่มไปจนถึงกระบวนการในท้ายที่สุดที่สิ่งของที่ขนส่งไปถึงมือผู้รับหรือปลายทางได้โดยปลอดภัยนั่นเอง ดังนั้นกระบวนการโลจิสติกส์จึงเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนของการวางแผนการขนส่ง การบรรจุหีบห่อเพื่อการรักษาความปลอดภัยในช่วงระหว่างเวลาขนส่ง กรรมวิธีหรือกระบวนการในการขนส่ง ไปจนถึงการส่งมอบสิ่งของยังปลายทางอย่างไรด้วย สิ่งเหล่านี้ที่ครอบคลุมทุกกระบวนการจึงเรียกรวมกันว่า “การจัดการโลจิสติกส์”

ขั้นตอนการจัดการโลจิสติกส์

                ขั้นแรกเริ่มคือ การวางแผน ขั้นการวางแผนนี้นับเป็นขั้นแรกของทุกกระบวนการเลยทีเดียว เพราะทุกอย่างจะสำเร็จได้ต้องมีการวางแผนก่อนเป็นลำดับแรก ซึ่งหากกล่าวตามความจริงแล้ว ขั้นวางแผนยังนับว่าเป็นลำดับรองลงมาจากการกำหนดเป้าหมาย แต่การกำหนดเป้าหมายบางครั้งก็นับว่าเป็นสิ่งที่มีรูปแบบหรือแบบแผนเดิม ๆ นั่นคือเป้าประสงค์เพื่อให้สิ่งของหรือสินค้าที่ขนส่งไปถึงผู้รับปลายทางได้โดยปลอดภัยและภายในกรอบระยะเวลานั่นเอง ดังนั้นขั้นตอนการวางแผนจึงเป็นสิ่งที่ต้องมีการคิดเตรียมการให้ดีเสียก่อน เพื่อให้การขนส่งหรือการจัดการโลจิสติกส์เป็นไปภายในกรอบที่วางไว้ไม่ออกนอกกรอบหรือแผนไป ซึ่งการวางแผนนั้นเริ่มตั้งแต่กระบวนการกำหนดเรื่องการบรรจุหีบห่อ วิธีและการเลือกใช้การขนส่งให้เหมาะสมกับสิ่งของที่ต้องการขนส่งมากที่สุด เพื่อเป็นการเซฟและรักษาความปลอดภัยให้กับสิ่งของให้มากที่สุด อีกทั้งยังต้องไม่ลืมเรื่องกรอบระยะเวลาในการขนส่งเพื่อให้สิ่งของถึงมือผู้รับภายในกำหนดเวลาอีกด้วย เพราะหากเป็นสิ่งของที่สามารถหมดอายุหรือเสื่อมสภาพได้เมื่อเลยกำหนดเวลาแล้ว ก็นับว่าการขนส่งล้มเหลวเมื่อส่งมอบสินค้าเลยกำหนดเวลาไป

ข้อดีของการขนส่งที่มีการวางแผน

                -หากเกิดอุปสรรคหรือปัญหาระหว่างการขนส่งก็ยังมีแผนในการรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ เพราะการวางแผนจะมีการรองรับปัญหาที่เกิดขึ้น หรือการวางแผนการขนส่งสำรองไว้ด้วย ดังนั้นหากเกิดปัญหาระหว่างการจัดการขนส่งขึ้นมา ก็ไม่เป็นการกะทันหันที่จะเตรียมการรับมือ เรียกได้ว่าเป็นการรับมือแบบมืออาชีพเลยทีเดียว

                -ส่งมอบสิ่งของหรือสินค้าได้ทันท่วงที ในที่นี้จะส่งมอบทันเวลาตามที่ผู้ส่งและผู้รับต้องการ ซึ่งบางครั้งการส่งสิ่งของหรือสินค้าต่าง ๆ กรอบเวลาก็เป็นตัวกำหนดว่าสิ่งของนั้นจะยังมีคุณค่าอยู่หรือไม่ด้วย เช่น การส่งสินค้าจำพวกอาหาร หรือสิ่งต่าง ๆที่จำเป็นต้องส่งมอบให้ทันภายในเวลาที่กำหนด ไม่เช่นนั้นสิ่งของเหล่านั้นก็จะไร้ค่าไป ซึ่งการวางแผนที่ดีและดำเนินการให้เป็นไปตามแผน ก็สามารถช่วยให้การขนส่งเป็นไปตามกรอบระยะเวลาและส่งตรงถึงมือผู้รับปลายทางได้ทันเวลาอีกด้วย

                -หากมีการวางแผนที่ดี ก็จะทำให้มีความปลอดภัยในระหว่างการขนส่ง ทั้งในเรื่องการบรรจุหีบห่อ การเลือกใช้วิธีการขนส่งให้เหมาะสมกับสิ่งของ ซึ่งนั่นก็จะทำให้สิ่งของถึงมือผู้รับโดยที่สิ่งของยังอยู่ในสภาพเดิม ๆ และปลอดภัยอีกด้วย

                ดังนั้นการจัดการด้านโลจิสติกส์ที่ดีจึงต้องมีการวางแผนก่อนทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดผลดีแก่ทั้งผู้ส่ง ผู้รับ และผู้ขนส่งเองด้วย

การเดินทางที่มาพร้อมการพักผ่อนกับเรือสำราญ อีกหนึ่งกระบวนการโลจิสติกส์

ไม่ว่าจะเป็นการลำเลียงสิ่งของหรือสินค้า รวมทั้งผู้คนจากที่แห่งหนึ่งไปสู่ที่ปลายทางนั้น ย่อมเข้าสู่กระบวนการโลจิสติกส์ เพราะกระบวนการจัดการโลจิสติกส์ที่ดีมีหัวใจหลักสำคัญนั่นก็คือ การนำสิ่งของจากต้นทางไปสู่ปลายทางได้โดยปลอดภัยและภายในระยะเวลาที่กำหนดนั่นเอง และการล่องเรือสำราญที่พบเห็นได้บ่อยครั้งในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการล่องเรือสำราญในระยะทางไม่ไกลนักภายในประเทศ ไปจนถึงการล่องเรือสำราญระหว่างประเทศหรือระหว่างทวีป ก็นับเป็นหนึ่งในกระบวนการโลจิสติกส์เช่นกัน

