Switch to: uk
27 March 2017 22:53PM

ไต่ระดับ “ขนส่งมืออาชีพ”

14 Mar 12 ,  สุวรรณี เรืองวิทยาโชติ, Logistics Digest
  • 0

คำว่า “มืออาชีพ” มีส่วนสำคัญที่จะทำให้บริษัทของคุณได้รับความน่าเชื่อถือจากลูกค้าและเติบโตอย่างยั่งยืน แต่ใครล่ะจะเป็นผู้ระบุความเป็น “มืออาชีพ” นี้ได้

ระบบขนส่งที่มีคุณภาพและมีความน่าเชื่อถือ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในยุคการค้าไร้พรมแดน ซึ่งธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ในเวลานี้กำลังเผชิญกับการเปิดเสรีอย่างเต็มตัวในปี 2558 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า ฉะนั้นการยกระดับคุณภาพของผู้ประกอบการขนส่งไทยจึงจำเป็นต้องมีการพัฒนากันอย่างต่อเนื่อง

 

 rmi-truck_001

 

คุณทักษพล พีระวัฒนชาติ ผู้บริหารระดับสูงบริษัท ยูเซ็น โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในบริษัทโลจิสติกส์ที่ได้รับการรับรองว่าเป็นบริษัทที่มีมาตรฐานคุณภาพบริการขนส่งด้วยรถบรรทุกจากกรมการขนส่งทางบกเมื่อเร็วๆ นี้ เปิดเผยว่า เรามองแนวโน้มการให้บริการโลจิสติกส์ในระแวกอาเซียนโดยเฉพาะการขนส่งทางถนนจะมีความต้องการมากขึ้น และการขนส่งข้ามประเทศนี้หากเราได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก ก็หวังว่าจะทำให้เรามีสิทธิ์ในการเข้าไปให้บริการวิ่งข้ามประเทศได้ แม้ว่ามาตรฐานนี้จะใช้ในประเทศไทยก็ตามแต่ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถพัฒนาไปใช้ในภูมิภาคในอนาคตอันใกล้

 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามาตรฐานการขนส่งของบริษัท ยูเซ็น โลจิสติกส์ ภายใต้การบริหารแบบญี่ปุ่นจะมีความเข้มงวดอยู่แล้วก็ตาม ยูเซ็น โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) ก็ยังต้องได้รับการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง จากฝ่ายตรวจสอบประจำภูมิภาคที่สิงคโปร์ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

 

 

Q” สัญลักษณ์คุณภาพบริการขนส่ง

 

Q mark

 

การรับรอง “มาตรฐานคุณภาพบริการขนส่งด้วยรถบรรทุก” โดยใช้สัญลักษณ์ “Q” บ่งบอกถึงบริการขนส่งที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพ จากกรมการขนส่งทางบก ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการขนส่งสมัครขอรับรองมาตรฐานดังกล่าวแล้วกว่า 120 บริษัทได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกแล้วจำนวน 101 บริษัท โดยทั้งหมดจะต้องผ่านเกณฑ์คุณภาพบริการ 5 ด้าน ได้แก่ ด้านองค์กร ด้านปฏิบัติการขนส่ง ด้านพนักงาน ด้านยานพาหนะ และด้านลูกค้า รวมทั้งหมด 44 ข้อกำหนด

 

ผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพบริการขนส่งด้วยรถบรรทุก จะได้รับประกาศการรับรองมาตรฐานคุณภาพซึ่งมีอายุการรับรอง 5 ปี ซึ่งในช่วง 5 ปีนี้ผู้ประกอบการจะต้องมีการประเมินตนเองและได้รับการตรวจประเมินซ้ำจากผู้ตรวจประเมินในปีที่ 3 และปีที่ 5 เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพการขนส่งต่อไป

 

ทั้งนี้กรมการขนส่งทางบก ยังได้พัฒนาต่อยอดมาตรฐานดังกล่าวไปเป็นระบบมาตรฐานคุณภาพบริการขนส่งด้วยรถบรรทุกในขั้นก้าวหน้า เพื่อส่งเสริมให้เป็นผู้ประกอบการขนส่งขั้นมืออาชีพในระดับอาเซียน โดยได้มอบหมายให้คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำการศึกษาและวางแผนดำเนินการพัฒนามาตรฐานทั่วไปสู่ขั้นก้าวหน้าเทียบชั้นมาตรฐานระดับสากล

 

“ผู้ประกอบการขนส่งที่จะสามารถผ่านเกณฑ์มาตรฐานขั้นก้าวหน้านี้ได้จะต้องมีความพร้อมทั้งด้านทรัพยากรและโนฮาว” ผศ.ดร. วราเมศวร์ วิเชียรแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวพร้อมกับเผยว่าได้วางแผนจัดทำมาตรฐานขั้นก้าวหน้าแบบเฉพาะกลุ่ม 4 กลุ่มได้แก่ การขนส่งและกระจายสินค้าเบ็ดเตล็ด การขนส่งวัสดุก่อสร้างและอุตสาหกรรมหนัก การขนส่งสินค้าแช่เย็น และการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางถนน ซึ่งแต่ละกลุ่มเป็นกลุ่มที่มีปริมาณการขนส่งสูง และมีศักยภาพในการพัฒนามากกว่าการขนส่งกลุ่มอื่นๆ

 

