Switch to: uk
27 March 2017 23:01PM

ยักษ์ขนส่งด่วนระงับศึก DHL เปิดดิว UPS ประกาศเป็นพาร์ตเนอร์ตลาดอเมริกาเหนือ

05 Jun 08 ,  Prachachat
  • 0
รายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งได้ระบุถึงข่าวการประกาศตัวเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจของ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ให้บริการ โลจิสติกส์อันดับ 1 ใน 3 ของโลกระหว่างบริษัท ยูไนเต็ด พาร์เซล เซอร์วิส หรือ ยูพีเอสกับกลุ่มบริษัท ดอยช์ โพสต์ เวิลด์ เน็ต จากประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบริษัท ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรสเมื่อช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ส่งผลต่อหุ้นในกระดานของ 2 บริษัทนี้ทันที

เพราะข้อตกลงในการเป็นพาร์ตเนอร์ของยูพีเอสและดีเอชแอลครั้งนี้จะระบุบทบาทให้ยูพีเอสรับขนส่งสินค้าพัสดุภัณฑ์บางส่วนของดีเอชแอลทางอากาศจากสนามบินแห่งหนึ่งไปยังสนามบินอีกแห่งหนึ่งในตลาดอเมริกาเหนือ (สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก) ไม่รวมถึงการกระจายสินค้าจากสนามบินไปสู่ลูกค้าปลายทาง ทำให้ไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งของแต่ละบริษัท โดยทั้ง 2 บริษัทมีข้อตกลงกำหนดระยะเวลา 10 ปี และจะเริ่มดำเนินการครั้งแรกในปลายปี 2551

โดยยูพีเอสคาดหวังว่าหลังจากเข้าไปรับขนส่งสินค้าพัสดุภัณฑ์ให้ดีเอชแอลแล้ว ยูพีเอสจะมีรายได้เพิ่มประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ขณะที่ดีเอชแอลเองจะสามารถประหยัดต้นทุนได้ประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อปีเช่นกัน

เดวิด พี.แอบนีย์ (David P.Abney) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ยูพีเอส บอกว่า ข้อตกลงที่เกิดขึ้นครั้งนี้ถือเป็นวิธีการที่เฉลียวฉลาดในการนำทรัพย์สินและเครือข่ายที่มีอยู่จำนวนมาก มาเสริมสร้างความแข็งแกร่ง เพื่อสร้างผลกำไรให้บริษัท

จอห์น มัลเลน (John Mullen) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดอยช์ โพสต์ เวิลด์ เน็ต กล่าวว่า ขณะนี้ ดีเอชแอลและยูพีเอสอยู่ระหว่างปรับโครงสร้างทางธุรกิจร่วมกัน โดยดีเอชแอลมีแผนจะลดการขยายเครือข่ายลง 30% แต่จะใช้ประโยชน์จากเครือข่ายของหุ้นส่วนทางธุรกิจที่มีอยู่

ขณะที่ อีวาน สเตอวาร์ต (Evan Stewart) ทนายความจากสำนักงานกฎหมายซักเคอร์แมน (Zuckerman) ในกรุงวอชิงตันบอกว่า ดิวระหว่างยูพีเอสและ ดีเอชแอลครั้งนี้อาจจะไม่สามารถจบลงได้โดยง่าย เนื่องจากมีข้อกฎหมายทางด้านการแข่งขันทางการค้าระบุห้ามมิให้บริษัทที่ทำธุรกิจมีส่วนแบ่งทางการตลาดเกิน 25% ของมูลค่าตลาดรวม

เหมือนกับพระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้าของกระทรวงพาณิชย์บ้านเรานั่นเอง ที่ห้ามมิให้บริษัทใดบริษัทหนึ่งทำธุรกิจผูกขาด มีส่วนแบ่งตลาดมากจนสามารถชี้เป็นชี้ตายจะขึ้นลงราคาได้ตามใจ แต่คิดว่าดิวนี้คงผ่านไปได้โดยง่ายทางด้านกฎหมาย เพราะข้อตกลงได้ระบุไว้ชัดเจนแล้วว่า การขนส่งครั้งนี้เป็นแค่การขนส่งทางอากาศ ไม่รวมถึงการกระจายสินค้าจากสนามบินไปสู่ลูกค้าปลายทาง ทำให้ไม่ส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งของแต่ละบริษัท

ข้อตกลงที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า แม้แต่บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง ดีเอชแอลยังรู้จักประมาณศักยภาพของบริษัทเองที่อาจจะกว้างขวางเก่งกาจในตลาดยุโรป แต่เมื่อมองมาในตลาดอเมริกาเหนือแล้วดีเอชแอลคงยอมรับถึงเครือข่ายการขนส่งทางอากาศที่ด้อยกว่า ยูพีเอส และดีเอชแอลไม่มีเครื่องบินขนส่งมากมายเท่ากับยูพีเอส จึงตัดสินใจ outsource งานที่ไม่มีความพร้อมให้ ยูพีเอสมาช่วยเสริม และดิวครั้งนี้ทำให้ ดีเอชแอลประหยัดต้นทุนได้ประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี

แต่ดิวนี้มีจุดน่าสนใจตรงที่ว่า outsource ที่มีข้อตกลงร่วมกันนั้นเป็นคู่แข่งทางธุรกิจที่ห้ำหั่นกันมาตลอด ถึงขั้นที่ว่า เมื่อมีการประกาศดิวอย่างเป็นทางการส่งผลให้หุ้นของกลุ่มบริษัท ดอยช์ โพสต์ เวิลด์ เน็ตล่วงลงมาเล็กน้อยทันที ขณะที่หุ้นของ ยูพีเอสพุ่งขึ้นทันทีเช่นกัน

และประสบการณ์ของดิวครั้งนี้คงเป็นบทสะท้อนให้กับธุรกิจคนไทยอีกหลายแขนงที่กำลังตัดสินใจว่า ควรจะตัดงานส่วนไหนที่ไม่ใช่งานหลัก และเป็นงานที่ตัวเองไม่มีความถนัด ความพร้อม ให้คนอื่นทำหรือ จะยังคงเก็บไว้ทั้งที่ตัวเองกำลังจะไปไม่รอด เพราะไม่รู้จะไว้วางใจบริษัท ที่จะว่าจ้างอย่างไร แล้วบทเรียน ของบริษัทยักษ์ใหญ่ไว้เนื้อเชื่อใจกันอย่างไรทั้งที่ เป็นคู่แข่งกันน่าศึกษายิ่ง