เจาะชีวิตแสนหรูระหว่างเดินทางบนเรือสำราญ

                เรือสำราญในปัจจุบันมีการแข่งขันทางการตลาดกันอย่างมากมาย ดังนั้นเรือแต่ละลำจึงเน้นที่ความสวยงาม หรูหราที่พร้อมจะมอบความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้บริการ มาดูว่าการเดินทางครั้งนี้จะสะดวกสบายขนาดไหนกัน

                -ร้านอาหาร ที่พร้อมเสิร์ฟอาหารให้กับผู้ใช้บริการแทบจะทุกประเภทเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเรือสำราญมักจะมีขนาดใหญ่ และเป็นการนำพาผู้โดยสารชื่นชมบรรยากาศและทัศนียภาพบนท้องทะเลแต่ก็ยังไม่ให้ความสวยงามแห่งท้องทะเลแย่งซีนไปได้ทั้งหมด จึงต้องมีการสร้างสถานที่ต่าง ๆ เสมือนสวรรค์อยู่บนพื้นน้ำให้ลูกค้าได้มีความสุขที่สุดในระหว่างเดินทาง จึงเป็นธรรมดาที่จะมีร้านอาหารไว้คอยบริการลูกค้าอย่างมากมายนั่นเอง

                -โซนบันเทิง จะมีพื้นที่ส่วนที่เป็นสวนสนุกไว้ต้อนรับลูกค้า ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยไหนก็สามารถย้อนวัยใช้บริการโซนสวนสนุกนี้ได้ นอกจากความสวยงามแห่งท้องทะเลที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แล้ว เครื่องเล่นต่าง ๆ ที่นำมาบรรจุไว้บนเรือสำราญก็ยังทำให้คุณเซอร์ไพรส์ได้อีกด้วย

                -สระว่ายน้ำ สระที่พูดถึงนี้ไม่ได้หมายถึงสระว่ายน้ำขนาดสี่เหลี่ยมธรรมดา ๆ ที่ว่ายวนชนกันไปมานะ แต่สระว่ายน้ำบนเรือสำราญที่ตั้งอยู่บนเรือที่แล่นอยู่บนท้องทะเลนี้ มักจัดเต็มไปด้วยเครื่องเล่นที่เป็นพร็อพเสริม ให้เด็ก ๆ ได้เพลิดเพลินจนลืมไปว่าอยู่ในระหว่างการเดินทางเลยทีเดียว

                -ห้องพักที่ไม่ธรรมดา ที่ว่าไม่ธรรมดานี้เพราะเรือสำราญส่วนใหญ่มักมีการตกแต่งห้องพักให้มีความสวยที่แตกต่างจากห้องพักบนบก นอกจากคุณจะได้ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ต้องนอนหลับบนเรือแล้ว ยังได้ความรู้สึกเพิ่มเติมกับบรรยากาศของห้องพักที่ถูกตกแต่งให้มีความแปลกใหม่อีกด้วย

                ที่กล่าวมาเป็นเพียงออเดิร์ฟชีวิตสุดหรูบนเรือสำราญเท่านั้น แม้คุณจะต้องติดอยู่บนเรือลำยักษ์ในระหว่างเดินทางอยู่ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาในการใช้ชีวิตอันแสนหรูเลย ทั้งยังอาจสุขสบายกว่าการอยู่บนดินเสียด้วยซ้ำ นั่นจึงทำให้การล่องเรือสำราญที่เป็นการเดินทางรูปแบบหนึ่งของกระบวนการโลจิสติกส์กำลังเป็นที่นิยมในหมู่เหล่านักท่องเที่ยวทั้งหลาย อีกทั้งการล่องเรือสำราญในแต่ละครั้งก็มักจะเป็นการรวบรวมเหล่านักท่องเที่ยวต่างชาติให้มารวมอยู่บนเรือลำเดียวกันได้ ชนิดที่เรียกว่าหลายเชื้อชาติเลยทีเดียว กระแสการเดินทางด้วยเรือลำยักษ์นี้จึงเป็นที่นิยมในบรรดาผู้มีเวลาและมีเงินในกระเป๋าค่อนข้างหนาสักหน่อย เพราะนอกจากการเดินทางไปสู่จุดมุ่งหมายแล้วยังได้ความผ่อนคลายในระหว่างเดินทางอีกด้วย

โลจิสติกส์ กระแสที่กำลังมาแรงแซงทุกโค้งในยุคนี้

เพราะในปัจจุบันมีการติดต่อสื่อสารและการทำธุรกิจหรือการที่ต้องประสานงานและจัดส่งสิ่งของต่าง ๆ จากต้นทางไปสู่ปลายทางอย่างมากมาย จึงทำให้เกิดการใช้บริการโลจิสติกส์ ที่ต้องพึ่งพาการบริการการขนส่งกันอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ธุรกิจหรือการดำเนินการไปต่อแบบไม่มีสะดุด ซึ่งการบริการโลจิสติกส์หรือการขนส่งก็มีให้เลือกมากมายหลายบริษัท มีการแข่งขันกันในกลุ่มโลจิสติกส์กันอย่างมากมาย อีกทั้งในปัจจุบันที่กระแสแรงขึ้นเรื่อย ๆ จึงทำให้เกิดการผุดบริษัทโลจิสติกส์ทั้งบริษัทแม่ที่เป็นเครือข่ายหลักหรือบริษัทลูกที่เป็นเครือข่ายรองกันอย่างล้นหลาม แทบจะเลือกใช้บริการกันไม่ถูกเลยทีเดียว เพราะไม่ว่าจะเป็นการดำเนินธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ก็ย่อมต้องพึ่งพาการขนส่งด้วยกันทั้งนั้น

