Switch to: uk
27 March 2017 23:08PM

เทรนด์ร้อน แพคเกจจิ้ง ค้าทั่วโลกชู ?เซฟคอร์ส & เซฟตี้? หัวใจหลัก

24 Nov 06 ,  Administrator
  • 0
ผู้ส่งออกทั่วโลกกระตุ้นยอดขาย-ลดต้นทุน เน้นพัฒนาแพคเกจจิ้ง ระบุอนาคตผู้ส่งออกเจอศึกหนัก ต่างชาติออกกฎเหล็กห้ามนำเข้าบรรจุภัณฑ์ที่ทำลายสิ่งแวดล้อม เชื่อหลังเปิดเสรีการค้าผู้ประกอบการต้องพัฒนาสินค้าให้ได้มาตรฐาน เพื่อแข่งกับประเทศคู่ค้าได้

การพัฒนาบรรจุภัณฑ์นับว่าส่งผลต่อการบริหารจัดการโลจิสติกส์เป็นอย่างมาก เพราะเป้าหมายของการขนส่งคือการทำให้สินค้าถึงมือลูกค้าได้อย่างปลอดภัย และสิ่งหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือเมื่อสินค้าถึงมือผู้รับปลายทางแล้ว บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ห่อหุ้มสินค้าจะต้องไม่เป็นภาระในการนำไปกำจัดหรือทำลายกับผู้ขนส่งหรือผู้บริโภค เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการพัฒนาให้บรรจุภัณฑ์ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุดและถูกต้องตามสภาพของสินค้า
     ปัจจุบันในบางประเทศได้ออกกฎเหล็กห้ามนำเข้าบรรจุภัณฑ์ที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ไม่เพียงแต่บรรจุภัณฑ์เพื่อการจำหน่ายเท่านั้น แต่ยังบวกรวมถึงบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งด้วย ซึ่งผู้ผลิตและส่งออกที่ต้องการส่งสินค้าไปจำหน่ายยังประเทศนั้นๆ ต้องปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด

     เนื่องจากบรรจุภัณฑ์กับสิ่งแวดล้อมได้มีบทบาทสำคัญต่อการค้าระหว่างประเทศ โดยได้มีการนำมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมมาใช้เป็นเงื่อนไขในการเจรจาการค้าเสรี ซึ่งได้ประเทศพัฒนาแล้วได้กำหนดกฎระเบียบด้านมาตรฐานสินค้าที่เข้มงวดเชื่อมโยงไปถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทำให้ผู้ประกอบการต้องพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน เพราะถึงแม้จะไม่มีกำแพงภาษี แต่ประเทศต่างๆ อาจใช้มาตรการด้านอื่นมาทดแทนเพื่อเป็นข้อกีดกันได้ เช่น เรื่องคุณภาพสินค้า แหล่งผลิตสินค้า แหล่งวัตถุดิบ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมไปถึงลักษณะบรรจุภัณฑ์ด้วย

     ทำให้บรรจุภัณฑ์กลายเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ผู้ประกอบการต้องหันมาให้ความสำคัญมากขึ้น ทั้งที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมรวมไปถึงการพัฒนาให้สามารถขนส่งได้สะดวกรวดเร็ว ไม่เกิดพื้นที่ว่างเปล่า สามารถบรรจุสินค้าได้มากที่สุด ทำให้ประหยัดค่าขนส่ง โดยที่สินค้าต้องมีความปลอดภัยมากที่สุด…

      “ปัจจุบันผู้ผลิตและส่งผู้ส่งออกต่างให้ความสำคัญกับสินค้าเป็นอย่างมาก ตั้งแต่วิธีการผลิตการขนส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าในสภาพที่ดีตามที่ลูกค้าต้องการ ทำให้เรื่องบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการส่งออกสินค้ามากขึ้น” คุณศุภชัย ฉกาจเกรียงไกร กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัดบิ๊กมูฟ ผู้ให้บริการขนย้ายและโลจิสติกส์ชั้นนำของประเทศไทย ได้แสดงทรรศนะ

     ในด้านการตลาดบรรจุภัณฑ์เป็นสิ่งที่แสดงถึงลักษณะภายนอกของสินค้า ซึ่งจะต้องสามารถดึงผู้บริโภคให้สนใจในตัวสินค้า แต่ทางด้านโลจิสติกส์บรรจุภัณฑ์มีบทบาทสำคัญในการปกป้องตัวผลิตภัณฑ์ไม่ให้เกิดความเสียหายในขณะที่มีการเคลื่อนย้าย และอีกประการหนึ่งคือบรรจุภัณฑ์ที่ดีจะช่วยให้กระบวนการเคลื่อนย้ายและเก็บรักษาสินค้ามีความสะดวกมากขึ้น

     การออกแบบการบรรจุภัณฑ์เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการค้าและการบริการ ในฐานะสิ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า โดยทำหน้าที่ขั้นพื้นฐานอันดับแรกคือ ปกป้อง คุ้มครองสินค้าให้ปลอดภัยจากความเสียหาย อันเนื่องมาจากการกระทบกระเทือน และป้องกันสิ่งปนเปื้อนที่ไม่พึงประสงค์ที่อาจจะเกิดขึ้นในระหว่างการขนส่งสินค้าผลิตภัณฑ์จากโรงงานผลิตไปจนกระทั่งถึงมือผู้บริโภค ซึ่งบทบาทนี้ส่งผลให้บรรจุภัณฑ์มีการพัฒนารูปแบบที่หลากหลายเหมาะสำหรับสินค้าแต่ละประเภท ทำให้ผู้ให้บริการหันมาให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตและออกแบบบรรจุภัณฑ์มากขึ้น

