Switch to: uk
27 March 2017 23:06PM

วิกฤติระวางโอเวอร์ซัพพลาย สายเรือแข่งเดือดชิงฐานลูกค้า

24 Nov 06 ,  Administrator
  • 0
สถานการณ์การแข่งขันสายเรือรุนแรง เกิดวิกฤติระวางล้นสวนทางปริมาณสินค้า โหรเรือระบุแนวโน้มค่าระวางส่อเค้าลดฮวบ ผู้ให้บริการแข่งเดือดงัดกลยุทธ์ด้านราคา-บริการ หวั่นราคาไม่นิ่ง แนะส่งออกรวมตัวเซ็นสัญญา Service Contract ช่วยลดต้นทุนได้กว่า 30%

การแข่งขันของสายเรือทั้งเรือไทยและเรือต่างชาติค่อนข้างดุเดือด เนื่องจากระวางสินค้ามีมากกว่าความต้องการขนส่ง สาเหตุจากมีการต่อเรือเข้าสู่ตลาดจำนวนมาก ในขณะที่ปริมาณสินค้าไม่ได้เพิ่มตามอย่างที่คาด ทำให้ไม่สามารถแข่งกันขึ้นราคาได้ ด้วยเหตุนี้ผู้ประกอบการจึงงัดกลยุทธ์ทั้งด้านราคาและการบริการ เพื่อหวังช่วงชิงฐานลูกค้าให้ได้มากที่สุด ในเรื่องนี้เป็นจุดบ่งบอกว่าผู้บริโภคมีพลังในการเลือกซื้อ ดังนั้นเจ้าของสินค้าหรือผู้ขนส่งต้องทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้บริการของตนเองให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องราคาหรือการบริการ

 แม้ว่าสายเรือจะได้รับผลกระทบอยู่ไม่น้อย แต่อีกด้านหนึ่งสำหรับผู้ส่งออกแล้ว นับว่าเรื่องนี้ได้ส่งผลดีอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ส่งออกที่ขายสินค้าในราคา C.I.F. (ราคาสินค้ารวมค่าขนส่ง ค่าประกัน) ซึ่งจะได้รับประโยชน์เนื่องจากค่าขนส่งถูกลง ผู้ส่งออกสามารถเสนอขายสินค้าราคาที่ต่ำลงได้ ทำให้มีขีดความสามารถทางการแข่งขันที่ดีขึ้น...

     กัปตันยอดชาย รัตนชีวกร Fleet Manager บริษัท โทริเซน กรุงเทพ จำกัด สายเรืออันดับหนึ่งของไทย ให้มุมมองว่าแม้ว่าธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือจะแข่งขันกันสูงเพียงใด แต่ในส่วนตัวแล้วเชื่อว่ายังมีช่องว่างที่สามารถแข่งขันกันได้ โดยเฉพาะผลพวงจากการเจรจาการค้าเสรีที่จะส่งผลให้ธุรกิจนำเข้าและส่งออกเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ธุรกิจการขนส่งสินค้าทางทะเลเติบโตตามไปด้วย นอกจากนี้จากจำนวนเรือที่ทะยอยออกสู่ตลาด ยังเป็นจำนวนที่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากเรือบางลำต่อไม่เสร็จตามกำหนด ทำให้ธุรกิจนี้ยังมีช่องว่างระหว่างดีมานด์และซัพพลายอยู่ ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่าธุรกิจการขนส่งสินค้าทางทะเลยังสามารถกลับมาเติบโตได้

     ด้านตัวแทนผู้ส่งออกทางเรือในฐานะที่เป็นผู้ใช้บริการ คุณไพบูลย์ พลสุวรรณา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย ให้ความเห็นเกี่ยวกับธุรกิจขนส่งสินค้าทางทะเลและแนวโน้มค่าระวางว่า ต่อจากนี้ไปธุรกิจการขนส่งสินค้าทางทะเลจะมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาและคุณภาพการบริการ เนื่องจากในปี 2004-2005 บริษัทเรือจึงมีการต่อเรือเพิ่มขึ้น และเริ่มทะยอยเข้าสู่ตลาดมาให้บริการในปี 2006 นี้จนถึงกลางปีหน้า แนวโน้มการสั่งต่อเรือขณะนี้แม้ว่าจะชะลอลง แต่เรือทั้งหมดที่สั่งต่อมากกว่า 160 ลำ เป็นเรือระดับที่มีความจุตั้งแต่ 8,000-10,000 ทีอียู จากเดิมที่เรือมีความจุเพียง 4,000 ทีอียูเท่านั้น

     นอกจากนี้แหล่งข่าวผู้เชี่ยวชาญในวงการขนส่งสินค้าทางทะเล ได้ให้มุมมองในเรื่องนี้ด้วยว่า ในปัจจุบันธุรกิจขนส่งสินค้าทางเรือระหว่างประเทศมีการแข่งขันกันสูง โดยผู้ให้บริการต่างแข่งขันกันพัฒนาคุณภาพและบริการเพื่อหวังดึงลูกค้าให้ได