โลจิสติกส์คืออะไร

                โลจิสติกส์ คือการขนส่งสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูล การบริการ สินค้า หรือทรัพยากรต่าง ๆ ตามความต้องการของผู้ส่งเพื่อให้ไปสู่จุดหมายปลายทาง พูดง่าย ๆ ก็คือการรับขนส่งสิ่งของจากต้นทางไปสู่ปลายทางด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย ทั้งสิ่งของนั้นยังคงอยู่ในสภาพเดิมนั่นเอง ดังนั้นบริษัทที่รับบริการขนส่งสิ่งของจากต้นทางไปยังปลายทางก็ย่อมต้องใช้ความระมัดระวังในการดำเนินการด้วยเช่นกัน หากเกิดความบกพร่อง  ชำรุด หรือสูญหายระหว่างทาง ก็จำเป็นที่ต้องชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้นในระหว่างการขนส่งด้วยเช่นกัน ดังนั้นการเปรียบเทียบว่าบริษัทไหนบริการดีหรือไม่ เป็นที่น่าประทับใจแค่ไหน สิ่งนี้ก็สามารถนำมาเป็นตัวชี้วัดได้เช่นกัน อีกทั้งการบริการมีความรวดเร็วมากน้อยแค่ไหนอีกด้วย

ใครที่ใช้บริการโลจิสติกส์บ้าง

                ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็สามารถเลือกใช้บริการโลจิสติกส์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการทำธุรกิจที่เล็กแบบธุรกิจครอบครัวหรือส่วนตัว ไปจนถึงการที่ต้องขนส่งสิ่งของจำเป็นระหว่างประเทศ เพียงแต่หากเป็นการขนส่งสิ่งของเล็กน้อยระหว่างทางที่ไม่ไกลนัก หรือภายในประเทศ ก็มีหลายบริษัทที่รับจ้างขนส่งสิ่งของหรือสินค้าที่ผุดขึ้นกันเป็นดอกเห็ด ทั้งยังแข่งขันกันในเรื่องบริการและโปรโมชั่นต่าง ๆ จนทำให้ลูกค้าที่ใช้บริการเกิดความคุ้มค่าและได้รับความสบายใจในการการันตีการจัดส่งสิ่งของเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เจ้าของกิจการเล็กหรือใหญ่ หากต้องมีการขนส่งสินค้าหรือสิ่งของต่าง ๆ ไปยังผู้รับปลายทางแล้ว ก็ย่อมต้องพึ่งพาการขนส่งหรือโลจิสติกส์กันทั้งนั้น หรือหากคุณเป็นเพียงคนหนึ่งที่ต้องการส่งสิ่งของไปสู่อีกที่หมายหนึ่ง โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปด้วยตนเอง ก็สามารถเลือกใช้บริการการขนส่งได้เช่นกัน ดังนั้นจะเห็นว่าบริการขนส่งหรือโลจิสติกส์มีอยู่รอบตัวเราแทบทุกด้าน ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ย่อมต้องพึ่งพาอาศัยระบบโลจิสติกส์กันแทบทุกวัน

                โลจิสติกส์จึงเกิดกระแสและบูมขึ้นมาอย่างที่เรา ๆ ไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้เกิดการเรียนรู้และการสร้างสายงานเกี่ยวกับโลจิสติกส์กันอย่างตื่นตัว ด้วยโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้โลจิสติกส์นับเป็นอาชีพหนึ่งที่สำคัญและขาดไม่ได้จากโลกนี้ไปเสียแล้ว

การเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนต่าง ๆ ก็นับว่าเป็นโลจิสติกส์ชนิดหนึ่งด้วย

                ในปัจจุบันมีการเปิดกว้างทางด้านการขนส่งอย่างกว้างขวาง เพราะในอดีตการเดินทางไปมาหาสู่กันย่อมทำได้เพียงแค่การเดินทางสัญจรผ่านทางเรือหรือทางรถไฟ รถยนต์ในระยะทางอันใกล้เท่านั้น เพราะในอดีตการที่จะมียานพาหนะที่เป็นรถยนต์สักคันเป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกัน เพราะต้องเป็นคนระดับกลางจนถึงระดับสูงจึงจะสามารถมีรถยนต์เป็นของตนเองได้ ดังนั้นการสัญจรไปมาระหว่างต้นทางไปยังปลายทางย่อมต้องมีการโดยสารหรือสัญจรผ่านระบบขนส่งมวลชนเท่านั้น ซึ่งในอดีตระบบการขนส่งมวลชนก็ไม่ได้เปิดกว้างมีหลายรูปแบบการเดินทางให้ได้เลือกมากนัก แตกต่างจากในปัจจุบันที่ไม่ว่าต้องการเดินทางไปไหน ใกล้หรือไกล ในประเทศหรือต่างประเทศก็สามารถเลือกได้ตามความต้องการ ไม่ต้องรอการขนส่งโดยสารเป็นวันหรือเป็นเดือนเหมือนเช่นเคยอีกต่อไป อีกทั้งยังมีหลายวิธีให้คุณได้เลือกตามความต้องการอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางด้วยรถโดยสาร รถไฟ เรือ หรือแม้กระทั่งเครื่องบิน

สะดวกวิธีไหนเลือกวิธีนั้นได้ตามแต่ใจต้องการ

                -โดยสารด้วยรถสาธารณะ ก็มีหลายระดับให้คุณเลือกตัดสินใจใช้บริการ ทั้งระยะทางใกล้ไกล เพราะระบบขนส่งมวลชนในปัจจุบันมีการขยายตัวแทบจะทุกพื้นที่ในประเทศไทย แต่หากมีบางพื้นที่ที่ระบบการขนส่งมวลชนยังไปไม่ถึง ก็สามารถเดินทางต่อไปด้วยวิธีการอื่นได้

-รถไฟโดยสาร จะเห็นได้ชัดเลยว่ามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเลยสำหรับรถไฟโดยสาร ซึ่งจากที่เดิมมีรถไฟแบบธรรมดาขนส่งสินค้าและผู้คนเท่านั้น แต่ในปัจจุบันมีรถไฟหลายเกรดหลายระดับให้ได้เลือกโดยสารกันตามใจชอบ ตั้งแต่ระดับธรรมดาไปจนถึงรถไฟนอนระดับพรีเมียม ซึ่งค่าตั๋วหรือค่าโดยสารก็ยังคงมีราคาถูกว่าการเดินทางด้วยวิธีอื่นหากเทียบกันในเรื่องระยะทางแล้ว

-เรือโดยสาร มีให้เลือกใช้บริการตั้งแต่เรือข้ามฟากซึ่งเป็นการเดินทางระยะสั้น ๆ ไปจนถึงเรือสำราญที่เป็นการเดินเรือข้ามสมุทรหรือเดินเรือระหว่างประเทศ ซึ่งเรือสำราญนอกจากจะเป็นการเดินทางระหว่างประเทศแล้วยังเน้นที่เสิร์ฟความสำราญให้กับผู้โดยสารระหว่างเดินทางเป็นหลักอีกด้วย

