Switch to: uk
24 March 2017 20:18PM

ทหารพม่าสบช่อง ‘แม่น้ำเมย’ แห้งเรียกค่าคุ้มครองท่าเรือ 3 แสนบาท/ราย

27 Apr 12 ,  .siamturakij
  • 0

ตาก - สภาพภูมิอากาศแล้งจัด ทำแม่น้ำเมยแห้งขอด ส่งผลกระทบด้านขนส่งโดยเฉพาะสินค้าไทยเข้าพม่า ล่าสุดกองกำลังบีจีเอฟของพม่า เหิมเกริมเรียกประชุมผู้ประกอบการเรือขนส่งสินค้าไทยขอเก็บค่าคุ้มครองรายละ 3 แสนบาทต่อปี ด้าน ตชด.-ทหารคุมเข้มชายแดน ขณะที่ “แม่น้ำเมย” แห้งขอดกระทบเรือส่งสินค้า

จากสภาพอากาศที่แห้งแล้งและร้อนจัด ทำให้แม่น้ำเมย ชายแดนไทย-พม่า อ.แม่สอด จ.ตาก ลดระดับลงจนแห้งขอด ส่งผลกระทบต่อเรือบรรทุกสินค้าตามท่าข้ามหรือท่าเรือต่างๆ กว่า 20 แห่ง ไม่สามารถบรรทุกสินค้าข้ามแม่น้ำในปริมาณสินค้าที่มากได้ ผู้ประกอบการรับจ้างขนส่งสินค้าต้องลดจำนวนสินค้าในแต่ละเที่ยวลง จากเดิมเต็มลำเรือให้เหลือเพียงครึ่งลำ เพื่อไม่ให้ท้องเรือติดโขนหินทรายกลางแม่น้ำ ส่งผลทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายและค่าแรงงานในการขนสินค้าเพิ่มขึ้นเท่าตัว อีกทั้งยังต้องเสียเวลาในการขนถ่ายสินค้าที่จะส่งไปขายฝั่งพม่า

 

นอกจากนี้ยังพบว่าบริเวณกลางแม่น้ำนั้น มีหาดทรายขนาดใหญ่เกิดขึ้นกลายเป็นช่องทางและมีผลกระทบต่อไปถึงการโจรกรรมรถข้ามแดนซึ่งมิจฉาชีพและกลุ่มก่ออาชญากรรมสามารถก่อเหตุกระทำผิดได้ง่ายในการข้ามแดน เพราะแม่น้ำตื้นเขินแห้งขอด

 

ผู้ประกอบการท่าเรือริมแม่น้ำเมยรานหนึ่ง กล่าวว่า จากสถานการณ์แม่น้ำเมยแห้งขอด ทำให้ต้องมีการขุดร่องแม่น้ำบางจุดเพื่อให้เรือสามารถแล่นได้ ทำเป็นร่องน้ำต่อไปจนถึงท่าข้ามฝั่งจังหวัดเมียวดี ซึ่งปัญหาที่เริ่มตามมาคือ การส่งสินค้าล่าช้าและเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายอีกเกือบเท่าตัว

 

นอกจากปัญหาดังกล่าวแล้ว ยังพบว่าผู้ประกอบการขนส่งสินค้าไทยต้องพบกับปัญหาการเรียกค่าคุ้มครอง จากหน่วยเคลื่อนที่เร็วกองกำลังพิทักษ์ชายแดน หรือบีจีเอฟซึ่งนำโดย พ.ท.โมะโต่ง รองผู้บังคับการหน่วยเคลื่อนที่เร็วกองกำลังพิทักษ์ชายแดนของพม่า

 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา หน่วยเคลื่อนที่เร็วกองกำลังพิทักษ์ชายแดน ได้เชิญผู้ประกอบการท่าเรือฝั่งไทย เข้าหารือที่ค่ายทหารสำนักงานบีจีเอฟฝั่งพม่าตรงข้ามบ้านริมเมย ตำบลท่าสายลวด เพื่อแจ้งให้ทราบว่า ขณะนี้ทางบีจีเอฟที่ควบคุมการเข้าออกชายแดนต้องการเรียกเก็บเงินจากผู้ประกอบการท่าเรือฝั่งไทยรายละ 300,000 บาท โดยให้เวลา 3 วัน หากไม่จ่ายจะไม่อนุญาตให้เรือไทยผ่านในการใช้การขนสินค้าไปฝั่งพม่าตามจุดที่กลุ่มตนควบคุม

 

นายประยูร ลือชัย ประธานกลุ่มคลังชั่วคราวท่าเรือบริเวณ บ้านห้วยม่วง ตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก เปิดเผยว่า เรื่องนี้ทางผู้ประกอบการท่าเรือรู้สึกไม่สบายใจ และก็ยอมไม่ได้ถือว่าเป็นการข่มขู่รีดไถข้ามชาติ และกระทำอุกอาจไม่ถูกต้อง ซึ่งผู้ประกอบการท่าเรือได้หารือ และแจ้งตัวแทนพม่าที่มาหารือร่วมแล้วว่า ไม่ยินยอมจ่ายไปแล้ว และได้แจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายปกครองทราบแล้ว

 

ด้านนายสำรวบ ป่าตาล ผู้ประกอบการท่าเรือคลัง 1 เปิดเผยว่า สถานการณ์ในฝั่งพม่าที่บริเวณชายแดนมีความตรึงเครียดเนื่องจากกลุ่มกองกำลังต่างๆกำลังแย่งกันเป็นใหญ่ควบคุมพื้นที่ต่างๆ มีโอกาสใช้อาวุธยิงตอบโต้กัน ส่งผลกระทบต่อฝั่งไทยและการค้าชายแดนอีกครั้ง และหากไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลหรือประสานงานฝ่ายทางการพม่าปัญหาก็จะเกิดขึ้นอีกหลายๆครั้ง

 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตามแนวชายแดนริมแม่น้ำเมย พบว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 4 แม่สอด และ ตำรวจตระเวนชายแดน 346 แม่สอด ได้ลาดตระเวนทั้งที่ใต้สะพานมิตรภาพไทย-พม่า และตามท่าเรือขนส่งสินค้า ท่าข้ามต่างๆ โดยได้เพิ่มความเข้มงวดและเข้าไปดูแลรักษาความปลอดภัยบริเวณท่าเรือขนส่งสินค้า 4 - 5 แห่ง พร้อมจัดชุดออกลาดตระเวน ตรวจตราความเรียบร้อยและพร้อมคุ้มกัน และป้องกันภัย

 

อย่างไรก็ดี การส่งสินค้าไปยังฝ่ายพม่า ยังคงมีการส่งสินค้าไปตามปกติ ยังไม่มีเหตุการณ์ใดๆ ส่วนทางด้านฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายปกครองอำเภอแม่สอด เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ยัไม่มีการร้องเรียนของผู้ประกอบการขนส่ง หรือ เจ้าของท้าข้าม ทางฝ่ายปกครองยังไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ และเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นนอกประเทศ เป็นภายในของประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุด สถานการณ์ยังปกติ พ่อค้า-แม่ค้า และ ผู้ประกอบการธุรกิจการค้าที่เกี่ยวข้องกับชายแดนไทย-พม่า ยังคงค้าขายตามปกติ