Switch to: uk
27 March 2017 22:53PM

Gold Star Line ยกระดับบริการขนส่งสินค้าทางเรือ เชื่อมต่อเอเชียตะวันออกกับอินเดีย

19 Dec 16 ,  Sea Transport
  • 0
  • star
  • star
  • star
  • star
  • star

ฮ่องกง--15 ธ.ค.--พีอาร์นิวส์ไวร์/อินโฟเควสท์     Gold Star Line ประกาศปรับโฉมบริการ Asia Chennai Service (ACS) เชื่อมต่อท่าเรือขนส่งสินค้าหลักๆ ในเอเชียตะวันออกกับท่าเรือบริเวณชายฝั่งตะวันออกของอินเดีย โดยจะเริ่มให้บริการในวันที่ 21 มกราคม 2560 ด้วยความร่วมกับ HMM ตามเส้นทางเดินเรือดังต่อไปนี้

Policy & Regulation
  • ส.อ.ท. แนะภาคอุตฯ ปรับตัว พร้อมก้าวสู่ผู้นำในอาเซียน

    06 Nov 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    เร่งผู้ประกอบการพัฒนาศักยภาพเพื่อรับการแข่งขันบนเวทีโลก

    เร่งผู้ประกอบการพัฒนาศักยภาพเพื่อรับการแข่งขันบนเวทีโลก

  • ส.อ.ท. จับมือ 3 องค์กรหลัก ผนึกกำลังเดินหน้ายกระดับ SMEs ขานรับนโยบาย SME : วาระแห่งชาติ อย่างเป็นรูปธรรม

    28 Oct 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.หรือ SME BANK) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ร่วมประชุมขยายผลนโยบายการให้ SME เป็นวาระแห่งชาติ อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2557 ณ ห้องประชุม ส.อ.ท.1 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยมี 1. นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI)  2. นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการธนาคาร SME BANK   3.ดร.วิมลกานต์ โกสุมาศ รักษาการผู้อำนวยการ สสว. 4.นายวัลลภ เตชะไพบูลย์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. ร่วมกันเปิดเผยว่าสืบเนื่องจากที่ภาคเอกชนโดยสภาอุตสาหกรรมฯ ได้นำเสนอถึงความสำคัญของ SMEs ที่มีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและปัญหาอุปสรรคของการพัฒนา SMEs ไทย ต่อคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยมีฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รับทราบ และที่ประชุมได้มีมติให้นโยบาย SME เป็นวาระแห่งชาติแล้วนั้น

    สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.หรือ SME BANK) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ร่วมประชุมขยายผลนโยบายการให้ SME เป็นวาระแห่งชาติ อย่างเป็นรูปธรรม เมื่อวันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม 2557 ณ ห้องประชุม ส.อ.ท.1 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยมี 1. นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI)  2. นางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการธนาคาร SME BANK   3.ดร.วิมลกานต์ โกสุมาศ รักษาการผู้อำนวยการ สสว. 4.นายวัลลภ เตชะไพบูลย์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. ร่วมกันเปิดเผยว่าสืบเนื่องจากที่ภาคเอกชนโดยสภาอุตสาหกรรมฯ ได้นำเสนอถึงความสำคัญของ SMEs ที่มีต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและปัญหาอุปสรรคของการพัฒนา SMEs ไทย ต่อคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยมีฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รับทราบ และที่ประชุมได้มีมติให้นโยบาย SME เป็นวาระแห่งชาติแล้วนั้น

  • สภาอุตสาหกรรมฯ เปิดตัวโครงการนักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่

