Switch to: uk
27 March 2017 23:03PM

เปิดเสรีโลจิสติกส์อาเซียน

01 Apr 08 ,  ปาหนัน ลิ้ม
  • 0
ไทยเตรียมติดอาวุธแข่งขัน ผู้ประกอบการไทยเตรียมรับมือเปิดเสรีโลจิสติกส์ในปี 2013

เตรียมติดอาวุธทางการแข่งขัน ผนึกกำลังรวมตัวสร้างเครือข่ายสู่คู่แข่งต่างชาติ เร่งรัฐส่งเสริม-พัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย อาเซียนนับเป็นฐานการผลิตและตลาดสำคัญลำดับต้นของไทย จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์ชี้ให้เห็นว่าในปัจจุบันการค้าระหว่างไทยกับอาเซียนมีมากว่า 20% ของการส่งออกทั้งหมด ในขณะที่มูลค่าการค้าระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนด้วยกันก็เพิ่มขึ้นตามลำดับ จากประมาณ 84,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2535 เป็นกว่า 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2547 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 169% 

ทั้งนี้ อาเซียนได้ประกาศกำหนดอย่างชัดเจนให้ปี 2015 เป็นปีเป้าหมายในการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) หรือ AEC และได้กำหนดให้เร่งเปิดเสรีภาคบริการใน 5 สาขาเร่งรัด ได้แก่ สาขาสุขภาพ สาขาคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม สาขาท่องเที่ยว สาขาขนส่งทางอากาศ ภายในปี 2010 และสาขาโลจิสติกส์ ภายในปี 2013 ส่วนสาขาอื่นๆ ให้เปิดตลาดเสรีภายในปี 2015 ตามลำดับ 

อย่างไรก็ตาม AEC จะเป็นโอกาสและตลาดที่ใหญ่ขึ้นของนักธุรกิจไทย ซึ่งผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องศึกษา ทำความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมรุก-รับไว้ล่วงหน้า เพื่อที่จะได้รับประโยชน์สูงสุดในสาขาด้านบริการ ขณะเดียวกันก็เป็นจังหวะที่ดีที่จะได้พัฒนาขีดความสามารถของไทยในตลาดอาเซียนและตลาดโลก

การเปิดเสรีการค้าบริการเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญส่วนหนึ่งต่อไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งจะเกิดจากการลดข้อจำกัดต่อผู้ให้บริการของอาเซียนในการให้บริการ และเข้ามาจัดตั้งกิจการในประเทศสมาชิกอื่นตามเงื่อนไขกฎเกณฑ์ภายในประเทศ การเปิดเสรีการค้าบริการดำเนินการโดยการเจรจาเป็นรอบ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การเจรจาของคณะกรรมการประสานงานด้านการค้าบริการของอาเซียน การเจรจาบางสาขา เช่น สาขาการเงิน และการขนส่งทางอากาศ รับผิดชอบโดยรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ในการเจรจาเปิดเสรีจะต้องไม่ดำเนินการเปิดเสรีในช่วงท้าย และเห็นชอบให้มีความยืดหยุ่นที่ตกลงกันล่วงหน้าสำหรับประเทศสมาชิกอาเซียน 

ขณะนี้อาเซียนได้ตกลงที่จะเปิดเสรีการค้าบริการสาขาขนส่งและโลจิสติกส์ โดยมีเป้าหมายให้นักลงทุนอาเซียนเข้ามาจัดตั้งธุรกิจ โดยถือหุ้นได้ไม่น้อยกว่า 51% ในปี ค.ศ.2010 และไม่น้อยกว่า 70% ในปี ค.ศ.2013 ซึ่งจากการที่กรมฯ ได้ประชุมหารือ รวมทั้งจัดสัมมนาระดมความคิดเห็นร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ข้อสรุปว่า ทุกฝ่ายเห็นด้วยกับการเปิดเสรีในสาขาดังกล่าว เพราะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทำอย่างไรที่จะปรับตัวเตรียมความพร้อม และใช้โอกาสในการเปิดตลาดภายในอาเซียนให้เป็นประโยชน์ คุณวินิจฉัย แจ่มแจ้ง รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าว 

“การเปิดเสรีการค้าบริการสาขาขนส่งและโลจิสติกส์เป็นโอกาสดีที่ผู้ประกอบการไทยจะเข้าไปแสวงหาประโยชน์ในตลาดอาเซียน โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากไทยมีศักยภาพในลำดับต้นๆ เมื่อเทียบกับประเทศอาเซียนอื่น เพราะไทยเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ในภูมิภาค สามารถเชื่อมโยงไปยังประเทศต่างๆ ในอาเซียนได้ เชื่อว่าการเปิดเสรีจะทำให้ธุรกิจของไทยเข้มแข็งขึ้น" คุณวินิจฉัยกล่าว

ในการเปิดเสรีสาขาขนส่งและโลจิสติกส์ อาเซียนจะเปิดเสรีใน 4 ด้าน คือ 1. บริการโลจิสติกส์ เช่น บริการรับจัดการสินค้าทางทะเล บริการโกดังและคลังสินค้าสำหรับการขนส่งทางทะเล บริการตัวแทนเดินทะเลบริการจัดส่งพัสดุ เป็นต้น 2. บริการขนส่งทางอากาศ 3. บริการขนส่งทางราง และ 4. บริการขนส่งทางถนน 

