Switch to: uk
26 March 2017 17:20PM

PTT Lubricants รุกคืบธุรกิจเรือเดินสมุทร

16 May 11 ,  Logistics Digest
  • 0

ปตท. แชร์ส่วนแบ่งตลาดน้ำมันหล่อลื่น 24 % เน้นกลยุทธ์การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับเครื่องยนต์ เร่งบุกตลาดแบรนด์ “PTT Lubmarine” น้ำมันหล่อลื่นสำหรับเรือเดินสมุทร 

 93_th_4_001

 

“ปกติเรือเดินสมุทรจะใช้น้ำมันเตาที่มีค่ากำมะถันสูงเป็นเชื้อเพลิง เพื่อเป็นการช่วยในการควบคุมต้นทุนการดำเนินธุรกิจ แต่ในบางประเทศมีกฎข้อบังคับเข้มงวดเรื่องสิ่งแวดล้อม น้ำมันเชื้อเพลิงจึงต้องมีการปรับให้มีกำมะถันต่ำลง เพื่อลดการปล่อย ก๊าซซัลเฟอร์ออกไซด์ ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดฝนกรด  ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษาเครื่องยนต์ไม่ว่าจะใช้กำมะถันสูงหรือต่ำ จำเป็นต้องปรับการใช้น้ำมันเครื่องให้เหมาะสมกับระดับกำมะถันด้วย ถ้าไม่เปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นตามอาจจะก่อให้เกิดปัญหากับเครื่องยนต์ได้ ดังนั้น Talusia Universal ซึ่งเป็นน้ำมันหล่อลื่นลูกสูบสองจังหวะ ของ PTT Lubmarine จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถใช้กับน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีค่ากำมะถันแตกต่างกันได้” คุณรัชเดช เข็มทอง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจหล่อลื่น กล่าว

 

ปตท.ได้ร่วมกับบริษัท Total Lubrifiants ตั้งแต่ปี 2547 ในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นสำหรับเรือเดินสมุทรภายใต้แบรนด์ชื่อว่า “PTT Lubmarine” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และได้รับการรับรองคุณภาพจากผู้ผลิตเครื่องยนต์เรือเดินสมุทรชั้นนำ (OEM APPROVED-Original Equipment Manufacturer) ว่าเหมาะสมกับสภาพการใช้งานของเครื่องยนต์เรือเดินสมุทร โดยแบรนด์ PTT Lubmarine สามารถให้บริการได้ครอบคลุมในหลายพื้นที่ทั้งในไทยและต่างประเทศ

 

ทุกวันนี้เรือเดินสมุทรของไทยสามารถสั่งซื้อน้ำมันหล่อลื่น PTT Lubmarine ได้มากกว่า 1,000 ท่าเรือทั่วโลกใน 100 ประเทศ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น มาเลเชีย อินโดนีเชีย มัลดีฟ สหรัฐเอมิเรตส์ แอลจีเรีย ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน เวียดนาม บังคลาเทศ อาร์เจนตินา อิตาลี โอมาน ตุรกี ยูเครน ฯลฯ

 

ด้านการบริการขนถ่ายเพื่อส่งมอบ PTT Lubmarine ปตท. ได้ให้บริการขนส่งและสูบถ่ายขึ้นเรือลูกค้าทั้งกรณี เมื่อเรือเข้าเทียบท่า, ในแม่น้ำ หรือกลางทะเล ด้วยระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพสูงและมีประสบการณ์ความชำนาญในการดำเนินธุรกิจส่งมอบน้ำมันหล่อลื่นให้กับเรือไทยรวมทั้งเรือต่างประเทศ

 

นอกจากนั้นกลุ่มสินค้าน้ำมันหล่อลื่นของ ปตท. ยังมีการบริการตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ระหว่างใช้งาน ทั้งกลุ่มเรือเดินสมุทรและกลุ่มอุตสาหกรรม โดยปตท.จะส่งเจ้าหน้าที่ไปเก็บตัวอย่างน้ำมันระหว่างการใช้งาน แล้วนำมาตรวจในห้องปฏิบัติการทดสอบเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของคุณสมบัติหลักเทียบกับค่าตั้งต้น ซึ่งหากมีการเบี่ยงเบนเกินมาตรฐาน เจ้าหน้าที่ ปตท. จะแจ้งให้ลูกค้าทราบ เพื่อตรวจหาสาเหตุและแก้ไขตั้งแต่เริ่มต้นของปัญหา เป็นการลดอันตรายและความสูญเสียจากการใช้งานเครื่องยนต์