    03 Sep 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    ดึงกูรูจากองค์กรชั้นนำทั่วประเทศถ่ายทอดประสบการณ์แบบไม่อั้น
    สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “นักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่” หรือ YOUNG – F.T.I รุ่นที่ 1 ประจำปี 2557  ภายใต้แนวคิด “การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (Learning From Experience)” เมื่อวันพุธที่  3 กันยายน 2557 ณ ห้อง  Retro Live Café  ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยได้รับเกียรติจาก ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม มาเป็นประธาน   ซึ่งมีนักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่
    ไฟแรงกว่า 80 คนสมัครเข้าร่วมโครงการเพื่อรับถ่ายทอดประสบการณ์จากรุ่นพี่จากองค์กร / นักธุรกิจชั้นนำระดับประเทศ
    นายสุพันธุ์  มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า โครงการ
    นักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ หรือ YOUNG – F.T.I. เป็นโครงการที่เกิดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้นักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ได้เข้ามามีบทบาทและส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของสภาอุตสาหกรรมฯ มากขึ้น ทั้งได้เรียนรู้การทำงานจากนักอุตสาหกรรมรุ่นอาวุโสเพื่อเป็นการสานต่อภารกิจต่อไปในอนาคต นอกจากจะสามารถนำเอาความรู้ที่ได้มาเป็นแรงขับเคลื่อนการบริหารงานในองค์กรของตนเองแล้วยังสามารถนำความรู้ที่ได้มาช่วยเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อีกด้วย  อย่างไรก็ตามโครงการ YOUNG-F.T.I. เน้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์จริงกับวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มากด้วยประสบการณ์ และนำหลักวิชาไปปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริงให้มากที่สุด
    “เป็นโอกาสแรกที่นักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่กว่า 80 คนมารวมตัวกันเพื่อเรียนรู้การทำงานจากประสบการณ์จริงของนักอุตสาหกรรมจากรุ่นอาวุโส เพื่อเป็นการบูรณาการต่อยอดและสานต่อธุรกิจในอนาคต ซึ่งนอกจากจะเรียนรู้ภาคทฤษฎีแล้วยังมีการทำ Workshop การละลายพฤติกรรม ตลอดจนดูงานทั้งในและต่างประเทศ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญจากองค์กรชั้นนำระดับประเทศ อาทิ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เครือเจริญโภคภัณฑ์บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัท เดนโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น ซึ่งโครงการนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย” นายสุพันธุ์ฯ กล่าว
    ด้าน นายกรกฤช  จุฬางกูร  รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวในฐานะประธานโครงการนักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ (YOUNG-F.T.I.) ว่า โครงการนักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ หรือ YOUNG – F.T.I รุ่นที่ 1 ประจำปี 2557 เป็นโครงการใหม่ของ ส.อ.ท. โดยตั้งขึ้นมาเพื่อเปิดโอกาสให้
    นักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ ทั้งเจ้าของ ทายาทธุรกิจ ผู้มีประสบการณ์ในการบริหารธุรกิจ ตลอดจนกลุ่มศิลปิน นักแสดง สื่อมวลชน ได้มีโอกาสเรียนรู้ สร้างความคุ้นเคย ปรับแนวคิดไปในทิศทางเดียวกัน  มีการพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำและธุรกิจเพื่อรองรับการขยายตัวธุรกิจในและต่างประเทศ รวมถึงการเตรียมตัวเรียนรู้การทำงานจากนักอุตสาหกรรมรุ่นอาวุโส เพื่อสานต่อภารกิจต่อไปในอนาคต และเป็นการส่งเสริมบทบาท
    นักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ให้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม
    “หลักสูตร  YOUNG-F.T.I. มีจุดเด่น 2 ประการ ประการแรกคือหัวข้ออบรมที่มีความหลากหลาย สามารถบูรณาการและต่อยอดในการทำงานได้เป็นอย่างดี อาทิ การคิดเชิงบวก นวัตกรรมนำธุรกิจ กลยุทธ์การแข่งขันอย่างแข็งแกร่งในเวทีโลก รู้ทันรู้รอบรับมือ AEC  รู้ลึกเรื่องต้นทุน การวางแผนภาษีที่ผู้บริหารควรทราบ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การสร้างความตระหนักและรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เป็นต้น และอีกประการที่สำคัญ คือการได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจากบริษัทและองค์กรชั้นนำระดับประเทศมาถ่ายทอดให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง” นายกรกฤชฯ  กล่าว
    ทั้งนี้ โครงการนักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่ หรือ YOUNG – F.T.I รุ่นที่ 1 ประจำปี 2557 มีระยะเวลาอบรม 4 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือน กันยายน – ธันวาคม 2557 ทุกวันพุธ เวลา 09.00 – 16.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