-เครื่องบินโดยสาร นับว่าเป็นการเดินทางที่ทันสมัยที่สุด เพราะเครื่องบินถูกนำมาใช้ในการโดยสารผู้คนหลังสุดนั่นเอง ซึ่งก็มีทั้งการเดินทางในประเทศและระหว่างประเทศ และก็ยังมีหลายระดับราคาให้เลือกใช้บริการด้วย ซึ่งการเดินทางด้วยเครื่องบินโดยสารนี้จะเน้นการเดินทางระยะไกล และหากเป็นการเดินทางข้ามประเทศที่มีระยะทางไกล อาจต้องมีการเปลี่ยนเที่ยวบินยังสนามบินใดสนามบินหนึ่งเพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายปลายทาง ซึ่งการเดินทางด้วยวิธีนี้นับว่าเป็นการเดินทางรวดเร็วที่สุดด้วย

ที่กล่าวมาเป็นการโดยสารของผู้คนจากต้นทางไปสู่ปลายทางเพื่อให้ถึงยังจุดหมายที่ต้องการ ซึ่งการโดยสารจากที่หนึ่งไปยังอีกที่แห่งหนึ่งโดยการขนส่งนี้ นับว่าเป็นกระบวนการหนึ่งของโลจิสติกส์ด้วย เพราะมีการขนส่งสิ่งที่ต้องการจากที่หนึ่งไปสู่ที่หนึ่งได้โดยปลอดภัยตามคอนเซ็ปต์ของการจัดการโลจิสติกส์นั่นเอง

ไม่ว่ายุคสมัยใดการขนส่งทางรถไฟก็ยังคงอยู่คู่กับเรา

ในสมัยอดีตก่อนที่จะมีการสร้างรถไฟ การขนส่งหรือลำเลียงสินค้าก็ทำผ่านทางเรือไม่ว่าสถานที่ต้นทางและปลายทางจะห่างกันเพียงใดก็ตาม ก็ใช้สัญจรและขนส่งสินค้าผ่านทางเรือเท่านั้น แต่เมื่อมีการพัฒนาจนมีการสร้างรถไฟให้คนสัญจรไปมาระหว่างกัน ก็เกิดการพัฒนามาขนส่งสินค้าผ่านทางรถไฟอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งการขนส่งทางรถไฟเมื่อเทียบกับการขนส่งทางเรือจะมีความรวดเร็วและประหยัดเวลากว่า เมื่อสินค้าหรือสิ่งของไปถึงปลายทางโดยประหยัดเวลาลง ก็ย่อมทำให้ตอบโจทย์ได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้มากกว่า อีกทั้งการขนส่งทางรถไฟสามารถขนส่งสิ่งของขนาดใหญ่ได้โดยง่ายดายกว่าการขนส่งผ่านทางเรืออีกด้วย เนื่องจากในอดีตยังไม่มีเรือขนส่งบรรทุกขนาดใหญ่มากนักนั่นเอง

ข้อดีและข้อเสียของการขนส่งผ่านรถไฟหรือระบบราง

                ข้อดี สามารถขนส่งสินค้าได้คราวละจำนวนมากหากเทียบกับการขนส่งทางบกและทางอากาศต่อหนึ่งเที่ยวขนส่ง และเมื่อสามารถขนส่งได้คราวละจำนวนมากจึงเป็นการลดต้นทุนในการขนส่ง ประหยัดค่าใช้จ่ายในการลำเลียงลงไปด้วย อีกทั้งการขนส่งผ่านทางรถไฟยังลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงได้มากกว่าการขนส่งด้วยวิธีอื่นๆ หากเทียบต้นทุนปริมาณต่อหน่วยที่เท่ากัน อีกทั้งการขนส่งด้วยวิธีนี้ยังลดการก่อให้เกิดมลภาวะได้ดีกว่าการขนส่งแบบอื่นๆ  และการขนส่งด้วยระบบนี้ยังสามารถขนส่งต่อเนื่องในระยะทางไกลๆ ได้ดีกว่าแบบอื่นๆด้วย

ข้อเสีย เนื่องจากการขนส่งหรือลำเลียงสินค้าผ่านทางรถไฟหรือระบบรางนี้ เป็นการลำเลียงสินค้าใส่รถไฟซึ่งต้องวิ่งอยู่บนรางจึงทำให้มีแรงกระแทกตลอดระยะทาง ซึ่งหากเป็นการขนส่งในระยะไกลย่อมทำให้สินค้านั้นๆ ได้รับแรงกระแทกอย่างต่อเนื่องได้ ดังนั้นสินค้าที่จะขนส่งผ่านวิธีการนี้ย่อมต้องได้รับการบรรจุหีบห่อบรรจุภัณฑ์มาเป็นอย่างดี เพื่อให้ทนต่อแรงกระแทกนั่นเอง ซึ่งสินค้าอุตสาหกรรมหลักส่วนใหญ่ที่มักขนส่งผ่านทางรถไฟได้แก่ ปูนซีเมนต์ ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม เป็นต้น และข้อเสียที่เห็นได้ชัดอีกข้อหนึ่งของการขนส่งด้วยวิธีการนี้ก็คือ ข้อจำกัดด้านรางรถไฟที่มีการจำกัดเฉพาะบางเส้นทางเท่านั้น ไม่สามารถวิ่งออกนอกเส้นทางที่ก่อสร้างรางไว้ได้ จึงทำให้สามารถขนส่งจากที่เดิมเท่านั้น หากต้องขนส่งเส้นทางอื่นที่ไม่มีรางรถไฟผ่าน ก็ต้องใช้การขนส่งด้วยวิธีอื่น อีกทั้งการขนส่งด้วยวิธีนี้ยังต้องมีการลำเลียงเปลี่ยนถ่ายสินค้าจากรถไฟขบวนหนึ่งไปยังรถไฟอีกขบวนหนึ่งหากมีการเปลี่ยนหรือสลับรางรถไฟในกรณีที่ต้องขนส่งในระยะทางไกลอีกด้วย

