Switch to: uk
26 March 2017 15:38PM

ทุนนอกฮุบโลจิสติกส์ไทยปักหมุดยึดเป็นฐาน

28 Feb 12 ,  ฐานเศรษฐกิจ
  • 0

เอกชนหวั่นทุนนอกทุบธุรกิจโลจิสติกส์ไทยมูลค่ากว่า 1 แสนล้านหลังเกิดเออีซี เหตุกฎหมายเปิดช่องต่างชาติถือหุ้นใหญ่ 70% ทำปลาใหญ่กินปลาเล็ก แนะรัฐล็อกทำธุรกิจหลักได้รายการเดียว

"ไทเกอร์" ซุ่มผนึก 6 พันธมิตรขยายเครือข่ายปูพรมโลจิสติกส์ทั้งลาว เขมร  เวียดนาม และอินโดนีเซีย

นายวิเชียร กันตถาวร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทเกอร์ ดิสทริบิวชั่น แอนด์ โลจิสติกส์ จำกัด บริษัทในเครือสหกรุ๊ป เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ปัจจุบันผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ระดับโลกเข้ามาซื้อกิจการ(เทกโอเวอร์)โลจิสติกส์ขนาดเล็กของต่างชาติมากขึ้น เพื่อเป็นการหาลูกค้า และที่สำคัญจะได้คลังสินค้ามาเป็นของบริษัทตนเองมากขึ้น เพราะธุรกิจดังกล่าวมีกำไรค่อนข้างต่ำมากจึงไม่มีรายใดต้องการลงทุนสร้างคลังสินค้าเอง และที่ผ่านมาพบว่ามีกิจการโลจิสติกส์ 3-4 รายถูกซื้อไปแล้ว จึงเป็นปัจจัยที่ตลาดจะมีการแข่งขันรุนแรงมากขึ้น

ทั้งนี้ การเกิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)ในปี 2558 ยอมรับว่าจะส่งผลดีต่อสินค้าไทยให้สามารถกระจายสู่ตลาดประเทศเพื่อนบ้านได้มากขึ้น จากภาษี 0% แต่สิ่งสำคัญคือผู้ประกอบการไทยที่ต้องการเติบโตในต่างประเทศจะต้องศึกษาเส้นทางขนส่งสินค้าตลอดจนการหาพันธมิตรเพื่อต่อรองหรือหาช่องทางในการนำเข้าสินค้าไปทำตลาดมากขึ้น เพราะยอมรับว่าเมื่อนำสินค้าผ่านด่านศุลกากรประเทศต่างๆแล้ว ยังต้องเจอปัญหาต่างๆ  ดังนั้นพาร์ตเนอร์ที่เป็นคนในพื้นที่จะช่วยทำให้การกระจายสินค้ามีความราบรื่นมากขึ้น

สำหรับบริษัทไทเกอร์ฯ เข้าไปรุกธุรกิจโลจิสติกส์ประเทศเพื่อนบ้านทั้งลาว กัมพูชา เวียดนาม และอินโดนีเซีย เมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา โดยร่วมกับพันธมิตรในท้องถิ่นรวม 6 บริษัท เพื่อสร้างการเติบโต หากในอนาคตตลาดมีศักยภาพก็จะเข้าไปขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น แต่ยอมรับว่าธุรกิจโลจิสติกส์มีต้นทุนสูง การเข้าไปแข่งขันในประเทศเพื่อนบ้านย่อมมีความยากลำบาก เพราะการขนส่งสินค้าจากไทยถึงเวียดนามต้นทุนค่าขนส่งจะสูงถึง 8 หมื่นบาท จึงต้องพิจารณาธุรกิจให้รอบคอบก่อนลงทุน

ส่วนการจะผลักดันให้ไทยเป็นฮับของธุรกิจโลจิสติกส์นั้นทำได้ แต่ผู้ประกอบการจะต้องมีการรวมตัวกันเพื่อรับงานและแบ่งงานกันให้เป็นระบบมากขึ้น จากปัจจุบันที่เน้นการแข่งขันกันเองมากกว่า อย่างไรก็ตาม แม้การเปิดเออีซีจะเป็นโอกาสของธุรกิจโลจิสติกส์ไทย เพราะมีศักยภาพและความพร้อมแต่ปัจจุบันงานในประเทศก็มีจำนวนมาก และผู้ประกอบการที่มีอยู่ไม่สามารถรับงานได้ทันกับความต้องการของลูกค้า แม้ว่าจะเร่งขยายงานมากขึ้น แต่ก็เผชิญอุปสรรคความพร้อมของรถหัวลากที่ขณะนี้มีไม่เพียงพอ โดยบริษัทเองสั่งรถหัวลากของอีซูซุราคา 3.7 ล้านบาท จำนวน 7 คัน แต่ต้องรอนานถึง 4 เดือน จนต้องปฏิเสธรับลูกค้า 2 ราย ขณะที่รถหัวลากของวอลโว่ก็มีราคาแพงถึง 7 ล้านบาท

