Switch to: uk
26 March 2017 15:29PM

ทิฟฟ่า อีดีไอ ตั้งเป้าเป็นเบอร์ 1 ผู้ให้บริการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทางด้านโลจิสติกส์

08 Jun 16 ,  logisticsdigest
  • 0

เลือกใช้ SAS Visual Analytics เพื่อก้าวสู่โลกโลจิสติกส์ยุคใหม่

บริษัท ทิฟฟ่า อีดีไอ เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Value Added Network Services – VANS) ซึ่งปัจจุบันเป็น VANS อันดับ 1 โดยมีผู้ใช้บริการมากที่สุดในประเทศไทย  และยังเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี Electronics Cargo Tracking System (ECTS) หรือระบบติดตาม และตรวจสอบความปลอดภัยตู้สินค้าด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ซีล (E-Seal) เลือกใช้ SAS Visual Analytics ของบริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) เพื่อนำแนวคิด Data Mining เข้ามาใช้ในสังคมโลจิสติกส์ของประเทศไทย ในการมาสนับสนุนใช้ข้อมูลการตัดสินใจที่รวดเร็ว แม่นยำ ตรงตามเป้าหมาย เพื่อนำวงการโลจิสติกส์ไทยก้าวสู่โลกโลจิสติกส์ยุคใหม่

 

TaweesakApirak

ายทวีศักดิ์ แสงทอง (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บจก. แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) นายอภิลักษณ์ แวงวรรณ ผู้จัดการทั่วไป บจก. ทิฟฟ่า อีดีไอ เซอร์วิสเซส 

 

นายอภิลักษณ์ แวงวรรณ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทิฟฟ่า อีดีไอ เซอร์วิสเซส จำกัด กล่าวว่า  การเลือกใช้ SAS Visual Analytics ของ บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด สนับสนุนการใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจในครั้งนี้เพื่อก้าวสู่โลกโลจิสติกส์ยุคใหม่ โดยบริษัทมีเป้าหมายจะเป็นผู้นำในการให้บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ทางโลจิสติกส์ ของผู้ให้บริการในภาคธุรกิจโลจิสติกส์ทุกด้านของประเทศไทย  ทั้งนี้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของบริษัทที่สนับสนุนโยบายของภาครัฐ โดยเฉพาะกรมศุลกากร ที่ต้องการยกระดับการให้บริการด้วยการพัฒนาและปรับปรุงการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างองค์กรของภาครัฐ ภายในประเทศ (National Single Window :NSW) และในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Single Window: ASW) เพื่ออำนวยความสะดวกทางด้านการค้า และการขนส่งของประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทมีแนวคิดสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันรัฐบาลมีการปูทางไปสู่การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Single Window : ASW) เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศทั้งในระดับกลุ่ม AEC และระหว่าง AEC กับภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก ส่งผลให้อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในภาพรวมมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดสู่โลกโลจิสติกส์ไร้พรมแดน ซึ่งจะนำไปสู่การเชื่อมโยงโครงข่ายการค้า และการขนส่งทั้งโลกเข้าด้วยกันแบบไร้ข้อจำกัด โดยภารกิจหลักของบริษัทฯ คือการสร้างระบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้การเชื่อมโยงนั้นเกิดขึ้นได้จริง 

 

นายอภิลักษณ์ กล่าวว่า ภารกิจต่อมาของบริษัทคือการก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการ Electronics Cargo Tracking System (ECTS) ในตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC โดยบริษัทมองว่า อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในอนาคตไม่ได้อยู่แค่การขนส่งภายในประเทศ แต่จะต้องขยายไปในต่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากระบบการขนส่งที่มีความสะดวกทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล บริษัทจึงพัฒนาระบบ “iSpot Solutions” ซึ่งก็คือระบบติดตาม และตรวจสอบความปลอดภัยตู้สินค้า (ECTS) ที่กำลังขนส่งไปยังปลายทางนั่นเอง โดยใช้เทคโนโลยี GPS (Global Positioning System) และ RFID (Radio Frequency Identification) คอยติดตามความปลอดภัยตู้สินค้านั้นๆตลอดเวลา เพื่อรับประกันได้ว่าสินค้าที่ส่งไปนั้นถึงที่หมายปลายทางอย่างปลอดภัย ซึ่งจะเป็นหนึ่งในบริการที่จะทำให้บริษัทฯ ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำของผู้ให้บริการทางด้านธุรกิจโลจิสติกส์ของประเทศในที่สุด