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ตาม การโดยสารของผู้คนหรือการขนส่งสินค้าและบริการต่างๆยังคงพึ่งพารถไฟหรือระบบรางด้วย แม้สังคมสมัยใหม่จะมีวิวัฒนาการในด้านต่างๆอย่างมากก็ตาม แต่การขนส่งด้วยระบบนี้ก็ยังคงอยู่คู่กับผู้คนมายาวนานจนถึงทุกวันนี้ได้ อีกทั้งยังมีการพัฒนาจากระบบรถไฟแบบธรรมดาไปสู่รถไฟที่ทันสมัยขึ้นจนกระทั่งในปัจจุบันมีการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไปจนถึงรถไฟระบบรางคู่แล้วนั่นเอง

การขนส่งทางท่อ มิติใหม่แห่งโลจิสติกส์ที่ช่วยให้ขนส่งของเหลวหรือก๊าซได้

                การจัดการโลจิสติกส์มีการลำเลียงขนส่ง 3 ประเภทหลัก ๆ  คือ การขนส่งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งการขนส่งทางบกก็ได้แก่การลำเลียงโดยใช้ยานพาหนะซึ่งจะใช้ยานพาหนะขนาดเล็กหรือใหญ่ย่อมขึ้นอยู่กับปริมาณของสิ่งของที่ต้องการขนส่ง ส่วนการขนส่งทางน้ำก็ได้แก่ การขนส่งผ่านเรือยนต์ สุดท้ายคือการขนส่งทางอากาศ ก็เป็นการขนส่งโดยลำเลียงผ่านทางเครื่องบิน เป็นต้น แต่ในปัจจุบันนี้เนื่องจากมีวิวัฒนาการในการลำเลียงขนถ่ายของเหลวและก๊าซต่าง ๆ ด้วย จึงเกิดมีการขนส่งโดยทางท่อ ซึ่งนับว่าเป็นมิติใหม่แห่งการจัดการขนส่งเลยทีเดียว อีกทั้งการขนส่งลำเลียงทางท่อนี้ก็มีขีดจำกัดและรูปแบบเฉพาะที่แตกต่างจากการขนส่งแบบอื่น ๆ  อีกด้วย

รูปแบบเฉพาะและขีดจำกัดของการขนส่งทางท่อ

                เนื่องจากการขนส่งทางท่อได้เริ่มมีการใช้งานเป็นลำดับสุดท้ายของการขนส่งประเภทอื่น เพราะในอดีตวิวัฒนาการในด้านต่าง ๆ ยังล้าสมัยอยู่มาก แต่ในปัจจุบันนี้ด้วยการมีพัฒนาการในด้านต่าง ๆ จนถึงขีดสุด และมีการยอมรับเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้กับการจัดการโลจิสติกส์ ดังนั้นจึงเกิดการลำเลียงขนส่งผ่านทางท่อขึ้น ซึ่งนั่นก็ทำให้การขนส่งชนิดนี้มีข้อจำกัดในด้านต่าง ๆ  เช่น

-มีการใช้พื้นที่ในการขนส่งลำเลียงค่อนข้างมาก อีกทั้งยังต้องมีการก่อสร้างไว้ให้เรียบร้อยเสียก่อนในการลำเลียง ซึ่งต่างจากการขนส่งในรูปแบบอื่น ๆ  ที่ไม่จำต้องมีการก่อสร้างไว้ก่อน เมื่อต้องการลำเลียงสิ่งของจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งก็เพียงแค่ลำเลียงสินค้าขึ้นไปยังยานพาหนะและนำพาสิ่งของไปยังจุดหมายปลายทางเท่านั้น อีกทั้งการก่อสร้างท่อที่ใช้ในการขนส่งต้องถูกออกแบบมาอย่างลงตัว เพื่อการขนส่งที่ไม่ทำให้ของเหลวหรือก๊าซที่ถูกลำเลียงผ่านท่อไหลย้อนกลับขึ้นมาอีกด้วย เรียกว่าเป็นการขนส่งแบบทางเดียวไม่ส่งกลับนั่นเอง

-ท่อที่ใช้ในการขนส่งต้องถูกออกแบบมาโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน อีกทั้งยังต้องใช้ต้นทุนในการก่อสร้างสูงกว่าการขนส่งโดยวิธีอื่น ๆ  และสิ่งของที่ขนส่งผ่านท่อต้องเป็นของเหลวหรือสถานะก๊าซเท่านั้น นี่จึงเป็นข้อจำกัดเฉพาะของการลำเลียงขนส่งผ่านทางท่อ

-เป็นการขนส่งโดยพื้นที่เฉพาะ หมายถึงเป็นการขนส่งผ่านพื้นที่เดิมจากต้นทางที่เดิมไปสู่ปลายทางที่เดิมเท่านั้น เพราะท่อได้ถูกออกแบบมาให้ถูกลำเลียงจากต้นทางไปยังปลายทางของท่อเท่านั้น จึงแตกต่างจากการขนส่งโดยวิธีอื่น ซึ่งสามารถลำเลียงออกนอกเส้นทางได้เสมอ แต่การขนส่งผ่านท่อจะต้องถูกขนส่งผ่านทางเดิมเท่านั้น

การขนส่งทางท่อเป็นวิธีการขนส่งชนิดหนึ่งที่ใช้ต้นทุนในการขนส่งค่อนข้างสูง อีกทั้งยังต้องเป็นการขนส่งสิ่งของเฉพาะอย่างเท่านั้น แต่นับว่าเป็นวิธีการที่แสดงให้เห็นถึงความนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกระบวนการโลจิสติกส์อย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งกระบวนการนี้ยังนับว่าเป็นกระบวนการขนส่งสินค้าที่สะอาดและปลอดภัยอีกวิธีหนึ่งด้วย และเป็นการขนส่งที่รวดเร็วและลดสิ่งแปลกปลอมปนเปื้อนระหว่างขนส่ง ซึ่งเป็นจุดต่างที่เห็นได้ชัดของการขนส่งผ่านทางท่อด้วย

อย่ามองข้ามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ในการจัดการโลจิสติกส์

