Switch to: uk
26 March 2017 17:28PM

ม. เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เน้นการจัดการ โลจิสติกส์

29 Dec 09 ,  Editorial
  • 0
บัณฑิตจบพร้อมคุณภาพเปิดหลักสูตรเรียนได้ทุกคน แม้ไม่มีประสบการณ์

ม. เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้เล็งเห็นถึงแนวโน้มความสำคัญด้านโลจิสติกส์ และริเริ่มก่อตั้งหลักสูตรการจัดการ โลจิสติกส์เมื่อประมาณ 7-8 ปีที่แล้ว ผศ.ดร. พาสิทธิ์ หล่อธีรพงศ์ คณบดี เปิดเผยว่า ม. เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่เปิดสอนวิชาโลจิสติกส์เช่นเดียวกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมองเห็นถึงความต้องการของประเทศที่ยังไม่มีบุคลากรผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้
57_tonburi01.jpgจากการที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับคณาจารย์จากบัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม (Graduate School of Management and Innovation, GMI) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ทำให้ทราบว่า หลักสูตรของที่นี่เหมาะสำหรับทุกคนแม้แต่ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ด้านโลจิสติกส์ โดยจะเป็นการนำความรู้ทางวิศวกรรมโยธาและวิศวกรรมอุตสาหการมารวมกันเป็นหลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์ของบัณทิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม ทั้งในส่วนของภาคปกติ ภาคพิเศษ และหลักสูตรอบรมระยะสั้นในอนาคตอันใกล้นี้

งานมีบุคลากรรองรับเพียงพอแต่ยังขาดคุณภาพ
จากผลสำรวจโดยทีมวิจัยของ ผศ.ดร. ธนัญญา วสุศรี รองคณบดีฝ่ายวิชาการ บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม (GMI) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แสดงให้เห็นถึงความต้องการบุคลากรในส่วนโลจิสติกส์ โดยมุ่งเจาะไปที่อุตสาหกรรมกุ้งแช่แข็งและอุตสาหกรรมสัปปะรดกระป๋อง พบว่า ความต้องการบุคลากรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกตำแหน่งงานมีคนรองรับอย่างเพียงพอ หากแต่ขาดการพัฒนาด้านคุณภาพ คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจความหมายของโลจิสติกส์การสำรวจจากกลุ่มโรงงานขนาดใหญ่และขนาดเล็กทำให้ทราบว่า โรงงานขนาดใหญ่จะให้ความสำคัญที่จะส่งพนักงานเพื่อศึกษาหาความรู้และเข้าใจในการทำงานได้ดีกว่ากลุ่มโรงงานขนาดเล็ก ซึ่ง ผศ.ดร. ธนัญญา มองว่า เป็นสิ่งที่รัฐอาจจะต้องเข้ามาช่วยเหลือในส่วนนี้ โดยการส่งเสริมการศึกษาด้านโลจิสติกส์ให้มีเพิ่มมากขึ้นและหวังว่าบุคลากรจะสามารถเข้าไปพัฒนาในธุรกิจได้
      
คุณภาพการศึกษาไทยและต่างประเทศไม่ต่างกัน57_tonburi02.jpg
ผศ.ดร. ธนัญญา มองว่า คุณภาพการศึกษาด้านโลจิสติกส์ของไทยและต่างประเทศนั้นไม่ต่างกัน เนื่องจากหลักวิชาการเป็นทฤษฎีเดียวกัน นอกจากนี้อาจารย์ผู้สอนทำการศึกษาค้นคว้าวิจัยด้านการจัดการโลจิสติกส์ในประเทศไทย เพื่อนำเอาความรู้ในภาคปฏิบัติ ปัญหา และข้อจำกัดที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทยที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ และไม่มีในตำราเรียนที่ตีพิมพ์จากต่างประเทศ  อีกทั้งอาจารย์ผู้สอนยังมีการแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการระดับนานาชาติเป็นประจำ เพื่อให้ทราบถึงแนวทางการศึกษาและวิจัยของอาจารย์หรือผู้วิจัยนานาชาติ อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ประเทศไทยเรายังมีไม่เท่าที่อื่น รวมไปถึงเรื่องของทุนต่างๆ ที่รัฐบาลประเทศอื่นให้การสนับสนุนทางด้านการศึกษาและวิจัยที่มากกว่า นักศึกษาที่เลือกไปเรียนที่ต่างประเทศจะได้ถึงมุมมองการใช้ชีวิตที่ต่างออกไป คือนอกจากจะได้ความรู้ ได้ภาษา ยังได้เรียนรู้ถึงวัฒนธรรมของต่างประเทศและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ากว่า นักศึกษาที่มาเรียนที่นี่ส่วนใหญ่จึงเป็นนักศึกษาที่ทำงานประจำ และมุ่งหวังนำเอาความรู้ที่ได้จากการเรียนไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน

จุดต่างที่เลือกเรียนวิชาได้ และมีเครือข่ายแวดวงอาชีพเดียวกัน
แต่ละมหาวิทยาลัยมีจุดอ่อนจุดแข็งการเรียนการสอนที่ไม่เหมือนกัน นักศึกษาจึงควรพิจารณาว่าตนมีความสนใจทางด้านไหน แล้วเลือกเรียนในวิชานั้น การเรียนของที่นี่จะเน้นไปที่การบริหารจัดการโดยใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์เข้าไปแก้ปัญหาทางโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ซึ่งถือเป็นปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณทิต เพิ่มความสามารถในด้านการบริหารให้ก้าวสูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ที่สำคัญคือ นอกจากการเรียนวิชาหลักที่จำเป็นแล้ว นักศึกษายังสามารถเลือกเรียนวิชาเลือกที่ตนสนใจได้ตามที่ต้องการ
 
