Switch to: uk
27 March 2017 22:58PM

ไม่ง่ายที่”เงินหยวน”จะได้ใจคนไทย

17 Aug 12 ,  ดร.อักษรศรี (อติสุธาโภชน์) พานิชสาส์น
  • 0

ช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้  ธนาคารพาณิชย์ไทยมีการซื้อ-ขายเงินหยวนกับลูกค้า เพื่อชำระค่าสินค้าในรูปของเงินหยวน คิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 0.53 ของการชำระเงินไทย-จีนทั้งหมด

อีกประเด็นใหญ่เกี่ยวกับจีนและอยู่ในกระแสความสนใจของพี่น้องชาวไทย คงจะหนีไม่พ้นเรื่องเงินหยวน หรือ เหรินหมินปี้ (Renminbi)  นักธุรกิจหลายท่านที่ดิฉันได้ไปพบเจอพูดคุยด้วยในหลายโอกาสก็มักจะยิงคำถามยอดฮิตทำนองว่า “เงินหยวนจีนกลายมาเป็นเงินสกุลหลักของโลกหรือยังค่ะ (ครับ) ”

จากปัจจัยเศรษฐกิจระหว่างประเทศของจีนที่ค่อนข้างแข็งแกร่งและขยายตัวอย่างรวดเร็วจนทำให้ดูเสมือนว่า น่าจะมีความเป็นไปได้สูงที่เงินหยวนจีนจะกลายเป็นเงินสกุลหลักของภูมิภาคและของโลกตามไปด้วย โดยเฉพาะภาพลักษณ์ “จีนผงาด” ด้วยทุนสำรองเงินตราต่างประเทศมากที่สุดในโลก จีนมีขนาด GDP  ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และเป็นประเทศผู้ส่งออกมากอันดับ 1 ของโลก เป็นต้น

อย่างไรก็ดี  สภาพความเป็นจริงในขณะนี้ก็คือ เงินหยวนจีนยังมิได้ถูกนำมาใช้มากจนถึงขั้นได้รับการยอมรับให้เป็นเงินสกุลหลักของโลก แม้ว่าเริ่มจะมีสัดส่วนการใช้เงินหยวนในการทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้นบ้างแล้วก็ตาม

นับตั้งแต่ปี 2008 รัฐบาลจีนได้ “เข็น”สารพัดมาตรการและนโยบายเพื่อผลักดันให้มีการหันมาใช้เงินหยวนในการชำระเงินระหว่างประเทศมากขึ้น โดยมีความใฝ่ฝันที่จะให้เงินหยวนของตนได้ผงาดกลายเป็นเงินสกุลหลักของโลก แต่ภารกิจนี้ก็ไม่ง่ายดั่งใจมังกรจีนนะคะ

จากรายงานของธนาคารกลางจีน  ในช่วงไตรมาส 1 ของปีนี้  มีการใช้เงินหยวนเพื่อชำระค่าสินค้าคิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 10.7 ของมูลค่าการค้าของจีน ซึ่งถือว่า ยังต่ำมาก แม้จะมีอัตราขยายตัวของการใช้เงินหยวนเพิ่มขึ้น

ลองมาดูกรณีการใช้เงินหยวนระหว่างไทย-จีนกันบ้าง  พบว่า ในขณะนี้ นักธุรกิจไทยก็มิได้หันมาทำธุรกรรมการค้ากับจีนโดยใช้เงินหยวนมากนัก ทั้งๆ ที่ได้มีการส่งเสริมและผลักดันการใช้เงินหยวนในประเทศไทยทั้งในระดับรัฐบาลและเอกชน โดยเฉพาะธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารกลางของจีนได้ทำความตกลง Bilateral Currency Swap Agreement ในการแลกเปลี่ยนเงินสกุลหยวนและเงินบาท หรือเรียกย่อๆ ว่า การทำสวอปหยวน-บาท เป็นวงเงินถึง 70,000 ล้านหยวน ซึ่งมีการลงนามและมีผลตั้งแต่ครั้งที่ท่านสีจิ้นผิง  ว่าที่ผู้นำจีนคนใหม่ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ด้วยความคาดหวังว่า การทำสวอปหยวน-บาทจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการใช้สกุลท้องถิ่นของกันและกันในการค้าการลงทุนระหว่างไทย-จีน นอกจากนี้ ธนาคารพาณิชย์ไทยหลายแห่งก็ได้หันมาเปิดให้บริการทางการเงินในรูปของเงินหยวนมากขึ้น  