“การเปิดเสรีย่อมส่งผลกระทบต่อผู่ส่งออกอย่างแน่นอน แต่ขณะเดียวกันก็ย่อมเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยไปแข่งขันในต่างประเทศด้วย ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการต้องกลับมาดูตัวเองว่าจะติดอาวุธอย่างไร พร้อมทั้งรักษาความสามารถและสร้างเครือข่ายทางการค้าเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันสู้คู่แข่งจากต่างประเทศ” ดร.จุฬา สุขมานพ หัวหน้ากลุ่มพัฒนาการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ กระทรวงคมนาคม กล่าว  

ด้าน คุณบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ผู้อำนวยการสำนักเจรจาการค้าบริการและการลงทุน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สิ่งที่ต้องการให้ผู้ประกอบการไทยคำนึงถึงในการเปิดเสรีทางการค้า คือ ภาคธุรกิจไทยจะมีโอกาสออกไปประกอบธุรกิจในประเทศอื่นได้เหมือนกัน ฉะนั้นตอนนี้ต้องเร่งเตรียมความพร้อมว่าจะตั้งรับกับธุรกิจบริการต่างชาติที่จะเข้ามาอย่างไร กับอีกด้านคือภาคธุรกิจมีความพร้อมที่จะออกไปลุยกับตลาดโลกมากน้อยแค่ไหน

ในมุมมองของภาคเอกชน คุณบรรพต กาญจนวิไล อุปนายกฝ่ายพัฒนาวิชาการ สมาคมตัวแทนออกของรับอนุญาตไทย กล่าวว่า ในการเปิดเสรีการค้าบริการสาขาขนส่งและโลจิสติกส์นั้น คู่แข่งขันจากต่างชาติจะเข้ามาแน่โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีศักยภาพ ซึ่งผู้ประกอบการที่ไม่มีเครือข่ายในต่างประเทศหากจะเข้าไปให้บริการในต่างประเทศก็จะลำบาก ในส่วนของภาครัฐก็ยังขาดบุคลากรที่มีความรู้ สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องทำคือพยายามสร้างเครือข่ายเพื่อสร้างศักยภาพทางการแข่งขัน

ด้าน คุณสัญญวิทย์ เศรษฐโภคิน เลขาธิการ สมาคมขนส่งสินค้า กล่าวว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการไทยต้องเตรียมตัวคือ การขยายธุรกิจให้กว้างขึ้นหรือขยายพันธมิตรให้ครบวงจร เพื่อสร้างศักยภาพทางการแข่งขัน เพราะถ้าต่างคนต่างทำจะยากขึ้น ซึ่งภาครัฐควรเร่งให้การส่งเสริมด้านความรู้แก่ผู้ประกอบการขนาดเล็ก และสนับสนุนในเรื่องของระบบอำนวยความสะดวกต่างๆ ขณะที่ผู้ประกอบการควรมีการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างพันธมิตรเพื่อศึกษาซึ่งกันและกัน รองรับการเปิดเสรีที่จะมีขึ้น ที่จะทำให้สามารถเข้าไปเปิดบริการในประเทศนั้นได้สะดวกขึ้น 

“หากภาครัฐจะสนับสนุนและส่งเสริมภาคเอกชนจริง ควรส่งเสริมเรื่องการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม นอกจากนี้ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถรวมตัวกันได้ เพื่อให้บริการและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งเอกชนในต่างประเทศเขาได้ดำเนินการในลักษณะนี้แล้ว ซึ่งเป็นหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องเข้ามาช่วยเหลือและให้การสนับสนุน” คุณสัญญวิทย์ กล่าว

สำหรับต้นทุนโลจิสติกส์ของไทยยังสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น โดยในปี 2549 ไทยมีสัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อจีดีพีเท่ากับ 23.9 % หรือ 2.36 ล้านล้านบาท ขณะที่ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป มีสัดส่วนต้นทุนโลจิสติกส์ต่อจีดีพีไม่เกิน 11% เนื่องจากที่ผ่านมาระบบโลจิสติกส์ของไทยยังขาดการพัฒนาเท่าที่ควร ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายโลจิสติกส์ ประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานในการกระจายสินค้าและคุณภาพบริการขนส่งทางน้ำและทางอากาศ ดังนั้นจึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้น เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการไทยในการเปิดเสรีในทุกเวทีการค้าโลก  

ทั้งนี้ จากการสัมมนาระดมความคิดเห็นร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ข้อสรุปว่าทุกฝ่ายเห็นด้วยกับการเปิดเสรีในสาขาโลจิสติกส์ เพราะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทำอย่างไรที่จะปรับตัวเตรียมความพร้อมและใช้โอกาสในการเปิดตลาดภายในอาเซียนให้เป็นประโยชน์ โดยภาคเอกชนเห็นว่าภาครัฐควรให้การส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ของไทย และมีมาตรการช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการ ให้พัฒนาศักยภาพในการแข่งขันได้เมื่อมีการเปิดเสรี

trade1