การจัดการโลจิสติกส์คือกระบวนการลำเลียงขนส่งสิ่งหนึ่งจากต้นทางไปสู่ปลายทาง แต่นั่นเป็นเพียงแค่ภาพรวมของการจัดการขนส่งลำเลียงสินค้าหรือข้อมูลสิ่งของเท่านั้น ซึ่งในความจริงกว่าจะถึงกระบวนการนี้ที่เป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการย่อมต้องผ่านขั้นแรกเริ่มอีกหลายขั้นตอนกว่าจะมาถึงขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการขนส่ง ซึ่งแม้ขั้นตอนสุดท้ายที่ส่งมอบสินค้าหรือข้อมูลสิ่งของไปยังปลายสายได้โดยสำเร็จจะเป็นเป้าหมายสูงสุดของกระบวนการก็ตาม แต่ขั้นตอนปลีกย่อยต่างๆก็มีความสำคัญที่ทำให้กระบวนการสำเร็จได้ไม่แพ้กัน ซึ่งในแต่ละขั้นตอนก็อาจเกิดความเสี่ยงที่อาจเป็นอันตรายในกระบวนการขนส่งได้ทั้งสิ้น ดังนั้นคุณจึงควรให้ความสำคัญกับทุกกระบวนการเพื่อให้การจัดการ         โลจิสติกส์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้อง

ความเสี่ยงอะไรบ้างที่อาจขึ้นได้ในระหว่างการจัดการโลจิสติกส์

                -ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นตั้งแต่ขั้นแรกในการจัดเตรียมสิ่งของเพื่อขนส่ง นั่นคือการบรรจุหีบห่อสินค้านั้นๆ มีความเหมาะสมและความปลอดภัยเพียงใดกับประเภทของสินค้า ซึ่งผู้จัดการโลจิสติกส์ต้องคำนึงถึงข้อนี้เป็นอันดับแรกในกระบวนการ อีกทั้งยังต้องมีความรู้เชี่ยวชาญในการตรวจตราเลือกใช้วิธีการบรรจุหีบห่อเป็นอย่างมากด้วย เพราะเป็นส่วนหนึ่งที่รักษาความปลอดภัยในระหว่างการขนส่งลำเลียงสินค้าด้วย ดังนั้นการหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างการลำเลียงสินค้า ก็ควรเริ่มตั้งแต่กระบวนการแรกในการบรรจุหีบห่อ โดยการเลือกวัสดุ อุปกรณ์ วิธีการ ให้เหมาะสมกับสินค้านั้นๆ ให้มากที่สุดด้วย

-ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอกนั้นเอง เช่น ความปลอดภัยและความแข็งแรงของยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่ง หากเป็นการขนส่งทางบกโดยใช้รถยนต์หรือรถบรรทุก ย่อมต้องคอยตรวจตรายานพาหนะให้อยู่ในความพร้อมเสมอ ไม่ควรมองข้ามจุดนี้ไป เพราะอันตรายอาจเกิดขึ้นจากความบกพร่องของยวดยานพาหนะได้ เป็นต้น หรืออาจเกิดจากปัจจัยนอกก็เป็นได้ เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ อุทกภัย             หรือวาตภัย ที่ไม่มีใครคาดคิดและอยู่เหนือการควบคุม ดังนั้นในกระบวนการนี้จึงต้องมีการวางแผนในการรับมือให้พร้อม เพราะเหตุการณ์ไม่คาดคิดอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลานั่นเอง

-ความเสี่ยงที่เกิดจากมนุษย์ สิ่งนี้นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในกระบวนการจัดการโลจิสติกส์ เพราะมนุษย์เป็นผู้ควบคุม บริหารจัดการทุกกระบวนการ แม้จะมีการนำระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์มาใช้ในการจัดการก็ตาม แต่ในท้ายที่สุดก็ย่อมต้องใช้มนุษย์ในการควบคุมทุกขั้นตอนอยู่นั่นเอง ดังนั้นจึงควรมีความพร้อมในการทำงาน หากวันใดที่สังเกตได้ว่าตนไม่พร้อมทางด้านสภาพร่างกายหรือจิตใจในการทำงาน ก็ควรงดเสีย เพราะการเตรียมสภาพร่างกายให้พร้อมย่อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงาน

ดังนั้นจะเห็นว่าความเสี่ยงอาจเกิดขึ้นได้ทุกขั้นตอนของการจัดการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นทั้งปัจจัยภายนอกหรือภายใน จึงไม่ควรมองข้ามทุกปัจจัย หากแต่ควรใส่ใจทุกขั้นตอนกระบวนการเพื่อผลสำเร็จที่ดีที่สุดในการจัดการโลจิสติกส์นั่นเอง

การเข้าถึงผู้รับปลายทางของการขนส่งโลจิสติกส์มีความสำคัญอย่างไร

โลจิสติกส์ด้านการจัดการขนส่งต้องมีผู้เสนอและผู้สนองรับตั้งแต่ 2 ฝ่ายขึ้นไป จึงจะเกิดการรับส่งข้อมูล สินค้าหรือบริการนั้น ๆ ได้ เพราะการขนส่งลำเลียงสินค้าจากต้นทางไปสู่ปลายทางได้โดยสำเร็จผลดังใจลูกค้าย่อมต้องมีการวางแผนการทำงานตั้งแต่ขั้นเริ่มแรกก่อนการขนส่งไปจนถึงการส่งสินค้าให้ถึงมือผู้รับปลายทางได้โดยปลอดภัยนั่นเอง ซึ่งโดยทั่วไปคู่ค้าหรือบริษัทใหญ่ ๆ  หรือการขนส่งที่ต้องใช้ความชำนาญเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการขนส่งสิ่งต่าง ๆ  จะมีการใช้บริการแหล่งเดิมซ้ำ ๆ ที่เป็นที่เชื่อถือและไว้ใจได้ จึงเข้าใจประเพณีทางการค้าระหว่างกันอยู่แล้ว และการวางแผนกลยุทธ์ต่าง ๆ ในการจัดการโลจิสติกส์นี้ย่อมมีความสำคัญมาก ซึ่งการวิเคราะห์ถึงลูกค้าหรือผู้รับปลายทางให้เกิดการเข้าใจเสียก่อนว่าเขาต้องการอะไร แบบใด ย่อมทำให้สนองตอบอุปทานได้อย่างตรงจุดนั่นเอง