    ดึงกูรูจากองค์กรชั้นนำทั่วประเทศถ่ายทอดประสบการณ์แบบไม่อั้น

  • ไทยพาณิชย์ ผนึกกำลัง ส.อ.ท. สนับสนุนสินเชื่อเอสเอ็มอีกว่า 16,000 ล้านบาท

    02 Sep 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    ฟื้นฟูศักยภาพผู้ประกอบการและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ
    ธนาคารไทยพาณิชย์ จับมือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงครึ่งปีแรก พร้อมส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรมผ่านการลงนามความร่วมมือโครงการ “ยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรม ปี 2557 – 2559” เพื่อสนับสนุนทางด้านการเงินกว่า 16,000 ล้านบาท พร้อมส่งเสริมองค์ความรู้ทางด้านวิชาการ เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการฟื้นฟูความสามารถในการผลิต ให้กลับมาแข่งขันได้อย่างมีศักยภาพ อีกทั้งเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางออกให้ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบสามารถรับมือสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน
    นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า “ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ส.อ.ท. ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย เล็งเห็นว่านับจากครึ่งปีหลังนี้เป็นต้นไป กำลังก้าวสู่การเตรียมพร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจของภาคธุรกิจเอสเอ็มอี บรรยากาศทางการเมือง เศรษฐกิจและการค้าแสดงไปในทิศทางที่ดีขึ้น ความมั่นใจของผู้บริโภคเริ่มกลับมาสู่ภาวะปกติ ความร่วมมือในโครงการ “ยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรม ปี 2557-2559” ระหว่างธนาคารและ ส.อ.ท. เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกให้แก่เครือข่ายสมาชิกของส.อ.ท. ที่มีอยู่มากกว่า 8,000  ราย ใน 12 คลัสเตอร์อุตสาหกรรม ในส่วนของธนาคารจะให้สนับสนุนทางด้านการเงินและสิทธิพิเศษแก่สมาชิกส.อ.ท. เป็นจำนวนเงินรวมกว่า 16,000 ล้านบาท พร้อมสิทธิพิเศษเกี่ยวกับบริการทางการเงินที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงการเสริมความรู้ให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ผ่านทางการอบรมเชิงปฎิบัติการพัฒนาอุตสาหกรรม โครงการสัมมนาเพื่อให้ความรู้ต่างๆ พร้อมด้วยการสนับสนุนการตลาดและช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านทางโครงการ SCB-FTI Factory Outlet อีกทั้งการสนับสนุนด้านวิชาการผ่านทางโครงการพิเศษด้านความร่วมมือทางวิชาการในการแลกเปลี่ยนและวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกันระหว่างศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ และ ส.อ.ท. เพื่อเจาะลึกอุตสาหกรรมรายภูมิภาคและนำเสนอให้กับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมทั่วประเทศ”
    นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ด้วยพันธกิจของสภา-อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่มุ่งเสริมสร้างศักยภาพ หาลู่ทาง สร้างโอกาส ให้ทุกอุตสาหกรรมของประเทศ รวมถึง SMEs ให้สามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาคและสากล การลงนามความร่วมมือโครงการ “ยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรม ปี 2557 – 2559” ระหว่างสภาอุตสาหกรรมฯ และธนาคารไทยพาณิชย์ จึงมีการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงได้รับความร่วมมืออย่างดีจากธนาคารไทยพาณิชย์พันธมิตรที่ใกล้ชิดและร่วมกันดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อประโยชน์ต่อสมาชิกของสภาอุตสาหกรรมฯ และต่อเศรษฐกิจของประเทศ มาโดยตลอด สำหรับโครงการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม ปี 2557 – 2559 ถือได้ว่าเป็นโครงการสนับสนุนด้านวิชาการและบริการทางการเงินครบวงจรให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการ มีขีดความสามารถในการผลิตและการแข่งขันทั้งระดับประเทศและระดับนานาชาติเพิ่มมากขึ้นและเป็นไปอย่างยั่งยืน อีกทั้งเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถปรับตัวพร้อมรับมือกับสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในปัจจุบันได้
    “ปัจจุบันสภาอุตสาหกรรมฯ มีจำนวนสมาชิกกว่าร้อยละ 85 ที่เป็นผู้ประกอบการ SMEs โดยปัจจุบัน สภาอุตสาหกรรมฯ ได้มีการเดินหน้าผลักดันข้อเสนอต่างๆ เพื่อการพัฒนาศักยภาพ SMEs ไทย ให้เกิดความยั่งยืน โดยได้ให้ความสำคัญและดำเนินการดูแล ผลักดันเพื่อการพัฒนา SMEs 5 เรื่อง ประกอบด้วย 1.ปรับปรุงกลไกการส่งเสริม SMEs 2.ปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา SMEs 3.ส่งเสริมให้ SMEs สามารถเข้าถึงแหล่งเงิน 4.พัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์และเพิ่มผลิตภาพของธุรกิจ และ 5.สร้างโอกาสและเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่ SMEs อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมฯ และธนาคารไทยพาณิชย์ ในการยกระดับขีดความสามารถของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีภาคอุตสาหกรรม ปี 2557 – 2559 นี้นั้น ทางสภาอุตสาหกรรมฯ จะขยายขอบเขตการทำงานร่วมกันกับธนาคารไทยพาณิชย์ให้ครอบคลุม และทั่วถึงมากยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนผู้ประกอบการในรายอุตสาหกรรม (Sector base) ผู้ประกอบการในรายพื้นที่ (Area base) กลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และภาพรวมของเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในเชิงวิชาการ ที่สภาอุตสาหกรรมฯ พร้อมให้ความร่วมมือในการสนับสนุนด้านอุตสาหกรรม กับศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อประกอบการวิเคราะห์ภาวะอุตสาหกรรม ในมิติต่างๆ พร้อมทั้งข้อเสนอแนะที่จะก่อให้เกิดประโยชน์กับภาคอุตสาหกรรม รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมเชิงวิชาการให้กับสมาชิกสภาอุตสาหกรรมฯ นำไปปรับปรุงการดำเนินกิจการให้มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 โดยหวังว่าความร่วมมือระหว่าง 2 องค์กรในครั้งนี้จะยังคงเป็นกลไกสำคัญหนึ่งที่จะช่วยนำพา SMEs ไทย เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนได้” นายสุพันธุ์ กล่าว

