Switch to: uk
26 March 2017 15:38PM

เร่งทำแผนโลจิสติกส์ ปรับเส้นทางเชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน

19 Sep 12 ,  ไทยรัฐออนไลน์
  • 0

คมนาคมกำหนดยุทธศาสตร์รุกแผนโลจิสติกส์ แก้จราจรติดขัดปลายทางมอเตอร์เวย์ ปรับเส้นทางขนส่งสินค้าเชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน และจากท่าเรือแหลมฉบังไปยังจีนตอนใต้ รวมถึงระบบขนส่งทางราง คาดแหลมฉบังเฟส 3 เสร็จไม่ทันเวลา เปลี่ยนมาใช้ท่าเรือสัตหีบแทน...

เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2555 นายศิลปชัย จารุเกษมรัตนะ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมแผนยุทธศาสตร์กระทรวงคมนาคม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ของประเทศปี 2555-2559 คาดว่าจะสามารถสรุปรายละเอียดและปัญหาต่างๆ รวมทั้งเปิดรับฟังความคิดเห็นในช่วงเดือน พ.ย.2555 ก่อนสรุปแผนทั้งหมดในเดือน ธ.ค. 2555 โดยที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณปลายทางมอเตอร์เวย์ หมายเลข 7 หรือเส้นทางกรุงเทพฯ-ชลบุรี ระยะทาง 126 กม. ของกรมทางหลวง (ทล.) ทั้งนี้ ในปัจจุบันกรมทางหลวงเปิดให้รถเข้ามาใช้ได้ในช่วงชลบุรี-พัทยา ดังนั้น ต่อไปกรมทางหลวงจะล้อมรั้วกั้น และตั้งด่านเพื่อจัดเก็บเงินเพิ่มตลอดระยะทาง ที่เหลืออีก 70 กม.จนสุดทาง เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดระหว่างเส้นทางชลบุรี-พัทยา ซึ่งหากแล้วเสร็จจะทำให้การจราจรบริเวณนั้นคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ได้มีการปรับมาตรฐานตัวชี้วัดบางส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เดิมกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จะใช้ใบอนุญาตในการผ่านเข้า-ออก เป็นตัวนับ แต่เห็นว่าควรเปลี่ยนให้เป็นการวัดจากจำนวนเที่ยวของปริมาณรถที่เข้า-ออกแทน รวมทั้งให้ติดตามความคืบหน้าและเช็กระยะเวลาการขนส่งสินค้าจากท่าเรือเชียงของ-ท่าเรือแหลมฉบัง ด้วยว่าควรใช้เวลาในการขนส่งสินค้าเท่าไร ซึ่งเส้นทางการขนส่งสินค้าหลัก หรือเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างไทยกับด่านผ่านแดนของเพื่อนบ้าน จะต้องพัฒนาให้สมบูรณ์ให้มากที่สุด โดยเฉพาะเส้นทางจากท่าเรือเชียงของและท่าเรือแหลมฉบัง ระยะทางประมาณ 170 กม. ซึ่งแต่ละปีกรมทางหลวงได้รับงบประมาณในการก่อสร้างและปรับปรุงทางปีละ 50 กม.เท่านั้น ดังนั้น ต่อไปจะของบพิเศษในการพัฒนาเส้นทางขนส่งหลักๆ ก่อน

สำหรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแนวประตูการค้าที่สำคัญ ซึ่งปัจจุบันยังขาดเส้นทางระหว่างท่าเรือแหลมฉบังกับจีนตอนใต้ ซึ่งกรมทางหลวงอยู่ระหว่างก่อสร้างสะพานแม่น้ำโขง แห่งที่ 4 เชียงของ-ห้วยทราย คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2556 ส่วนทางรางยังมีหลายช่วงที่ขาดการเชื่อมต่อ ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการขนส่งสินค้าข้ามแดน ซึ่งรัฐอยู่ระหว่างการพิจารณาระบบรางควบคู่กับการขนส่งรูปแบบอื่น อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) คาดว่าไม่สามารถพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ได้ทันเวลา จำเป็นต้องหาพื้นที่ที่มีศักยภาพเป็นท่าเรือน้ำลึกมาทดแทน โดยเฉพาะท่าเรือน้ำลึกสัตหีบ ซึ่ง กทท.จะต้องประสานกับกองทัพเรือ เพื่อขอใช้พื้นที่ดังกล่าว ขณะเดียวกัน จะต้องเร่งพัฒนาสนามบิน และอุตสาหกรรมการบินของไทย เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการบิน การท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้าด้วย