ควรวิเคราะห์อะไรบ้าง

                ความต้องการของลูกค้าหรือผู้รับปลายทาง ต้องวิเคราะห์ว่าเขาต้องการอะไรจากการขนส่งลำเลียงสินค้ามากที่สุด ซึ่งโดยทั่วไปจากการทำธุรกิจการค้าย่อมต้องการความรวดเร็วในการส่งมอบสินค้า และที่สำคัญต้องไม่ลืมคำนึงถึงความปลอดภัยและประสิทธิภาพในระหว่างการขนส่งลำเลียงสินค้าด้วย ดังนั้นจึงควรคำนึงถึงและใส่ใจตั้งแต่รายละเอียดปลีกย่อยแม้จะเป็นเพียงขั้นตอนเล็กน้อยก็ไม่ควรมองข้าม ตั้งแต่การบรรจุหีบห่อ การลำเลียงสินค้า การเลือกวิธีการลำเลียงสินค้า และอุปกรณ์ที่ใช้ในการขนส่ง ตลอดจนวิธีการใดในการขนส่งสินค้าจะมีความรวดเร็วและตอบโจทย์ลูกค้าให้ได้มากที่สุดด้วย

เพราะเหตุใดจึงต้องเข้าใจและเข้าถึงลูกค้า

                เพราะการทำธุรกิจต่าง ๆ ย่อมต้องดึงดูดใจลูกค้าให้กลับมาใช้บริการกับตนซ้ำ ๆ  เพื่อเกิดเป็น “คู่ค้า” ซึ่งอาจทำให้ธุรกิจของคุณขยายตัวและเติบโตขึ้นอย่างเป็นระบบนั่นเอง ดังนั้นจึงควรเข้าใจและเข้าถึงลูกค้าของคุณให้ได้มากที่สุดด้วย เพราะลูกค้าถือเป็นห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญในการทำธุรกิจต่าง ๆ  และการร่วมทำธุรกิจก็ไม่ใช่เพียงแค่จัดการตามออเดอร์ลูกค้าให้จบ ๆ ไปเท่านั้น แต่การจัดการที่ดีเพื่อให้ได้ลูกค้าอย่างต่อเนื่องจึงควรวิเคราะห์ลูกค้าเสียก่อน เพราะธรรมชาติของลูกค้าหรือผู้ร่วมธุรกิจแต่ละรายมีความแตกต่างกันอยู่แล้ว คุณจึงควรวิเคราะห์ว่าลูกค้าแต่ละรายมีความต้องการเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นการเข้าถึงและเข้าใจลูกค้าให้ได้มากที่สุด และผลลัพธ์ที่ตามมาที่คุณจะได้รับนั่นก็คือ การเลือกกลับมาใช้บริการธุรกิจของคุณอีกครั้งนั่นเอง

การจัดการโลจิสติกส์จึงไม่ใช่เพียงแค่การคำนึงถึงการขนส่งสินค้าหรือบริการให้ไปถึงมือผู้รับปลายทางเท่านั้น หากแต่ยังต้องคำนึงถึงส่วนประกอบอื่น ๆ ด้วย และที่สำคัญที่สุดอีกปัจจัยหนึ่งซึ่งให้ได้มาซึ่งความสำเร็จนั้น ก็คือการเข้าใจและเข้าถึงลูกค้า เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

อยากเรียนสาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ไหม มาดูกันว่าต้องเรียนอะไรบ้าง

                เพราะในปัจจุบันมีการสื่อสารทั้งในประเทศและต่างประเทศมากขึ้นทุกปี ทำให้เกิดการติดต่อค้าขายกันได้ง่ายขึ้นเมื่อมีการค้าเปิดแบบเสรี ทำให้ตลาดการค้าต่างๆเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น จึงทำให้เกิดการเปิดการเรียนคณะโลจิสติกส์สาขาต่างๆขึ้นมา ซึ่งเชื่อว่ามีน้อยคนนักที่จะรู้แบบลึกซึ้งของการจัดการเรียนการสอนด้านการจัดการโลจิสติกส์ เพราะยังไม่เป็นที่รู้จักกันมากนักเหมือนเช่นคณะอื่นๆ แต่ในปัจจุบันก็มีนักศึกษาเข้าเรียนสาขานี้กันมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยจำนวนมหาวิทยาลัยที่เปิดสาขานี้ให้ได้ลงทะเบียนและรวมทั้งจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้นของสาขาวิชานี้

เรียนสาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ไปเพื่ออะไร

                การจัดการโลจิสติกส์ไม่ใช่แค่เรียนรู้เพื่อการขนส่งให้ได้ผลสำเร็จเท่านั้น แต่ต้องให้ตอบโจทย์ทุกด้านของศาสตร์นี้ เพราะเป็นการเรียนรู้ศาสตร์ทุกด้านเกี่ยวกับกันขนส่งลำเลียงข้อมูลหรือสินค้าจากต้นทางไปสู่ปลายทางให้ถูกต้อง รวดเร็ว ปลอดภัยที่สุด ซึ่งสาขาวิชานี้ก็มีคอนเซ็ปต์ของตัวเองอยู่แล้วว่า “ถูกต้อง ถูกเวลา ถูกสถานที่ ถูกเงิน” นั่นเอง

ศาสตร์แขนงนี้เมื่อเรียนจบออกไปสามารถทำอาชีพด้านการจัดการโลจิสติกส์ได้ ซึ่งก็มีหลากหลายอาชีพที่ต้องใช้ผู้จบสาขาวิชานี้ในการทำงาน โดยส่วนใหญ่จะเป็นด้านธุรกิจสำคัญๆ แต่ในงานราชการต่างๆที่เป็นหน่วยงานหลักใหญ่ๆ ก็ย่อมต้องพึ่งพาการจัดการโลจิสติกส์เช่นกัน ดังนั้นพูดได้ว่าแทบจะทุกหน่วยงานย่อมต้องใช้ศาสตร์ด้านนี้ในการเชื่อมประสานงานด้วยกันทั้งสิ้น เช่น ธุรกิจการจัดการสินค้าหรือแวร์เฮาส์ การขนส่งระหว่างประเทศ การลำเลียงข้อมูลระบบสารสนเทศสำคัญๆต่างๆ

