Switch to: uk
27 March 2017 23:02PM

DHLปักธงชิงธุรกิจในเขตฟรีโซน

30 Nov 06 ,  หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
  • 0
หากกล่าวถึงกิจกรรมการให้บริการภายในสนามบิน คนส่วนใหญ่จะนึกถึงกันแต่การให้บริการผู้โดยสารเป็นหลัก แต่อีกกิจกรรมหนึ่งที่ทำรายได้ทางเศรษฐกิจได้เป็นกอบเป็นกำไม่แพ้กัน คือ การขนส่งสินค้าทางอากาศหรือแอร์คาร์โก้ และรูปแบบการให้บริการด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศของสุวรรณภูมิ ก็จะแตกต่างจากดอนเมืองแบบสุดขั่วเลยทีดี เพราะเป็นการบริหารแบบใหม่ที่เรียกว่าเขตปลอดอากรหรือคาร์โก้ฟรีโซน
เฉพาะในเขตฟรีโซนนี้ รัฐบาลมีการลงทุนไปกว่า3.8 หมื่นล้านบาท ภายในพื้นที่กว่า 5 แสนตารางเมตร ในการจัดพื้นที่สำหรับรองรับคาร์โก้ เอเย่นต์ และอาคารคลังสินค้าต่างๆ เรียกว่าใหญ่กว่าพื้นที่คาร์โก้ของดอนเมืองถึง 5 เท่า และการดำเนินธุรกิจภายในพื้นที่นี้ ถือว่าเป็นพื้นที่นอกประเทศไทย ดังนั้นสินค้าที่นำเข้า-ส่งออกทั้งหมดหากอยู่ในพื้นที่นี้ จะถือว่าอยู่ยังอยู่ในต่างประเทศ ทำให้ไม่ต้องยุ่งยากเรื่องขั้นตอนในการเสียภาษี

ทำให้เอื้อประโยชน์แก่ผู้ส่งออกรวมทั้งสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆเพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าได้ไม่ว่าจะเป็นการรีแพ็คสินค้าใหม่ เพื่อนำออกไปขายต่อได้ทันที หรือการนำวัตถุดิบหรืออะไหล่ต่างๆมาผลิตในพื้นที่เพื่อส่งออกได้ทันที จากข้อดีของการบริหารจัดการด้านสินค้าส่งออกที่คล่องตัวขึ้น ก็เป็นเป้าหมายที่ธุรกิจแอร์คาร์โก้ก็ต้องการขยับขยายเข้าไปดำเนินธุรกิจในพื้นนี้ เพื่อขยายธุรกิจการให้บริการที่ครอบคลุมเพิ่มขึ้น ไม่พ้นแม้แต่ยักษ์ใหญ่เอ็กเพรสคาร์โก้ อย่าง บริษัทดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด ที่พร้อมจะโยกธุรกิจไปบ้านใหม่อย่างสุวรรณภูมิเต็มตัว
โดย เฮอร์เบิต วงศ์ภูษณชัย เอ็มดีของดีเอชแอล ยืนยันว่า การดำเนินการก่อสร้างคลังสินค้าของดีเอชแอลซึ่งเช่าพื้นที่ส่วนหนึ่งของคลังสินค้าบีเอฟเอส(บริษัทร่วมลงทุนของบางกอกแอร์เวย์ส)ขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วพร้อมที่จะเปิดให้บริการแล้ว 100% โดยดีเอชแอลจะมีพื้นที่ในส่วนนี้จำนวน 5 พันตรม. ส่งผลให้บริษัทจะต้องมีการเพิ่มอัตรากำลังคนเพิ่มขึ้น ปรับโครงสร้างต่างๆให้ใหญ่ขึ้น และเชื่อว่าจะสามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจคาร์โก้ได้อีก 4-5 ปี

พร้อมกันนี้ดีเอชแอลยังได้วางยุทธ์ศาสตร์ "ดีเอชแอล แบ๊งค๊อก ฮับ" 1 ใน 6 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยล่าสุดมาบริษัทได้ลงทุนพัฒนาศูนย์ขนส่งดีเอชแอล ทั้งภูมิภาคนี้รวมประมาณ 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือกว่า 6.4 หมื่นล้านบาท

ไม่เพียงแต่การสร้างคลังสินค้าการปรับปรุงระบบการทำงานเพื่อให้เข้ากับการบริหารจัดการในพื้นที่ฟรีโซน ดีเอชแอลจะดำเนินธุรกิจภายในสนามบินใหม่เป็นแบบSingle Window ซึ่งจะเป็นระบบที่ใช้เอกสารน้อยลงจนไปถึงการไม่ใช้เอกสารในการติดต่อธุรกิจเลย (Paper less)แต่จะทำงานผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งได้มีการพัฒนาระบบเพื่อเชื่อมโยงกับระบบคของกรมศุลกากรแล้ว

นอกจากนี้ดีเอชแอลยังได้มีการเตรียมความรู้ให้กับลูกค้าของดีเอชแอลกว่า 120 บริษัท โดยร่วมกับสำนักงานศุลกากรและกระทรวงการคลังในการจัดสัมมนาในหัวข้อ "วิสัยทัศน์ของกรมศุลกากรและขั้นตอนการนำเข้าสินค้า ณ สนามบินสุวรรณภูมิ" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมการดำเนินการ ทั้งนี้เนื่องจากระบบการจัดการในพื้นที่ส่วนคาร์โก้เขต ปลอดอากร และอาคารสำนักงาน ระบบสารสนเทศ กระบวนการตรวจปล่อยสินค้า การควบคุมทางศุลกากร ตลอดจนขั้นตอนทางศุลกากรอื่นๆ มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมที่ดำเนินการที่ท่าอากาศยานดอนเมืองนั่นเอง