Switch to: uk
26 March 2017 15:33PM

การจัดการคลังสินค้าและกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กลยุทธ์สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

16 Oct 15 ,  Administrator
  • 0

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัดโครงการอบรมสัมมนา Green Logistics 2015 ในหัวข้อเรื่อง “การจัดการคลังสินค้าและกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” เสริมสร้างให้ผู้ประกอบการได้ตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการคลังสินค้าและการกระจายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมนำผู้ประกอบการไทยเข้าเยี่ยมชมดูงาน ณ สถานประกอบการจริง

โครงการอบรมสัมมนา Green Logistics 2015 ในหัวข้อเรื่อง “การจัดการคลังสินค้าและกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”  ได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นนักวิชาการที่มีความรู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการคลังสินค้าและกระจายสินค้าให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย รศ.ดร.ประจวบ กล่อมเหมาะ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร และผศ.ดร.ธารทัศน์ โมกขมรรคกุล จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ประกอบการจากองค์กรธุรกิจที่มีการบริหารจัดการคลังสินค้าและการกระจายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ดร.กันติชา บุญพิไล ผู้เชี่ยวชาญด้านคลังสินค้า, คุณสุภาพ ตั้งตรัยรัตนกุล Managing Director บริษัทกรุงเทพคลังเอกสาร และคุณคฑา วิณิน หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการคลังสินค้า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) มาร่วมบรรยายและเสวนาเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญและบทบาทของการจัดการคลังสินค้าและการกระจายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่เป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจ

 

Warehouse1

 

ในส่วนของการบรรยายของวิทยากรผู้เชี่ยวชาญได้ให้ นิยามของ Green Warehouse and Distribution ไว้ว่า ในทางการจัดการคลังสินค้าและการกระจายสินค้านั้น การคำนึงถึงแค่เรื่องสิ่งแวดล้อมนั้นไม่เพียงพอ จึงเกิดคำว่า Sustainable Warehouse ซึ่งเป็นการทำให้คลังสินค้ามีความยั่งยืน เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมด้วยและผลการดำเนินงานที่ดีในทางธุรกิจด้วย อีกทั้งต้องสามารถจัดการได้อย่างประหยัดและลดต้นทุน ด้วยวิธีการ Reduce Reuse Recycle ขณะเดียวกันก็ต้องสามารถจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิภาพ โดยการจะไปถึงจุดนั้นได้นั้น จะต้องมีการออกแบบกระบวนการและจัดการการปฏิบัติไปควบคู่กัน

 

Warehouse2

 

ส่วนในช่วงของการเสวนาโดยผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการคลังสินค้าและการกระจายสินคาที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้น โดยได้ชี้ให้เห็นว่า ในความเป็นจริงแล้ว Green warehouse ไม่จำเป็นต้องใช้การลงทุนมาก อย่างที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เข้าใจกัน  สิ่งที่สำคัญของการทำ Green warehouse คือ การออกแบบการทำงานโดยการมองที่เป้าหมายในอนาคต และการวางแผนใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เพื่อตอบเป้าหมาย หากมีการจัดการกระบวนการที่ดี มีการจัดการระบบคนทำงานที่ดี มีการสื่อสารกันในองค์กร ทำให้คนในองค์กรมีแนวคิดและความเข้าใจร่วมกัน การทำให้พนักงานมีความเป็นเจ้าของในองค์กร รวมทั้งมีการใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร (IT) เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน จะทำให้สามารถทำ Green Warehouse ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำให้บริหารจัดการงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย สิ่งที่สำคัญคือ การทำ Green Warehouse นั้นได้ประโยชน์กับทุกฝ่าย นอกจากลูกค้าและประชาชนจะได้ประโยชน์แล้ว องค์กรธุรกิจก็ยังได้รักษาสิ่งแวดล้อม ทำให้ทุกคนในสังคมได้ประโยชน์เหมือนกันทั้งหมด นอกจากนี้ สามารถนำแนวคิด Green Warehouse ไปขยายต่อเพื่อเพิ่มมูลค่าขององค์กรด้วย


นอกจากการบรรยายและเสวนาแล้ว ผู้เข้าร่วมโครงการได้มีโอกาสได้เดินทางไปศึกษาดูงานนอกสถานที่ ณ สถานประกอบการที่มีการบริกหารจัดการคลังสินค้าและการกระจายสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นเลิศ  เช่น คลังสินค้าของบริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่มีระบบกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย  คลังสินค้าของบริษัท กรุงเทพคลังเอกสาร จำกัด ที่มีการออกแบบคลังสินค้าให้ประหยัดทั้งแรงงานคนและพลังงาน แต่เพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างดีเยี่ยม และ คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิของบริษัท แปซิฟิค ห้องเย็น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับรางวัลผู้ประกอบธุรกิจส่งออกดีเด่นประจำปี 2558 หรือ Prime Minister’s Export Award : PM Award 2015 ประเภทธุรกิจบริการยอดเยี่ยม (Best Services Enterprise Award) สาขา Trade Logistics และรางวัลผู้ประกอบการที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการโลจิสติกส์  ประจำปี 2558 (ELMA 2015) เป็นต้น


โครงการอบรมสัมมนา Green Logistics  นั้น ได้ดำเนินมาเป็นปีที่ 2 แล้ว ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จและได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการนำเข้า ส่งออก ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ และประชาชนทั่วไปได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ คาดว่าผลการสัมมนานี้จะมีส่วนช่วยพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้เข้มแข็งขึ้นและรองรับการแข่งขันในอนาคต