Switch to: uk
26 March 2017 15:37PM

GS1 จับมือกับกรีนสปอต นำร่อง GS1 Traceability

27 Feb 12 ,  Logistics Digest
  • 0

สถาบันรหัสสากล จับมือกับ กรีนสปอต นำร่องโครงการตรวจสอบย้อนกลับในอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ติดตาม ตรวจสอบสินค้าได้ทั้งซัพพลายเชน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค โดยเริ่มจากสินค้าเครื่องดื่มไวตามิลค์ก่อนจะต่อยอดไปใช้กับสินค้าแบรนด์อื่น

คุณพิชญา วัชโรทัย ผู้อำนวยการสถาบันรหัสสากล หรือ GS1 Thailand เปิดเผยว่า แนวโน้มของสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มจะต้องระบุแหล่งที่มาและตรวจสอบย้อนกลับได้ เนื่องจากผู้บริโภคปัจจุบันมีแนวโน้มให้ความสนใจเรื่องความปลอดภัยในการบริโภคกันมากขึ้น สอดคล้องกับบริษัท กรีนสปอต จำกัด ที่ต้องการตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการรู้จักสินค้ามากขึ้น สามารถสอบย้อนแหล่งที่มาของวัตถุดิบ

 

คุณธรรมศักดิ์ จิตติมาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรีนสปอต จำกัด กล่าวว่า ตลาดเครื่องดื่มของโลกกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านการผลิตและการจำหน่ายอันเป็นผลมาจากพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงมุ่งเน้นเรื่องสุขภาพ และที่สำคัญคือผู้บริโภคหันมาใส่ใจเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารมากยิ่งขึ้น โดยที่ผ่านมาตลาดธุรกิจเครื่องดื่มทั่วโลกก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาด้านความปลอดภัยที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภค การปนเปื้อนในเครื่องดื่มน้ำอัดลม และการปนเปื้อนของเมลามีนในนม การเข้าร่วมโครงการ GS1 Traceability จึงเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ยกระดับมาตรฐานสินค้าโดยใช้เทคโนโลยี และการให้สิทธิด้านข้อมูลกับผู้บริโภคมากกว่าสินค้าอื่นๆ นอกจากนี้ยังจะช่วยกระตุ้นให้ตลาดประเภทนมพร้อมดื่มตื่นตัวมากขึ้นอีกด้วย

 

GS1 Traceability มีเป้าหมายเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย โดยการนำร่องนี้จะเริ่มจากสินค้าเครื่องดื่มไวตามิ้ลค์ ซึ่งจะช่วยให้กรีนสปอตสามารถสอบย้อนแหล่งที่มาของวัตถุดิบ และติดตามการเคลื่อนที่ของสินค้าได้ทั้งภายใน (Internal Traceability) และระหว่างองค์กร (External Traceability) สร้างความมั่นใจในคุณภาพสินค้าแก่ผู้บริโภค โดยคาดว่าภายในปีนี้ระบบดังกล่าวจะสามารถติดตามการเคลื่อนที่ของสินค้าภายในองค์กรก่อนจะต่อยอดไปยังโมเดิร์นเทรดหรือห้างค้าปลีก

 

ระบบตรวจสอบย้อนกลับ GS1 Traceability เป็นระบบมาตรฐานสากลของ GS1 โดยใช้เทคโนโลยีมาตรฐานสากลระบบ EPCIS (Electronic Product Code Information Service) เป็นมาตรฐานกลางในการเก็บและแชร์เหตุการณ์ (Event) ที่เกิดขึ้นกับสินค้าระหว่างคู่ค้าในซัพพลายเชน ซึ่งระบบดังกล่าวใช้ร่วมกับเลขหมายบาร์โค้ดมาตรฐานสากล GS1 และ Batch/Lots หรือ Serial Number ช่วยติดตามตรวจสอบแหล่งที่มาของวัตถุดิบและสินค้าตลอดซัพพลายเชน

 

"นอกจากระบบ EPCIS จะสามารถนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ได้อีก เช่น อุตสาหกรรมเนื้อโค อุตสาหกรรม Healthcare และทางด้านโลจิสติกส์ ฯลฯ ซึ่งระบบดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการไทยมีระบบการตรวจสอบย้อนกลับที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล สร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นการเตรียมความพร้อมต่อการเปิดตลาดการค้าเสรี" ผู้อำนวยการสถาบันรหัสสากล กล่าวในที่สุด