    ฟื้นฟูศักยภาพผู้ประกอบการและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

  • 8 องค์กร ภาครัฐ เอกชน จับมือร่วมลงนาม ส่งเสริม ช่างนอกกรอบ ด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ

    30 Jul 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    สถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ซีเกทเทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย)  จำกัด จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในโครงการช่างนอกกรอบ เมื่อวันพุธที่ 30 กรกฎาคม 2557 ห้องประชุม ส.อ.ท. 1 สภาอุตสาหกรรมฯ เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานตามโครงการช่างนอกกรอบในการสร้างความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยีการสื่อสารและสารสนเทศ อีกทั้งพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และเผยแพร่องค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญที่มีมาสร้างสรรค์พัฒนาผลิตภัณฑ์ และการให้บริการภายใต้กรอบกระแสสิ่งแวดล้อมโลก โดยเฉพาะอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่สามารถนำมาประยุกต์เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอน ผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักเรียน นักศึกษา เยาวชนและประชาชน

    สถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ซีเกทเทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เวสเทิร์น ดิจิตอล (ประเทศไทย)  จำกัด จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในโครงการช่างนอกกรอบ เมื่อวันพุธที่ 30 กรกฎาคม 2557

  • ส.อ.ท. เสนอแผนต่อ คสช. หนุน SMEs เป็นวาระแห่งชาติ

    14 Jul 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  ได้เข้าร่วมประชุมและเสนอแผนหนุน SMEs ต่อคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ)   ครั้งที่ 1/2557  โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานฯ  และเห็นชอบกับแผนหนุน SME ของ ส.อ.ท. ในการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เป็นวาระแห่งชาติ

    เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ผ่านมา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)  ได้เข้าร่วมประชุมและเสนอแผนหนุน SMEs ต่อคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เฉพาะกิจ) ครั้งที่ 1/2557  โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานฯ และเห็นชอบกับแผนหนุน SME ของ ส.อ.ท. ในการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เป็นวาระแห่งชาติ

  • ความคืบหน้าการดำเนินการตามมาตรการ Container Weigh Verification Rules

    28 May 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star
    สภาผู้ส่งออก เสนอกรมเจ้าท่าจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับภาคเอกชนเพื่อรับมือมาตรการ Container Weigh Verification Rules (มาตรการชั่งน้ำหนักตู้สินค้า) พร้อมศึกษาความพร้อมในการปฏิบัติการของแต่ละท่าเรือในประเทศไทย เพื่อรับมือการปฏิบัติตามมาตรการชั่งน้ำหนักตู้สินค้าในปี 2559

    สภาผู้ส่งออก เสนอกรมเจ้าท่าจัดตั้งคณะทำงานร่วมกับภาคเอกชนเพื่อรับมือมาตรการ Container Weigh Verification Rules (มาตรการชั่งน้ำหนักตู้สินค้า) พร้อมศึกษาความพร้อมในการปฏิบัติการของแต่ละท่าเรือในประเทศไทย เพื่อรับมือการปฏิบัติตามมาตรการชั่งน้ำหนักตู้สินค้าในปี 2559

  • กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งลดต้นทุนโลจิสติกส์ ดันผู้ประกอบการไทยบุกตลาดเออีซี

    23 May 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

    สำนักโลจิสติกส์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม เผยตัวเลขต้นทุนโลจิสติกส์ต่อยอดขายของภาคอุตสาหกรรม ปี 55 เหลือ 8.93% ตั้งเป้าลดต่อเนื่อง เน้นการนำเครื่องมือวัดประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์มาใช้ในการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการโลจิสติกส์ รวมถึงลดปริมาณการถือครองสินค้าคงคลังเพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมมีความพร้อมและคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ อีกทั้ง ประกาศภารกิจดันผู้ประกอบการไทยลุยตลาดเออีซี เชื่อตลาดมูลค่ามหาศาล

  • คมนาคมปรับแผน-เดินหน้าลงทุนปกติ

    10 Apr 14 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

    ดับฝันรัฐกู้นอกงบลุย 'บิ๊กโปรเจกท์' คมนาคมปรับแผน-เดินหน้าลงทุนปกติ

  • สภาผู้ส่งออกฯ เสนอยุทธศาสตร์ แก้ไขปัญหาการส่งออก

    04 Dec 13 ,  Policy & Regulation
    • 0
    • star
    • star
    • star
    • star
    • star

     