 

PTT Lubricants ตอบรับนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง

เมื่อเทคโนโลยีเครื่องยนต์มีการพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง การพัฒนาผลิตภัณฑ์หล่อลื่น PTT Lubricants ก็ต้องพัฒนาสินค้าใหม่เพื่อตอบสนองต่อเครื่องยนต์ต่างชนิดที่ก้าวไปข้างหน้าด้วยเช่นกัน ในแต่ละปี ปตท. จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดราว 4-5 ชนิด เพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำมันหล่อลื่นในทุกภาคการใช้งาน ซึ่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในปัจจุบันจะเน้นการประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์หล่อลื่นสำหรับภาคอุตสาหกรรมกลุ่ม Specialty (ผลิตภัณฑ์พิเศษ) เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานโดยเฉพาะ

 

ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นเพื่อรองรับนวัตกรรมยานยนต์ใหม่ล่าสุดที่ออกสู่ตลาด ได้แก่ Performa Super Synthetic SAE 0W-30 ซึ่งได้รับการรองรับมาตรฐานสูงสุด API SN และ ILSAC GF-5 ซึ่งเป็นมาตรฐานคุณภาพระดับสูงของน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์เบนซิน ที่ ปตท. นำออกวางตลาดจำหน่ายให้คนไทย พร้อมกับอเมริกา และถือเป็นรายแรกของประเทศไทยด้วย จึงแสดงถึงการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์หล่อลื่นอย่างแท้จริง นอกจากนั้นที่ผ่านมา ปตท.ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์หล่อลื่นเพื่อรองรับพลังงานทางเลือก เช่น Performa Gasohol และ Performa NGV หรือผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มเรือเร็วและเจ็ตสกี เช่น PTT Racing Fornula Bio-Syn ที่มีคุณสมบัติสามารถย่อยสลายได้ในน้ำ เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

 

การผลิตน้ำมันหล่อลื่นภายใต้แบรนด์ PTT Lubricants ซึ่งเป็นที่นิยมและรู้จักกันดีสำหรับยานยนต์หลากประเภท สามารถครองส่วนแบ่งตลาดอันดับหนึ่งในประเทศไทยได้ 2 ปีซ้อน โดยมีส่วนแบ่งตลาดในปี 2553 ราว 24% (รวมผู้ค้าในมาตรา 7 และนอกมาตรา 7*) หรือคิดเป็นปริมาณการจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นทั้งหมด 126 ล้านลิตรต่อปี สูงขึ้นจากปี 2552 คิดเป็น 11% โดยปี 2552 มีปริมาณการขายอยู่ที่ 114 ล้านลิตรต่อปี

 

ปัจจุบันผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำมันหล่อลื่น ปตท. มีผลิตภัณฑ์รองรับตั้งแต่ผู้ใช้งานยานยนต์จนถึงภาคอุตสาหกรรม แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักคือ กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มเครื่องยนต์ดีเซล และกลุ่มเครื่องยนต์เบนซิน โดยมียอดขายในส่วนอุตสาหกรรมมากที่สุดคิดเป็น 42% จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้งหมด

 

พม่าและจีน ตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุด  

ผลิตภัณฑ์ PTT Lubricants ปัจจุบันมีการส่งออกประมาณ 10% ของปริมาณที่ผลิตในประเทศ โดยในปี 2554 คาดว่าจะมีการส่งออกในปริมาณ  20 ล้านลิตร และวางเป้าในอีก 4 ปีข้างหน้าหรือในปี 2558 จะสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้เพิ่มขึ้นถึง  30 % หรือประมาณ  50 ล้านลิตร ปัจจุบันปตท. มีการส่งออก PTT Lubricants ไปยังต่างประเทศราว 20 ประเทศ

 

คุณรัชเดชฯ เปิดเผยว่า ตลาดต่างประเทศที่ทำรายได้มากที่สุดคือ พม่า จีน ฟิลิปปินส์ กัมพูชา เวียดนาม เกาหลี และญี่ปุ่น ตามลำดับ โดยในปีนี้คาดว่าจะได้ลูกค้าที่อยู่ในกลุ่มยานยนต์จากประเทศยุโรป เช่น กรีซ โรมาเนีย สหราชอาณาจักร และนิวซีแลนด์ ทั้งนี้แต่ละประเทศมีสภาพภูมิอากาศและสภาพถนนที่แตกต่างกัน ดังนั้นบริษัทฯ จึงต้องพัฒนาสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าในที่ต่างๆ ด้วย