 

ภารกิจที่ 3 ของบริษัทฯคือการนำ Advance Analytics หรือระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ มาสู่อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ เพื่อสนับสนุนให้มีการนำข้อมูลซึ่งมีมูลค่ามหาศาลที่มีอยู่แล้วในระบบของลูกค้ามาใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์ ตัดสินใจ และวางแผนธุรกิจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และแม่นยำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลจิสติกส์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นธุรกิจที่ต้องมีการเตรียมเอกสารและข้อมูลจำนวนมากมายในการขนส่งสินค้าแต่ละชิ้น แต่ไม่เคยได้นำข้อมูลนั้นมาใช้ประโยชน์ต่อได้เลย ตรงจุดนี้เองที่บริษัท ทิฟฟ่า อีดีไอ เซอร์วิสเซส จำกัด มองหาพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการ สังเคราะห์ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ ที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการในทุกมิติของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ได้ และเราเล็งเห็นว่า บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด คือคำตอบของความสำเร็จในเรื่องนี้     

 

TaweesakSAS

ายทวีศักดิ์ แสงทอง

 

ด้านายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันมีหลายองค์กรใช้ซอฟต์แวร์เพื่อการวิเคราะห์สถานภาพของสินค้า การคำนวณทางสถิติ เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางการแข่งขัน และเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ มีทิศทางการเติบโตที่น่าสนใจ โดยมีการพัฒนาระบบนำเข้า – ส่งออกเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างแพร่หลายเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างองค์กรภายในประเทศ (National Single Window: NSW) กับกรมศุลกากรเพื่ออำนวยความสะดวก และบริหารจัดการการนำเข้า – ส่งออกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น 

 

สำหรับเมืองไทยนั้นในปัจจุบันมีทั้งธุรกิจค้าปลีก ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ แม้แต่ธุรกิจการขนส่ง เริ่มมีการนำเรื่องอนาไลติกส์มาใช้เพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับต่างประเทศ  และความร่วมมือกับบริษัท ทิฟฟ่า อีดีไอ เซอร์วิสเซส จำกัด  ในครั้งนี้ แซสมีความยินดีที่ทิฟฟ่า อีดีไอ มีแนวคิดการใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจด้วย SAS Visual Analytics ซึ่งเป็นเทรนด์ของเทคโนโลยีที่จะช่วยเปลี่ยนโลกของโลจิสติกส์ให้มีการพัฒนาที่ก้าวหน้าเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับองค์กรธุรกิจด้านการนำเข้า-ส่งออก เอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ให้มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบสถานภาพของสินค้าได้สะดวกรวดเร็ว 

 

 

