ใครคือแกนนำในอาเซียน

22 May 12 ,  สุวรรณี เรืองวิทยาโชติ
  • 0

ในเวลานี้นานาประเทศต่างจับจ้องไปที่เป้าหมายการลงทุนใหม่ที่พม่า ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่พม่าเปิดประเทศ อุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นในพม่าก็จำเป็นต้องใช้ซัพพลายเออร์ในประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุด นักลงทุนไทยก็สามารถที่จะใช้ประโยชน์จากความเข้มแข็งของซัพพลายเออร์ในประเทศ ไม่ว่าจะส่งวัตถุดิบ ผู้เชี่ยวชาญ หรือทุน ไปลงทุนในประเทศข้างเคียง

อุตสาหกรรมไทยที่มีความโดดเด่นและมีทิศทางในการขยายตลาดได้ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ประโยชน์จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) ในปี 2015 ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ การเกษตร และสิ่งทอ เนื่องจากอุตสาหกรรมเหล่านี้มีซัพพลายเชนที่ดีมาก อีกทั้งยังสามารถเป็นแกนสำคัญในการถ่ายทอดความเจริญไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้อีกด้วย

 

ขณะที่อุตสาหกรรมไทยที่ยังไม่แข็งแรง คือ ไอซีที และโลจิสติกส์ ขาดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งยังต้องพัฒนาและปรับปรุงอีกมากเพื่อสนับสนุนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอำนวยความสะดวกทางการค้า การนำเข้าส่งออกด้วยระบบ Single Window

 

“ความได้เปรียบในเรื่องตำแหน่งที่ตั้งเป็นจุดสำคัญที่จะสร้างคำว่า จุดศูนย์กลาง โดยภาครัฐจะต้องลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องของระบบรถไฟ ท่าเรือ สนามบิน และที่สำคัญคือระบบซอฟแวร์ Single Window ซึ่งคาดการณ์ว่าน่าจะสำเร็จภายในรัฐบาลนี้” หม่อมราชวงศ์ พงษ์ศักดิ์ สวัสดิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวไว้ในงานสัมมนาทิศทางอุตสาหกรรมไทยหลังปี 2015 เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2555

 

mach

 

ไทยจะเป็นผู้นำ AEC หลังปี 2015?


อาเซียนซึ่งมีประชากรราว 600 ล้านคน จีดีพีโดยรวม 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มีความสำคัญอย่างไร

 

โครงสร้างประชากรในอาเซียน มีลักษณะที่แตกต่างกัน ไทยและสิงคโปร์มีสัดส่วนประชากรที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หรือ Aging Society ในอัตราที่สูงใกล้เคียงกัน แรงงานในไทยน้อยลง แรงงานในวัยทำงานส่วนใหญ่อยู่ในประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม กัมพูชา ลาว และพม่า ในขณะที่ตลาดอาเซียนเองก็กำลังปรับตัวสู่ประเทศที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสของสินค้าไฮเอนด์ที่จะเจาะเข้าสู่ตลาด

 

สำหรับกลุ่มประเทศ CLMV กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม เป็นกล่มุที่มีประชากรมากแต่กำลังซื้ออาจจะน้อย เหมาะสำหรับสินค้าประเภทปัจจัยสี่ ซึ่งผู้ประกอบการไทยน่าจะใช้ประโยชน์จากการใกล้ประเทศเหล่านี้ในการขยายตลาด

 

หม่อมราชวงศ์ พงษ์ศักดิ์ สวัสดิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม มองทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยในอีก 3 ปีข้างหน้าว่า อุตสาหกรรมไทยต้องปรับโครงสร้างแรงงานจาก labor intensive มาใช้เทคโนโลยีแทนการใช้แรงงาน

 

“การเพิ่มค่าจ้างแรงงาน 1 เดือนที่ผ่านมา เป็นสัญญาณบอกถึงเวลาที่ผู้ประกอบการไทยต้องปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม เพื่อรองรับเทคโนโลยี เพราะแรงงานไทยลดน้อยลง เราต้องใช้ประโยชน์การเปิด AEC 2015 ต้องไปลงทุนประเทศที่มีต้นทุนค่าแรงต่ำกว่า ให้ประเทศเพื่อนบ้านช่วยสนับสนุนอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตต่อไปได้” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าว

 

อุตสาหกรรมเด่น-ด้อยในอาเซียน

กลุ่มอุตสาหกรรม 12 กลุ่มที่สำคัญในการขับเคลื่อน AEC ในอาเซียน ได้แก่ เกษตร ยานยนต์ ไอซีที ขนส่งทางอากาศ อิเลคทรอนิกส์ ประมง สุขภาพ ยาง ท่องเที่ยว โลจิสติกส์ สิ่งทอ ไม้และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งทุกประเทศตกลงกันว่าเป็นอุตสาหกรรมสำคัญของอาเซียน และจะส่งให้อาเซียนก้าวสู่การเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของโลกได้

 

สำหรับอุตสาหกรรมไทยที่มีความโดดเด่น สามารถเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนอาเซียนสู่การเป็นผู้นำในตลาดโลก ได้แก่

 

1.อุตสาหกรรมเกษตร และที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร ผู้ประกอบการไทยมีความเข้มแข็งเพราะไทยเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญ มีมาตรฐานอุตสาหกรรมซึ่งเป็นที่ยอมรับ จะเห็นว่าไทยเป็นหลักของอุตสาหกรรมเกษตรในอาเซียนได้เป็นอย่างดี

 

ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตร คือการขยายตลาดให้ใหญ่ขึ้น โดยการสร้างมูลค่าเพิ่ม พัฒนาเรื่องแพคเกจจิ้ง รูปแบบทางการตลาดให้ต้องตาตลาดโลก รักษามาตรฐาน และผลักดันสินค้าทั้งหมดให้เข้าสู่มาตรฐานโลก พัฒนายกระดับเพื่อให้ฐานเกษตรไทยเป็นหลักของอาเซียน

 

2. อุตสาหกรรมการบิน หากเปรียบเทียบอุตสาหกรรมการบินของโลกแล้วในภูมิภาคเอเชียมีการเติบโตสูงสุดในอัตรา 18.5% ในปี 2010 มีสนามบินจำนวน 172 แห่ง รองลงมาคือยุโรป มีอัตราการเติบโต 15.5% ในปีเดียวกัน ซึ่งไทยมีฐานการบินนับเป็นอันดับ 10 ของโลก เติบโตประมาณ 9-10% อีกทั้งสนามบินสุวรรณภูมิก็มีความสามารถในการรองรับการขยายตัวได้มากขึ้น

 

3. อุตสาหกรรมอิเลคทรอนิกส์ และยานยนต์ เป็นอุตสาหกรรมที่มีความโดดเด่นในแง่ซัพพลายเชนที่เข้มแข็ง ผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยอาจจะเรียกได้ว่าเป็นที่หนึ่งในเอเชีย มีการพัฒนาและการเติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด ซึ่งไทยถือเป็นผู้ผลิตรถยนต์ได้มากเป็นอันดับ 10 ของโลก

 

4. อุตสาหกรรมการประมง เป็นอุตสาหกรรมหลักของไทยและอาเซียน มีการพัฒนาวิจัยมากที่สุด และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง มูลค่าการส่งออกของไทยเมื่อเทียบกับอาเซียนพบว่า อินโดนีเซีย มูลค่าการส่งออก 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ไทยส่งออก 6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ มูลค่าเพิ่มที่ทำได้สูงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยนำไปแปรรูปเป็นอาหารกระป๋อง นับว่าเป็นอุตสาหกรรมที่เข้มแข็งมาก เรียกว่าเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียนก็ว่าได้ แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องคุณภาพที่ยังไม่สม่ำเสมอ สารเคมีตกค้าง ขาดแคลนแรงงานมาก

 

5. อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ไทยเป็นศูนย์กลางการเดินทางต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ตัวเลขการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ ในปี 2554 เกือบ 20 ล้านคน ถ้ามองในกลุ่มอาเซียน สังเกตุว่าคนไทยไม่ชอบเที่ยวในกลุ่มอาเซียน ขณะที่มาเลเซียนิยมเที่ยวในกลุ่มอาเซียนมากที่สุด หากเปิดตลาดท่องเที่ยวอาเซียนมาเลเซียก็เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน และมีกำลังซื้อพอควรทีเดียว

 

6. อุตสาหกรรมสุขภาพ อุตสาหกรรมบริการด้านสุขภาพโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง การแพทย์ไทยได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพ ค่าบริการแข่งขันได้

 

7. โลจิสติกส์ ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 3 รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย ขณะที่ต้นทุนโลจิสติกส์ของไทย ค่าจัดการในการเก็บรักษายังอยู่ในอัตราที่สูงมาก ผู้ประกอบการไทยยังไม่ค่อยให้ความสำคัญกับระบบ just in time จัดส่งให้พอดี เก็บในคลังน้อยที่สุด ช่วยให้ต้นทุนลดลงมหาศาล ซึ่งยังเป็นโจทย์ที่ผู้ประกอบการไทยควรเอาใจใส่

 

8. อุตสาหกรรมยาง ประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ถือได้ว่าเป็นกลุ่มประเทศที่คุมตลาดยางกว่า 50% ของโลก นับเป็นอุตสาหกรรมที่เข้มแข็งมาก อุตสาหกรรมยางมีโอกาสดีในการขยายตัว สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือทำอย่างไรในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากยางธรรมชาติ

 

จากการศึกษาพบว่าทุกอุตสาหกรรมมีปัญหาคล้ายกันหมด ในการพัฒนาเรื่องแรงงานฝีมือ สรรหาคนที่มีความรู้ความสามารถในการพัฒนาบริหารจัดการอุตสาหกรรม การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า การรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม เช่น ฮาลาล ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่มาก ขณะที่หน้าที่ของภาครัญจะต้องให้ความสำคัญในการวิจัยพัฒนา การพัฒนาห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐาน ส่งผลให้เกิดมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ รวมทั้งการพัฒนาระบบโลจิสติกส์และปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญแต่ขยับไปด้วยความเชื่องช้า

 

ผุ้ประกอบการต่างรอทิศทางการพัฒนาที่ชัดเจนจากรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบการเอื้ออำนวยการค้า การลงทุน การปรับโครงสร้างการผลิตอุตสาหกรรม การปรับทิศทางการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งคาดว่าในปลายปีนี้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ น่าจะมีนโยบายที่ชัดเจนสำหรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งในและต่างประเทศเพื่อรองรับการเปิด AEC โดยให้ความสำคัญเป็นรายอุตสาหกรรมแทนการให้การส่งเสริมตามเขตการลงทุน

 

กล่าวโดยสรุปจะเห็นว่าสิ่งสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ผู้ประกอบการจำเป็นจะต้องมุ่งพัฒนาซัพพลายเชนให้เกิดความเข้มแข็ง โดยใช้ประโยชน์จากพรมแดนที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน

 

จุดศูนย์กลางไม่จำเป็นต้องเป็นที่หนึ่ง การเป็นสมาชิกอาเซียนคือการเป็นพันธมิตร โดยใช้แนวคิดในการเติบโตร่วมกัน การดำเนินธุรกิจก็เฉกเช่นเดียวกัน