    สภาผู้ส่งออกฯ เสนอยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้าง
    เพื่อแก้ไขปัญหาการส่งออกอย่างยั่งยืน
    3 ธันวาคม 2556 - (11.00 น.ห้องประชุมสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย) สภาผู้ส่งออกฯ ระบุมูลค่าการส่งออกไทยเดือนตุลาคม 2556 มีมูลค่า 19,393.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงร้อยละ 0.67 ในรูปเงินบาทมีมูลค่า 603,082.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.94 จากตัวเลขการส่งออกรวมของไทยในระยะ 10 เดือนที่ผ่านมาประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ จึงเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าตัวเลขการส่งออกรวมของไทยทั้งปี 2556 น่าจะเติบโตได้เพียง 0.5% เท่านั้น
    สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปีหน้ามีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น เห็นได้ชัดจากอุปสงค์ภาคครัวเรือนของสหรัฐอเมริกามีการปรับตัวดีขึ้น เศรษฐกิจสหภาพยุโรปมีแนวโน้มฟื้นตัว เศรษฐกิจจีนและเอเชียมีแนวโน้มขยายตัวในอัตราที่ใกล้เคียงกับปี 2556  แม้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแนวโน้มชะลอตัว แต่ในภาพรวมเชื่อว่าจะมีทิศทางเป็นบวก ด้วยปัจจัยดังกล่าวข้างต้น สภาผู้ส่งออกฯ จึงคาดการณ์การส่งออกปี 2557 เติบโตที่ 5%
    อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเศรษฐกิจโลกโดยรวมในปี 2557 จะปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่การฟื้นตัวอย่างช้าๆของสภาวะเศรษฐกิจโลกนั้น ไม่ได้ทำให้ความต้องการสินค้าในตลาดโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้นการกระตุ้นตัวเลขการส่งออกด้าน Demand side ด้วยกลยุทธ์ทางการตลาดเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอที่จะผลักยอดส่งออกของไทยให้เติบโตได้ตามเป้า สิ่งที่ต้องหันมาให้ความสำคัญในขณะนี้คือการปรับโครงสร้างภาคการส่งออกซึ่งเป็นด้าน Supply side ให้สามารถแข่งขันได้ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีการแข่งขันอย่างรุนแรง ดังนั้น สภาผู้ส่งออกฯ จึงได้จัดทำร่างยุทธศาสตร์ส่งออกไทยซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับโครงสร้างการส่งออกให้แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพสามารถแข่งขันได้ และได้นำเสนอต่อรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2556 ที่ผ่านมา และเมื่อสถานการณ์การเมืองภายในประเทศสงบลง สภาผู้ส่งออกฯ จะนำเสนอยุทธศาสตร์ดังกล่าวต่อ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและกระทรวงที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมทั้งผลักดันการส่งออกเป็นวาระแห่งชาติเพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ
    สำหรับเนื้อหาในยุทธศาสตร์การพัฒนาการส่งออกไทย (TNSC’s Export Strategy Model) นั้นมุ่งยกระดับการค้าระหว่างประเทศของไทยให้เป็นศูนย์กลางทางการค้า (Trading Nation) และการผลิตที่สร้างมูลค่าเพิ่ม โดยเน้นการเขื่อมโยง ระหว่างอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ในระดับภูมิภาคเพื่อการส่งออก ซึ่งร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าวได้มีการเสนอแผนรายอุตสาหกรรม สำหรับ 13 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมยางพาราและผลิตภัณฑ์, เฟอร์นิเจอร์, ยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์, เครื่องสำอาง, อัญมณีและเครื่องประดับ, เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม, กระดาษและบรรรจุภัณฑ์กระดาษ, พลาสติกและผลิตภัณฑ์พลาสติก, เครื่องจักรและอุปกรณ์, สินค้าเกษตร(ข้าว น้ำตาล มันสำปะหลัง), อาหาร, เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการปรับโครงสร้างในภาคการส่งออกของไทย ตั้งแต่ การปรับระบบโลจิสติกส์และโครงสร้างพื้นฐาน การอำนวยความสะดวกทางการค้าและกฎระเบียบต่างๆ การพัฒนาบุคลากรด้านการส่งออกและแรงงาน รวมทั้งยกระดับการวิจัยและพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาและขับเคลื่อนภาคการส่งออกไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน
    อย่างไรก็ตาม สภาผู้ส่งออกฯ มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์การเมืองและการประท้วงซึ่งกินเวลานานมากขึ้นและยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ในปัจจุบัน แม้ว่าจะไม่ส่งผลกระทบมากนักต่อการส่งออกในขณะนี้ เพราะสัญญาซื้อขายต่างๆ ได้ตกลงไว้ก่อนหน้าและสามารถทยอยส่งมอบสินค้าได้ตามกำหนด เพราะไม่มีการปิดท่าเรือหรือท่าอากาศยาน แต่สถานการณ์ที่ลากยาวจะกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้ซื้อในต่างประเทศขาดความเชื่อมั่น และไม่เข้ามาเจรจาธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าในช่วงไตรมาส 1-2 ของปีหน้า จึงอยากเสนอให้รัฐบาลและผู้ประท้วงรีบดำเนินการเพื่อหาข้อสรุปร่วมกันโดยเร็วที่สุด
    อนึ่ง สภาผู้ส่งออกฯ ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมร่วม Asian Shippers’ Meeting และ European Shippers’ Council ณ จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 23-25 พฤศจิกายน 2556 ที่ผ่านมา โดยมีผู้แทนจากเอเชียและสหภาพยุโรปเข้าร่วมประชุมและได้หารือเกี่ยวกับประเด็นทางการค้าและการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการพิจารณาและมีความเห็นร่วมกันเกี่ยวกับบทบาทของภาครัฐในการตอบสนองต่อกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้น และการรวมกลุ่มของสายเรือขนาดใหญ่ ดังต่อไปนี้
    • มาตรการชั่งน้ำหนักตู้สินค้า (Container Weight Verification Rules) โดย International Maritime Organization (IMO) เพื่อแก้ไขปัญหาความปลอดภัยทางการขนส่งทางทะเลด้วยตู้คอนเทนเนอร์ ที่ประชุมได้มีข้อสรุปว่าแนวทางที่เหมาะสมคือต้องกำหนดมาตรการและขั้นตอนการแจ้งข้อมูลและยืนยันน้ำหนักตู้สินค้าที่สอดคล้องกับเวลาปฏิบัติงานจริง (Timely Declaration) และต้องกำหนดแนวทางที่ชัดเจนในการใช้ข้อมูลน้ำหนักตู้สินค้าดังกล่าวไปใช้ในการวางแผนบรรจุตู้สินค้าบนเรือ (Stowage Plan) นอกจากนี้มาตรการที่ออกมาควรคำนึงถึงการบรรจุตู้สินค้าบนเรือที่เหมาะสม (Proper Stowage) การกระทบของตู้สินค้าบนเรือ (Lashing of Containers) และการซ่อมบำรุงเรือสินค้า (Maintenance of vessels) เป็นหลัก
    • การรวมตัวของสายเรือขนาดใหญ่ 3 สาย ได้แก่ Maersk Line, MSC และ CMA ภายใต้ชื่อ P3 Network ซึ่งอาจนำไปสู่การเข้าควบคุมตลาดของสายเรือทั้ง 3 สาย ลดการแข่งขันและการพัฒนาคุณภาพการให้บริการ และอาจก่อให้เกิดการรวมตัวขึ้นค่าระวางหรือค่าใช้จ่ายกับผู้นำเข้า-ส่งออก ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้ส่งออกและภาครัฐในแต่ละประเทศที่จะต้องจับตาดูเงื่อนไขข้อตกลงที่จะตามมาในอนาคต เพื่อมิให้เกิดการบิดเบือนของกลไกตลาดโดยการเป็นผู้ควบคุมตลาด อันจะส่งผลกระทบในการลดทอนอำนาจต่อรอง และการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรมในทางธุรกิจ
    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้มีการรวมกลุ่ม Shippers’ Council ในอาเซียน เพื่อรองรับการเปิด AEC ในปี 2015 ซึ่งสภาผู้ส่งออกฯ รับหน้าที่ในการเชิญ Vietnam National Shippers’ Council เข้ามาร่วมกลุ่มในการประชุมครั้งต่อไป และจะมีการผลักดันให้ประเทศพม่า กัมพูชา และลาว มีการจัดตั้ง Shippers’ Council ขึ้นภายในประเทศ เพื่อผลักดันให้เกิดการพัฒนามาตรฐานด้านโลจิสติกส์ และการอำนวยความสะดวกทางการค้าร่วมกันในระดับภูมิภาคอีกทางหนึ่ง.
    ***********
    "สภาผู้ส่งออก", "เศรษฐกิจโลก", "สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม"

    สภาผู้ส่งออกฯ เสนอยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้าง 

    เพื่อแก้ไขปัญหาการส่งออกอย่างยั่งยืน