ดร. สรวิชญ์ เยาว์ยืนยง อาจารย์ประจำหลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์ กล่าวว่า การเรียนที่นี่ยังเป็นการเพิ่มเครือข่ายของนักศึกษาตั้งแต่รุ่นแรกถึงปัจจุบัน ผ่านการจัดงานสังสรรค์ระหว่างรุ่นต่างๆ ทำให้นักศึกษารู้จักกันหมดและสามารถให้คำแนะนำหรือความช่วยเหลือแก่นักศึกษาด้วยกัน เกิดเป็นความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง

หลักสูตรภาคกลางวัน สำหรับผู้ที่ไม่มีประสบการณ์
ปัจจุบันมีผู้สนใจมาสมัครเรียนมากกว่า 100 คนทุกปี แต่ทางมหาวิทยาลัยจำเป็นที่จะต้องจำกัดอยู่ที่ 30-40 คนต่อห้องเรียน เพื่อให้การเรียนมีคุณภาพมากที่สุด ทางมหาวิทยาลัยจึงได้ให้มีการเปิดหลักสูตรเป็น 2 ภาค โดยเปิดเป็นภาคกลางคืนสำหรับคนที่ทำงานอยู่ในองค์กรและต้องการที่จะนำความรู้ไปพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น ส่วนในภาคกลางวันจะเปิดสำหรับนักศึกษาที่เพิ่งจบมาใหม่และยังไม่มีประสบการณ์การทำงานและชอบงานวิจัย ซึ่งจำนวนนักศึกษาในภาคกลางวันในปัจจุบันอยู่ที่ 15 คน
เนื่องจากงานวิจัยเป็นการเรียนที่ค่อนข้างยาก ต้องมีการศึกษานอกสถานที่เพื่อเก็บข้อมูลของงานวิจัย เพราะฉะนั้นคนที่ไม่มีประการณ์ด้านโลจิสติกส์จึงเหมาะกับการเรียนภาคกลางวันมากกว่า
57_tonburi03.jpg      
อบรมระยะสั้นสำหรับผู้ที่สนใจเฉพาะเรื่อง
ดร. ชุมพล มณฑาทิพย์กุล ประธานหลักสูตรการจัดการโลจิสติกส์ เปิดเผยถึงแผนการเปิดหลักสูตรอบรมโลจิสติกส์ระยะสั้น โดยมองเห็นว่า บางคนที่ไม่สามารถมาลงเรียนได้เนื่องจากติดในเรื่องของเวลา ซึ่งมีการเสนอหลักสูตรตัวนี้ไปแล้ว และจะเปิดอบรมได้ในปีหน้าทันทีที่ได้รับการอนุมัติจากทางมหาวิทยาลัย หลักสูตรตัวนี้เป็นหลักสูตรเชิงปฏิบัติการที่เน้นแก้ปัญหาในภาคอุตสาหกรรมจริง ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเพิ่มความรู้ในบางหัวข้อ เช่น เรื่องการจัดการสินค้าคงคลังเชิงประสิทธิภาพ การจัดการการขนส่งอย่างชาญฉลาด เป็นต้น สามารถลงเรียนเพียงเฉพาะหัวข้อ ทั้งยังสามารถนำความรู้ที่ได้จากหลักสูตรนี้ไปประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรมจริง หรือเป็นพื้นฐานในการเรียนวิชา "งานวิจัยอิสระ" หรือ Independent Study หากมีความสนใจในส่วนของปริญญาโทในอนาคต

เป้าหมายการเรียน ต้องนำไปปฏิบัติได้จริง
การเรียนที่นี่มีเป้าหมายที่จะให้นักศึกษาสามารถนำไปปฏิบัติใช้จริงได้ (Management Practice) ทางคณะจึงได้คิดค้นแผนการเรียนในอนาคตว่า จะต้องมีวิชาภาคปฏิบัติโดยนักศึกษาจะต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาจริงของบริษัทระดับสากลที่เข้าร่วมโครงการนี้ โดยทั้งอาจารย์และนักศึกษาเข้าไปนั่งฟังและคิดหาวิธีการแก้ปัญหาของบริษัทผ่านการประชุมต่างๆ ร่วมกัน ทำให้มองเห็นตัวอย่างการทำงานของบริษัทในระดับสากลว่ามีการทำงานกันอย่างไรบ้าง "เป็นการเปิดวิสัยทัศน์ให้กับนักศึกษาเอง และในส่วนของอาจารย์เองก็จะได้เรียนรู้ถึงโจทย์ใหม่ๆ ที่สามารถนำกลับมาทำวิจัย ขอทุนทำวิจัย หรืออาจนำมาใช้ในการเรียนการสอนได้มากขึ้น ซึ่งในตอนนี้ได้มีบริษัทที่สนใจเข้าร่วมโครงการนี้แล้ว เหลือเพียงการคัดเลือกนักศึกษาที่จะเข้าไปทำงานในบริษัทดังกล่าว" คณบดี กล่าวในท้ายสุด

วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการจัดการ โลจิสติกส์
บัณทิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม
(Graduate School of Management and Innovation, GMI)

 เปิดสอนหลักสูตร 2 ปี Management of Science in Logistics Manage¬ment หรือ LGM ค่าใช้จ่ายการเรียนตลอดหลักสูตรประมาณ 230,000-250,000 บาท สำหรับการเรียนภาคพิเศษ (กลางคืน) และ 150,000 บาทตลอดหลักสูตร สำหรับภาคปกติ (กลางวัน)
 ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 02-470-9795, 9799 อีเมล์ This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it เว็บไซต์ www.kmutt.ac.th/gmi/2008