อย่างไรก็ดี  ในขณะนี้ การทำธุรกรรมด้วยเงินหยวนในประเทศไทยยังคงมีไม่มากเท่าที่ควร  ข้อมูลการซื้อ-ขายเงินหยวนของลูกค้าธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทย ตามรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้  (ม.ค.-พ.ค. 2012)  โดยเฉพาะการชำระค่าสินค้าในรูปของเงินหยวนมีมูลค่าเพียง  868 ล้านหยวน หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 0.53 ของการชำระเงินไทย-จีนทั้งหมด  

ในทัศนะของดิฉัน อุปสรรคสำคัญที่ขวางกั้นทำให้ยากที่เงินหยวนจีนจะเป็นที่นิยมหรือขยับขึ้นเป็นเงินสกุลหลักของโลก ก็คือ ข้อจำกัดในการควบคุมบัญชีทุน (Capital Account Control) ของรัฐบาลจีน  เนื่องจากหน่วยงานจีนยังคงควบคุมการเคลื่อนย้ายของเงินทุนในระบบปริวรรตเงินตราของตนอย่างเข้มงวด
ยิ่งไปกว่านั้น  รัฐบาลจีนไม่มีท่าทีที่จะขยับฐานะจากการเป็นสมาชิกไอเอ็มเอฟตามมาตรา 8 มาเป็นสมาชิกตามมาตรา 14  เนื่องจากตระหนักดีว่า  หากจีนปรับสถานะมาเป็นสมาชิกไอเอ็มเอฟตามมาตรา 14 แล้ว  ก็จะถูกกำหนดให้ต้องเปิดตลาดเสรีโดยการลดการควบคุมการเคลื่อนย้ายของเงินทุน เราต้องไม่ลืมว่า ประเทศยักษ์ใหญ่รายนี้เขาให้ความสำคัญกับการเน้น“รักษาเสถียรภาพ” เป็นอย่างมาก และลึกๆ แล้วรัฐบาลจีนคงจะกังวลว่า หากเปิดเสรีในด้านนี้อาจจะเกิดปัญหาฯ ตามมาเหมือนกับที่เคยเกิด “วิกฤตต้มยำกุ้ง” ในภูมิภาคก็เป็นได้

ดังนั้น ตราบเท่าที่ยังคงมีการควบคุมการเคลื่อนย้ายบัญชีทุน ก็จะไม่ง่ายเลยที่จะนำเงินทุนไหลเข้า-ไหลออกจากแดนมังกร เพราะต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์และเงื่อนไขหลายประการ ส่งผลต่อเนื่องทำให้ตลาดเงินหยวนยังคงค่อนข้างแคบและจำกัด  และเงินหยวนไม่อาจจะแลกเป็นเงินสกุลอื่นได้อย่างสะดวก (not fully convertible) สภาพคล่องเงินหยวนต่ำ ทำให้ในขณะนี้  ต้นทุนการทำธุรกรรมเงินหยวนยังคงสูงอยู่

นอกจากนี้ แม้ว่าทางการจีนจะเริ่มผ่อนคลายกฎระเบียบต่าง ๆ ให้เอื้อต่อการค้าการลงทุนในรูปของเงินหยวนมากขึ้นก็ตาม แต่เครื่องมือทางการเงินในรูปเงินหยวนในตลาดยังไม่เพียงพอ ยังคงมีปัญหาในการบริหารสภาพคล่องของสถาบันการเงินต่างประเทศที่เปิดบัญชีไว้กับธนาคารพาณิชย์จีน เป็นต้น