 

การบริหารเพื่อความเป็นหนึ่ง  

ด้านกลยุทธ์การตลาดน้ำมันหล่อลื่นของปตท. คุณรัชเดชฯ กล่าวว่า ปตท. ยึดหลัก 4 C คือ Consumer, Cost, Communication และ Convenience

 

“อันดับแรกเราต้องรู้จักผู้บริโภคว่าลูกค้าต้องการอะไร เมื่อเราพัฒนาสินค้าใหม่สำเร็จ สิ่งที่ต้องคำนึงต่อมาคือการบริหารต้นทุน การหาวัตถุดิบที่มีคุณภาพ และการตั้งราคาสินค้าให้เหมาะสม เมื่อมีสินค้าดีอยู่ในมือแล้ว ถึงเวลาที่ต้องสื่อสารการตลาดกับกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงการส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายคือเรื่องความสะดวก ลูกค้าสามารถหาซื้อสินค้าได้รวดเร็ว เราต้องเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในทุกเซกเมนท์และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าใหม่ๆ” คุณรัชเดชฯ กล่าว

 

นอกจากนี้ปตท. ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ โดยมีการปรับปรุงตั้งแต่การเก็บสำรองวัตถุดิบ ทำให้สามารถบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถผลิตสินค้าได้อย่างเพียงพอตอบสนองต่อความต้องการของตลาดได้ในทุกสถานการณ์รวมทั้งบริหารคลังเก็บสินค้าสำเร็จรูปเพื่อให้มีสินค้าสำรองเพียงพอ

 

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่น้ำมันหล่อลื่นจะถึงมือลูกค้า ปตท. มีการบริหารจัดการซัพพลายเชนตั้งแต่ source, make, move และ serve จนถึงปลายทาง โดยได้พันธมิตรการขนส่งชั้นนำของประเทศมาจัดการเรื่องการขนส่ง เมื่อลูกค้าสั่งสินค้าไปที่ศูนย์ ordering center ศูนย์จะส่งรายการซื้อไปยังส่วนปฏิบัติการ จัดเตรียมสินค้า รถขนส่ง และสามารถขนส่งสินค้าได้ภายใน 3 วัน สำหรับในกรณีเร่งด่วนจะสามารถส่งให้กับลูกค้าได้ภายใน 24 ชั่วโมง

 

ทั้งนี้ ปตท. ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001 สำหรับผลิตภัณฑ์หล่อลื่นตั้งแต่การออกแบบจนถึงการส่งมอบให้กับลูกค้า นอกจากนี้ห้องปฏิบัติการทดสอบของ ปตท.ยังได้รับการรับรองมาตรฐานห้องปฏิบัติการทดสอบ ISO 17025 ซึ่งในปัจจุบันถือว่าห้องปฏิบัติการทดสอบของ ปตท. เป็นหนึ่งในห้องปฏิบัติการทดสอบผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ดีที่สุดในประเทศ  อีกทั้งสถาบันวิจัยของ ปตท. สามารถวิจัยพัฒนาได้ทั้งน้ำมันหล่อลื่น น้ำมันเชื้อเพลิง ปิโตรเคมี การพัฒนาเรื่องสิ่งแวดล้อม และผลิตภัณฑ์ทางเลือกอื่นๆ

 

จากความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หล่อลื่นคุณภาพสูงให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคและวิวัฒนาการของยานยนต์ที่พัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์หล่อลื่นที่ดีที่สุดเพื่อคนไทยทำให้ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น ปตท. ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2552 และ ปี 2553 ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น ปตท.ได้รับเลือกให้เป็นน้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ที่อยู่ในใจผู้บริโภคสูงสุดในประเทศไทย ( The Most Admired Brand) จากนิตยสาร BrandAge 2 ปีซ้อนนับเป็นความสำเร็จที่แข็งแกร่งอีกก้าวหนึ่งของน้ำมันหล่อลื่น ปตท. ที่คู่แข่งขันไม่อาจมองข้าม

 

*ผู้ค้ามาตรา 7 หมายถึงผู้ค้าน้ำมันปิโตรเลียมมียอดจำหน่ายเกิน 100,000 ตัน/ปี