Switch to: uk
27 March 2017 23:07PM

ตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ (Logistics performance Index: LPI)

26 May 11 ,  สำนักโลจิสติกส์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม
  • 0

เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีการจัดทำตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์สำหรับภาคอุตสาหกรรม เพื่อใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานระดับประเทศและสำหรับประเทศไทย ประกอบกับในปี  2551 สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ระบุว่าต้นทุนโลจิสติกส์ของสินค้าที่ขายในประเทศไทยคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 18.6% ของ GDP ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนที่สูงมากหากเปรียบเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างไรก็ตามต้นทุนทางด้านโลจิสติกส์ไม่ได้มีเพียงแค่ค่าขนส่งอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงต้นทุนของกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับทราบข้อมูลที่ตรงประเด็นโดยเฉพาะข้อมูลประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ และหากผู้ประกอบการไม่มีความเข้าใจและไม่สามารถประเมินประสิทธิภาพ การดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ของตนเองได้แล้ว ก็จะไม่สามารถวางแผนและควบคุมกระบวนการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดได้

สำนักโลจิสติกส์ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ซึ่งรับผิดชอบดาเนินภารกิจหลักด้านโลจิสติกส์ของกระทรวงอุตสาหกรรม จึงเห็นควรดำเนิน โครงการศูนย์บริการข้อมูลโลจิสติกส์ (Logistics Service Information Center: LSIC) โดยมุ่งเน้นการสำรวจข้อมูลตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ การประเมินประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ การวิเคราะห์ข้อมูล และการจัดทำตัวชี้วัดประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ของสถานประกอบการภาคอุตสาหกรรม และในการศึกษาครั้งนี้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ จึงได้ร่วมกับสถาบันวิจัยและให้คาปรึกษาแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมี รศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์ เป็นหัวหน้าทีมที่ปรึกษาในครั้งนี้

 

สำหรับแนวทางการศึกษาจะเป็นการวัดประสิทธิภาพของกิจกรรมโลจิสติกส์ทั้ง 9 กิจกรรม ได้แก่ การให้บริการแก่ลูกค้าและกิจกรรมสนับสนุน (Customer Service and Support) การจัดซื้อจัดหา (Purchasing and Procurement) การสื่อสารด้านโลจิสติกส์และกระบวนการสั่งซื้อ (Logistics Communication and Order processing) การขนส่ง (Transportation) การเลือกสถานที่ตั้งของโรงงานและคลังสินค้า (Site Selection, Warehousing and Storage) การวางแผนหรือการคาดการณ์ความต้องการของลูกค้า (Demand Forecasting and Planning) การบริหารสินค้าคงคลัง (Inventory Management) การจัดการเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ และการบรรจุหีบห่อ (Materials Handling and Packaging) และโลจิสติกส์ย้อนกลับ (Reverse Logistics) โดยจะวัดผลการดาเนินงานใน 3 มิติ ประกอบด้วย ด้านการบริหารต้นทุน (Cost Management) เป็นดัชนีที่แสดงถึงสัดส่วนต้นทุนของกิจกรรมโลจิสติกส์เปรียบเทียบกับยอดขายประจาปีทั้งหมดของกิจการด้านเวลา (Lead Time) เป็นดัชนีที่ใช้ข้อมูลระยะเวลาของการเคลื่อนย้ายสินค้าและข้อมูลที่เกิดขึ้นในแต่ละกิจกรรมโลจิสติกส์ และด้านความน่าเชื่อถือ (Reliability) เป็นดัชนีที่ใช้วัดความน่าเชื่อถือเกี่ยวกับการส่งมอบสินค้าและการตอบสนองความต้องการของลูกค้า

 

ผลการสำรวจข้อมูลของผู้ประกอบการชั้นนำ (Best in Class) จำนวนทั้งสิ้น 200 ราย ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม อุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมพลาสติก

 

ดาวน์โหลดผลการสำรวจข้อมูล