ในกรณีของไทยก็เช่นกัน เนื่องด้วยปัญหาสภาพคล่องเงินหยวนต่ำ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ยังคงมีต้นทุน bid-ask spread สูงในการถือเงินหยวน รวมทั้งมีอุปสรรคอื่นๆ ในการใช้เงินหยวนสำหรับคนไทย  จากรายงานผลการสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับบทบาทเงินหยวนต่อการค้าไทย โดยคุณพัฒนพงษ์ ภู่สุวรรณ เศรษฐกรอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ  เช่น  ผู้ประกอบการไทยที่ทำการค้ากับหลายประเทศมักจะนิยมใช้บัญชีในรูปของเงินดอลลาร์สหรัฐมากกว่า   และธุรกิจบางด้าน เช่น การขนส่งโลจิสติกส์ (ทางอากาศ และทางทะเล) หรือการส่งสินค้าให้กับบริษัทในเครือเดียวกันก็มักจะกำหนดราคาในรูปสกุลดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก  

รวมทั้งเหตุผลอื่นๆ เช่น การกำหนดราคาเป็นเงินสกุลหยวนจะทำให้พ่อค้าจีนได้รับประโยชน์มากกว่าไทย เป็นต้น การค้าไทย-จีนส่วนใหญ่จึงยังคงใช้เงินสกุลดอลลาร์เป็นหลักมากกว่าจะใช้เงินหยวน นอกจากนี้ หากจะใช้เงินหยวนในการชำระเงินค่าสินค้าระหว่างไทย-จีนก็มักจะกระทำผ่าน “ตลาดนอกระบบ” หรือที่เรียกกันว่า  “โพยก๊วน” เนื่องจากมีความคล่องตัวสูงและมีต้นทุนต่ำกว่าในระบบ  

โดยสรุป  ในขณะนี้  เงินหยวนจีนยังคงไม่เป็นที่นิยมในหมู่นักธุรกิจไทย  ที่สำคัญ ภารกิจของรัฐบาลจีนในการผลักดันเงินหยวนให้เป็นเงินสกุลหลักของโลกก็ไม่ง่ายดาย เปรียบเสมือนเป็นการ “เข็นหยวนขึ้นภูเขา” เพราะถ้าจะให้เงินหยวนของตนได้มีการใช้อย่างแพร่หลายและยกระดับเป็นเงินสกุลสากล  ก็ย่อมจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ทางการจีนจะต้องผ่อนคลายหรือยกเลิก “การควบคุมบัญชีทุน” อย่างแท้จริง  เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในสกุลเงินหยวนว่า จะสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสกุลอื่นได้อย่างสะดวก (fully convertible) ซึ่งเป็นคุณลักษณะจำเป็นและสำคัญของการเป็นเงินสกุลหลักของโลกนั่นเอง

ตารางแสดงการใช้เงินหยวนในประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์ซื้อ-ขายกับลูกค้า
หน่วย : ล้านหยวน

 

เป้าหมายในการใช้เงินหยวน

มค-ธค.2011

ม.ค.-พ.ค.2012

ค่าสินค้า

639.36

868.55

เงินทุน

32,002.35

32,750.65

เงินลงทุนในหลักทรัพย์

22,363.61

19,319.55

ลงทุนในธุรกิจในเครือ/สาขา

237.17

25.85

เงินกู้ยืม

259.83

252.00

เงินทุนอื่นๆ

9,141.75

13,153.25

บริการ รายได้ และเงินโอนและบริจาค

61.18

41.32

บุคคลรับอนุญาต

22.71

10.20

บริการ รายได้ และเงินโอนและบริจาคอื่นๆ

38.47

31.12

อื่นๆ

149.38

160.77

รวมทั้งหมด

32,852.26

33,821.29

ที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย, มิถุนายน 2012