วิชาที่ต้องเรียนในสาขาวิชานี้

                เริ่มต้นด้วยวิชาพื้นฐาน นั่นคือ คณิต ฟิสิกส์ สังคม อังกฤษ กฎหมาย ซึ่งจุดเด่นของการเรียนการจัดการด้านนี้หลายคนยังไม่รู้ว่าต้องเน้นการใช้ภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก เพราะต้องมีการติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศซึ่งต้องใช้ภาษาสากลเป็นภาษาพื้นฐานในการเจรจา ดังนั้นใครที่เลือกเรียนสาขานี้ย่อมต้องมีพื้นฐานและฝึกฝนตนให้เข้าใจและพูดภาษาอังกฤษพื้นฐานได้ ตลอดจนพัฒนาภาษาไปสู่ระดับภาษาเฉพาะที่ใช้สื่อสารในการจัดการโลจิสติกส์ อีกทั้งยังต้องเรียนเข้มเกี่ยวกับกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการขนส่ง ทั้งกฎหมายภาษีอากร กฎหมายอาญาในเรื่องละเมิดเป็นหลัก กฎหมายการค้าระหว่างประเทศว่าจะใช้ข้อตกลงใดในการจัดการหากเกิดข้อขัดแย้งระหว่างกันขึ้น

ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการจัดการโลจิสติกส์เป็นสาขาวิชาที่ไม่ได้เรียนรู้แค่เฉพาะการจัดการขนส่งเท่านั้น เพราะยังลงลึกในรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆที่หลายคนยังไม่รู้อีกมาก อีกทั้งเมื่อมีการเปิดกว้างทางการค้ามากขึ้นทุกวัน การใช้ภาษาและกฎหมายที่เป็นที่ยอมรับในการค้าขายระหว่างประเทศย่อมมีความสำคัญตามไปด้วย

ความปลอดภัยในการกระบวนการโลจิสติกส์ที่ไม่ควรมองข้าม

                ในกระบวนการขนส่งหรือลำเลียงสิ่งของทุกชนิด นอกจากระบบออนไลน์หรือระบบคอมพิวเตอร์ที่นำมาประยุกต์ใช้ในการควบคุมการจัดการขนส่งเป็นไปอย่างแพร่หลายก็ตาม แต่ก็ยังไม่พ้นการพึ่งพามนุษย์อยู่เช่นเคย เพราะแม้ระบบคอมพิวเตอร์เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกกิจการก็ตาม แต่ถึงอย่างไรเสียก็ยังคงต้องใช้มนุษย์ในการควบคุมอยู่ดี และระหว่างขั้นตอนการจัดการขนส่งย่อมเกิดอุบัติเหตุในการขนส่งได้ทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุเล็กๆหรือไปจนถึงอุบัติเหตุใหญ่ๆ ไม่ว่าอุบัติเหตุนั้นจะเกิดจากมนุษย์หรือสิ่งอื่นใดก็ดี หากต้องการหลีกเลี่ยงหรือลดการเกิดอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุดแล้ว จึงไม่ควรมองข้ามทุกสิ่งที่จะสร้างความปลอดภัยให้ในกระบวนการโลจิสติกส์ด้วยแม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยก็ตาม

สิ่งหลักๆที่ไม่ควรมองข้ามในกระบวนการจัดการขนส่ง

                -ความปลอดภัยในด้านคนที่ควบคุมการขนส่ง ซึ่งหมายถึงมนุษย์ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งตั้งแต่ขั้นแรกเริ่มไปจนถึงขั้นจบกระบวนการขนส่ง ซึ่งมนุษย์มีข้อจำกัดในการทำงานมากกว่าระบบคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว เพราะมนุษย์ต้องการการพักผ่อนที่เพียงพอและความแข็งแรงในแต่ละตัวบุคคลซึ่งต้องเลือกใช้คนให้เหมาะกับงาน จึงควรเลือกใช้คนในการควบคุมหรือลำเลียงสิ่งของให้เหมาะสมด้วย เช่นเลือกใช้คนที่ไม่มีความชำนาญในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ไปควบคุมการขนส่งที่ผ่านระบบออนไลน์ ย่อมมีความเสี่ยงได้ว่าอาจมีการเข้าใจผิดในการสั่งการซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุในระหว่างการขนส่งได้ เป็นต้น

-ความปลอดภัยด้านระบบคอมพิวเตอร์ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วว่าในปัจจุบันมีการนำระบบเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการโลจิสติกส์เป็นอย่างมาก ซึ่งแทบจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกกระบวนการจัดการโลจิสติกส์มีระบบคอมพิวเตอร์มาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ ดังนั้นจึงนับว่าระบบคอมพิวเตอร์เป็นองค์ประกอบหลักหนึ่งเช่นกันเพื่อให้การจัดการขนส่งเป็นไปโดยเรียบร้อย ดังนั้นจึงควรหมั่นตรวจตราและบำรุงซ่อมแซมระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการจัดการขนส่งให้อยู่ในสภาพดี และพร้อมใช้งานได้ทุกสถานการณ์เพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงจากอุบัติเหตุต่างๆที่อาจเกิดขึ้นได้

-ความปลอดภัยของระบบขนส่งเอง นั่นหมายถึงสิ่งที่ใช้ในการลำเลียงขนส่งสิ่งของจากสถานที่หนึ่งไปสู่อีกสถานที่หนึ่งนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น รถที่ใช้ในการขนส่ง เครื่องบินที่ใช้ในการลำเลียง เรือ หรือท่อที่ใช้ในการขนส่งก๊าซ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เมื่อมีการใช้งานมาอย่างยาวนานและต่อเนื่องก็ย่อมเป็นธรรมดาที่จะมีความเสื่อมสภาพไปตามการใช้งาน ดังนั้นจึงควรตรวจอุปกรณ์เหล่านี้ให้อยู่ในสภาพปลอดภัยอยู่เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดจากการขนส่งที่เกิดจากการใช้เครื่องบรรทุกที่หมดสภาพแล้ว

ดังนั้นการจัดการโลจิสติกส์จึงไม่ควรมองข้ามสิ่งเหล่านี้ที่กล่าวมาทั้งหมด เพราะความปลอดภัยในกระบวนการ โลจิสติกส์นับเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้การขนส่งสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพราะแม้หากเกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยระหว่างดำเนินการ นั่นไม่ได้หมายถึงเฉพาะความสูญเสียของสิ่งที่เสียหายเท่านั้น แต่นั่นยังหมายถึงค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่ควรจ่ายไปอีกด้วย