คุณพูนศักดิ์ เธียไพรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีเทอร์นิตี้ แกรนด์ โลจิสติคส์ (มหาชน) แสดงความเห็นต่อมาตรฐานขั้นก้าวหน้าว่า “เป็นเรื่องปกติ และเป็นเรื่องที่ต้องทำ ไม่ใช่เรื่องยากเย็น สิ่งที่เราถูกบังคับทำในวันนี้เกิดมาจากความต้องการของลูกค้ามากกว่าตัวเราเอง ประเมินตัวเองว่าต้องการไปตลาดไหน จะเป็นมาตรฐานทั่วไปหรือมาตรฐานขั้นก้าวหน้า อยู่ที่เราวางโพสิชั่นของบริษัทและตลาดไว้แบบใด ถ้าเราวางตัวเองอยู่ในขั้นก้าวหน้า ลูกค้าก็ต้องเป็นขั้นก้าวหน้าด้วย ”

 

ข้อแนะนำการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางถนน 

ผู้ประกอบการขนส่งที่สนใจจะขยายบริการขนส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านในแถบลุ่มแม่น้ำโขง ภายใต้กรอบ GMS ได้แก่ ไทย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม และจีนตอนใต้ จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจเรื่องพิธีการศุลกากร การประกันภัยในต่างประเทศ กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับขนาดสัดส่วนและน้ำหนักบรรทุกของรถ รวมถึงพนักงานขับรถจะต้องมีความเข้าใจเรื่องกฎจราจร และภาษาเพื่อการสื่อสาร

 

ปัจจุบันภายใต้ความตกลงอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงหรือ GMS ประเทศไทยมีโควตารถบรรทุกวิ่งข้ามพรมแดนจากไทยไปลาวได้ 500 คัน และในเดือนมิ.ย. 2555 นี้จะเปิดให้รถบรรทุกจากไทยวิ่งเข้าไปในกัมพูชาภายใต้โควตาจำนวน 40 คัน

 

คุณสุวัฒน์ นวลขาว นายกสมาคมไทยโลจิสติกส์และการผลิต กล่าวชี้แนะผู้ประกอบการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางถนนว่าจะต้องยกระดับการให้บริการขนส่งแบบเบ็ดเสร็จครอบคลุมถึงพิธีการศุลกากรด้วย และที่สำคัญอย่างยิ่งคือเรื่องการสื่อสารต้องชัดเจนและรวดเร็ว มั่นตรวจสอบความพร้อมของสภาพรถเป็นอย่างดีโดยเฉพาะการขนส่งสินค้าประเภทอาหาร

 

สำหรับเรื่องการประกันภัย เจ้าของรถหรือผู้เอาประกันไทยที่ต้องการเดินทางเข้า สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม สามารถนำหลักฐานไปแจ้งขอทำประกันภัยได้ ณ ที่ทำการบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการซึ่งแสดงป้ายสัญลักษณ์ ศูนย์รับแจ้งการทำประกันภัย Insurance Compulsory Center โดยจะได้รับหลักฐานการจัดทำประกันภัยที่เรียกว่า Blue Card Sticker และ Certificate นำ Blue Card Sticker ติดไว้หน้ากระจกรถยนต์ เพื่อแสดงถึงการมีประกันภัย ส่วนความคุ้มครองหากเกิดเหตุในประเทศใดก็จะคุ้มครองตามข้อกำหนดกฎหมายของประเทศนั้นๆ

 

คุณสมเกียรติ นาคบวรวิจิตร บริษัท ที.อี.ซี. โลจิสติกส์ จำกัด ผู้มีประสบการณ์ด้านการขนส่งข้ามแดนไทย-ลาวมากว่า 20 ปี แนะว่า ผู้ประกอบการที่ต้องการขยายบริการขนส่งไปประเทศเพื่อนบ้านอาจจะเลือกโมเดลธุรกิจ 2 แบบคือ หนึ่ง ไปตั้งบริษัทขนส่งในประเทศนั้นๆ บริหารจัดการตลอดเส้นทางขนส่ง เช่นหากตั้งบริษัทที่ลาว เพื่อขนสินค้าจากไทยไปลาว แล้วทำการเปลี่ยนรถที่ลาวเป็นพวงมาลัยซ้าย ใช้พนักงานขับรถท้องถิ่น หรือสอง หาพันธมิตรร่วมขยายบริการในประเทศนั้นๆ

 

ขณะที่ คุณยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กังวลว่า การหาคนขับรถในต่างประเทศค่อนข้างยาก เนื่องจากแต่ละประเทศก็มีความต้องการคนขับรถในอัตราสูง ฉะนั้นการปรับแนวคิดใหม่ โดยการพัฒนาอบรมพนักงานขับรถให้มีประสิทธิภาพโดยผ่านกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ก็จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะช่วยกันยกระดับการขนส่งทั้งระบบสู่เวทีการแข่งขันการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC (ASEAN Economic Community)

 

ภายใต้ความตกลงของการเปิด AEC มีทั้งในแง่ของการเปิดเสรีสินค้าและบริการ การเคลื่อนย้ายทุน และแรงงาน ฉะนั้นต้องทำความเข้าใจให้ดีว่า การเปิดเสรีธุรกิจขนส่งทางถนนระหว่างประเทศ กับการเคลื่อนย้ายแรงงานมีฝีมือหรือพนักงานขับรถ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ประเด็นที่อยากจะชี้ให้เห็นคือการผลิตพนักงานขับรถมืออาชีพ เพื่อรองรับธุรกิจขนส่งที่จะกระจายไปทั่วทุกภูมิภาค จะกลายเป็นอาชีพที่น่าสนใจอย่างยิ่งในอนาคต