ด้านนายธเนศร์ โสรัตน์ รองประธานกรรมการ บริษัท วี เซิร์ฟ กรุ๊ป จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจร กล่าวว่า โลจิสติกส์เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ต้องจับตามองเมื่อเกิดเออีซี เพราะจะมีการแข่งขันกันรุนแรงมากขึ้นทั้งประเทศสมาชิกอาเซียน และจะส่งผลให้ทุนต่างชาติไหลเข้ามาลงทุนในไทยและภูมิภาคอาเซียนมากขึ้น โดยกฎหมายไทยเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาถือครองหุ้นในกิจการดังกล่าวได้ถึง 70% ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ระดับโลกจากสหรัฐฯ ยุโรปเข้ามาสวมสิทธิ์หรือใช้นอมินีประเทศอื่นในอาเซียนเพื่อเข้ามารุกกิจการในไทยได้

"ต่างชาติที่มีเงินทุนมหาศาลเมื่อเข้ามาบุกธุรกิจโลจิสติกส์ก็จะมาแบบครบวงจร มีอุปกรณ์ เครื่องมือเทคโนโลยีพร้อมและมีศักยภาพมาก และยกแพ็กเกจมาทั้งกระบิเพื่อให้บริการแก่ลูกค้า โดยเฉพาะเครื่องบินเพื่อขนส่งสินค้าและบริการทางอากาศ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการของไทยแข่งขันไม่ได้ แต่ถ้าแข่งขันกับนักลงทุนในภูมภาคอาเซียนเชื่อว่าไทยมีศักยภาพไม่ด้อยกว่าสิงคโปร์และมาเลเซียแน่นอน"

ทั้งนี้ รัฐบาลควรออกกฎหมายให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาประกอบการโลจิสติกส์ได้เพียง 1 รายการเท่านั้น เช่น Custom Broker(ตัวแทนออกของให้กับผู้ส่งและผู้รับสินค้า) Freight Forwarder(ผู้ทำหน้าที่จัดการด้านเอกสารแทนผู้ส่งออกและนำเข้า)ไซโล ห้องเย็น เป็นต้น ส่วนธุรกิจอื่นก็ควรเปิดโอกาสให้คนไทยมีส่วนร่วมหรือเป็นพาร์ตเนอร์ชิพ เพื่อหนุนธุรกิจโลจิสติกส์ไทยเติบโตได้

"เมื่อเปิดเออีซีธุรกิจจะเกิดการค้าเสรีแบบ 100%รวมทั้งโลจิส ติกส์ของไทยก็เปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นใหญ่ได้ 70% หากบริษัทไทยต้องแข่งขันกับประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกันเชื่อว่าทำได้ แต่หากยุโรปและสหรัฐฯเข้ามาใช้ต่างชาติอย่างสิงคโปร์เป็นนอมินีแล้วเข้ามาแข่งขันในไทย เชื่อว่าไทยจะปรับตัวยากและแข่งลำบากเพราะเวลาต่างชาติเข้ามาจะมาพร้อมเงินทุนและแพ็กเกจการบริการครบวงจร จึงเห็นว่ารัฐบาลไทยควรออกกฎหมายล็อกให้เข้ามาถือหุ้นใหญ่และทำธุรกิจได้เพียง 1 รายการเพื่อป้องกันปลาใหญ่ไม่ให้เข้ามากินปลาเล็ก เพราะธุรกิจโลจิสติกส์มีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท ผู้ประกอบการนับพันราย และรายใหญ่มีมากกว่า 50 ราย" นายธเนศร์ กล่าวและว่า

ข้อดีของการเปิดเออีซีจะทำธุรกิจโลจิสติกส์ของไทยขยายไปยังตลาดในภูมิภาคมากขึ้น โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าผ่านทางหลวงหมายเลข 9 ซึ่งเป็นเส้นทางเศรษฐกิจเชื่อมไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่ปัจจุบันรถขนส่งสินค้าจากไทยจะขับไปได้แค่ประเทศลาวเท่านั้น โดยไม่สามารถขับตรงถึงเวียดนามได้ และเมื่อมีการบริโภคสินค้าระหว่างประเทศมากขึ้น ธุรกิจโลจิสติกส์ก็จะขยายตัวในอัตราที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

สำหรับประเทศที่ไทยควรเข้าไปบุกธุรกิจโลจิสติกส์ ได้แก่ กัมพูชา พม่า ลาว เนื่องจากไทยมีศักยภาพและความพร้อมมากกว่า ขณะที่เวียดนามมีการแข่งขันกันรุนแรงจากบริษัทในประเทศเอง ส่วนแนวโน้มการลงทุนในธุรกิจโลจิสติกส์คาดว่าจะเป็นการจัดจ้าง บริษัทภายนอก(เอาต์ซอร์ซ)มากขึ้น เพื่อลดต้นทุนในการบริหารจัดการ และหากรัฐบาลต้องการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลาง(ฮับ)ของธุรกิจโลจิสติกส์จะต้องเร่งพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานให้มีความพร้อมรองรับการเปิดเออีซีโดยเร็ว

ในส่วนของบริษัท ปลายปี 2554 ได้เข้าไปรุกธุรกิจในลาว โดยการพัฒนาโรงเรียนนำเข้าส่งออก และเวียดนาม ใช้กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจเทรดดิ้งเพื่อปูตลาดรับการเปิดเออีซีเช่นกัน