บริษัท ทิฟฟ่า อีดีไอ เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ (Value Added Network Services – VANS) ซึ่งปัจจุบันเป็น VANS อันดับ 1 โดยมีผู้ใช้บริการมากที่สุดในประเทศไทย  และยังเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี Electronics Cargo Tracking System (ECTS) หรือระบบติดตาม และตรวจสอบความปลอดภัยตู้สินค้าด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ซีล (E-Seal) เลือกใช้ SAS Visual Analytics ของบริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) เพื่อนำแนวคิด Data Mining เข้ามาใช้ในสังคมโลจิสติกส์ของประเทศไทย ในการมาสนับสนุนใช้ข้อมูลการตัดสินใจที่รวดเร็ว แม่นยำ ตรงตามเป้าหมาย เพื่อนำวงการโลจิสติกส์ไทยก้าวสู่โลกโลจิสติกส์ยุคใหม่
กรุงเทพฯ  - นายอภิลักษณ์ แวงวรรณ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทิฟฟ่า อีดีไอ เซอร์วิสเซส จำกัด กล่าวว่า  การเลือกใช้ SAS Visual Analytics ของ บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด สนับสนุนการใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจในครั้งนี้เพื่อก้าวสู่โลกโลจิสติกส์ยุคใหม่ โดยบริษัทมีเป้าหมายจะเป็นผู้นำในการให้บริการแลกเปลี่ยนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ทางโลจิสติกส์ ของผู้ให้บริการในภาคธุรกิจโลจิสติกส์ทุกด้านของประเทศไทย  ทั้งนี้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของบริษัทที่สนับสนุนโยบายของภาครัฐ โดยเฉพาะกรมศุลกากร ที่ต้องการยกระดับการให้บริการด้วยการพัฒนาและปรับปรุงการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างองค์กรของภาครัฐ ภายในประเทศ (National Single Window :NSW) และในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Single Window: ASW) เพื่ออำนวยความสะดวกทางด้านการค้า และการขนส่งของประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยบริษัทมีแนวคิดสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลอย่างเต็มที่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันรัฐบาลมีการปูทางไปสู่การพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Single Window : ASW) เพื่อส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศทั้งในระดับกลุ่ม AEC และระหว่าง AEC กับภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก ส่งผลให้อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ในภาพรวมมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดสู่โลกโลจิสติกส์ไร้พรมแดน ซึ่งจะนำไปสู่การเชื่อมโยงโครงข่ายการค้า และการขนส่งทั้งโลกเข้าด้วยกันแบบไร้ข้อจำกัด โดยภารกิจหลักของบริษัทฯ คือการสร้างระบบเพื่ออำนวยความสะดวกให้การเชื่อมโยงนั้นเกิดขึ้นได้จริง
นายอภิลักษณ์ กล่าวว่า ภารกิจต่อมาของบริษัทคือการก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการ Electronics Cargo Tracking System (ECTS) ในตลาดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC โดยบริษัทมองว่า อุตสาหกรรมโลจิสติกส์  ในอนาคตไม่ได้อยู่แค่การขนส่งภายในประเทศ แต่จะต้องขยายไปในต่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากระบบการขนส่งที่มีความสะดวกทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล บริษัทจึงพัฒนาระบบ “iSpot Solutions” ซึ่งก็คือระบบติดตาม และตรวจสอบความปลอดภัยตู้สินค้า (ECTS) ที่กำลังขนส่งไปยังปลายทางนั่นเอง โดยใช้เทคโนโลยี GPS
(Global Positioning System) และ RFID (Radio Frequency Identification) คอยติดตามความปลอดภัยตู้สินค้านั้นๆตลอดเวลา เพื่อรับประกันได้ว่าสินค้าที่ส่งไปนั้นถึงที่หมายปลายทางอย่างปลอดภัย ซึ่งจะเป็นหนึ่งในบริการที่จะทำให้บริษัทฯ ก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำของผู้ให้บริการทางด้านธุรกิจโลจิสติกส์ของประเทศในที่สุด
ภารกิจที่ 3 ของบริษัทฯคือการนำ Advance Analytics หรือระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ มาสู่อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ เพื่อสนับสนุนให้มีการนำข้อมูลซึ่งมีมูลค่ามหาศาลที่มีอยู่แล้วในระบบของลูกค้ามาใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์ ตัดสินใจ และวางแผนธุรกิจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และแม่นยำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน          โลจิสติกส์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นธุรกิจที่ต้องมีการเตรียมเอกสารและข้อมูลจำนวนมากมายในการขนส่งสินค้าแต่ละชิ้น แต่ไม่เคยได้นำข้อมูลนั้นมาใช้ประโยชน์ต่อได้เลย ตรงจุดนี้เองที่บริษัท ทิฟฟ่า อีดีไอ เซอร์วิสเซส จำกัด มองหาพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการ สังเคราะห์ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ ที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการในทุกมิติของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ได้ และเราเล็งเห็นว่า บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด คือคำตอบของความสำเร็จในเรื่องนี้
ด้านนายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันมีหลายองค์กรใช้ซอฟต์แวร์เพื่อการวิเคราะห์สถานภาพของสินค้า การคำนวณทางสถิติ เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางการแข่งขัน และเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ มีทิศทางการเติบโตที่น่าสนใจ โดยมีการพัฒนาระบบนำเข้า – ส่งออกเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์อย่างแพร่หลายเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างองค์กรภายในประเทศ (National Single Window: NSW) กับกรมศุลกากรเพื่ออำนวยความสะดวก และบริหารจัดการการนำเข้า – ส่งออกให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สำหรับเมืองไทยนั้นในปัจจุบันมีทั้งธุรกิจค้าปลีก ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ แม้แต่ธุรกิจการขนส่ง เริ่มมีการนำเรื่อง
อนาไลติกส์มาใช้เพิ่มมากขึ้น แต่ก็ยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับต่างประเทศ  และความร่วมมือกับบริษัท ทิฟฟ่า อีดีไอ เซอร์วิสเซส จำกัด