“สกลชัย” นำไอทีเสริมศักยภาพผลิตบรรจุภัณฑ์

สกลชัยทรานสแพ๊ค รุกบริหารงานอย่างเต็มรูปแบบ เน้นกลยุทธ์บูรณาการบรรจุภัณฑ์จากทุกกระบวนการที่เกี่ยวข้อง หวังสนองความต้องการของผู้ใช้อย่างเต็มที่ พร้อมยึดหลักการ “เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

     ปัจจุบันการพัฒนาแพคเกจจิ้งจะคำนึงถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ พร้อมกันนี้ผู้ให้บริการต้องมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายข้อห้ามและข้อกำหนดของประเทศปลายทาง โดยในการผลิตและออกแบบบรรจุภัณฑ์แต่ละครั้ง เมื่อได้รับคำสั่งของลูกค้าแล้ว หจก.สกลชัยทรานสแพ๊ค จะทำการศึกษาค้นคว้าข้อมูลจากทุกแหล่งที่เกี่ยวข้อง เพื่อทราบถึงพัฒนาการของบรรจุภัณฑ์รวมถึงข้อกำหนดและข้อห้ามของประเทศต่างๆ เพื่อที่จะได้ปฏิบัติตามอย่างถูกต้องและเหมาะสม คุณวันรัฐ รัตนประทุม General Manager หจก.สกลชัยทรานสแพ๊ค ผู้เชี่ยวชาญในการบรรจุหีบห่อสินค้าด้วยลังไม้เพื่อการส่งออก ได้ให้มุมมอง

     คุณวันรัฐ กล่าวว่า หากสินค้าที่ต้องการขนส่งจำเป็นต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากไม้ ตามข้อกำหนด IPPC-International Plant Protection Convention มีวิธีการเพื่อความปลอดภัย 2 วิธี เพื่อรับรองว่าวัสดุนั้นปราศจากโรคพืชและแมลงคือใช้การรมควัน Fumigation) และการอบด้วยความร้อน (Heat Treatment) เพื่อทำลายโรคที่แอบแฝงมากับไม้ ก่อนที่จะนำวัสดุนั้นมาทำการผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์แล้วบรรจุสินค้าส่งออกไปยังต่างประเทศ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับวัสดุที่นำมาใช้คือ พิจารณาจากแหล่งที่มาว่าสะอาดเพียงพอและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

     ขณะนี้สหภาพยุโรปหรือ EU ได้กำหนดกฎระเบียบเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ โดยข้อบังคับล่าสุดคือ Directive 94/62/EC ที่ให้ประเทศสมาชิกเกิดความสอดคล้องในการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการจัดการบรรจุภัณฑ์ ในด้านการป้องกันและลดผลกระทบจากของเสียบรรจุภัณฑ์ต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมให้มีการใช้ซ้ำ การหมุนเวียนวัสดุนำกลับไปซ้ำเพื่อลดปริมาณการทิ้งของเสียในประเทศให้น้อยลงอย่างต่อเนื่อง โดยที่ตัวบรรจุภัณฑ์ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะตัว และต้องคงสภาพเดิมตลอดอายุการใช้ซ้ำที่กำหนดไว้ว่าใช้ซ้ำได้กี่ครั้ง และตัวบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำต้องง่ายต่อการทำความสะอาด การบรรจุ นอกจากนี้เมื่อครบกำหนดอายุการใช้ซ้ำแล้ว วัสดุภัณฑ์นั้นต้องสามารถนำไปฟื้นสภาพเป็นพลังงานอื่นๆ ได้

     ส่วนข้อกำหนดสำหรับฟื้นสภาพไปใช้ประโยชน์โดยมีการหมุนเวียนบรรจุภัณฑ์กลับไปใช้ วัสดุบรรจุภัณฑ์แต่ละชนิดไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 โดยน้ำหนัก การใช้ของเสียบรรจุภัณฑ์แปรเป็นพลังงาน วัสดุบรรจุภัณฑ์ควรจะมีค่าความร้อนไม่น้อยกว่า 13 Mj/kg นอกจากนี้ ของเสียจากบรรจุภัณฑ์ที่นำไปกลบฝังจะต้องสลายตัวแบบ Biodegradable อย่างสมบูรณ์ เกิดเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ ชีวมวล และน้ำ

     โดยสหภาพยุโรปยังกำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องตรวจสอบหรือวิเคราะห์ปริมาณของโลหะหนักของตะกั่ว แคดเมียม ปรอท และเฮกซาวาไลน์โครเมียม ในบรรจุภัณฑ์หรือส่วนประกอบของบรรจุภัณฑ์ ผู้ผลิตหรือผู้ใช้ภายในสองปีนับตั้งแต่วันที่ประเทศสมาชิกออกกฎหมายบรรจุภัณฑ์และของเสียจากบรรจุภัณฑ์จะต้องควบคุมไม่ให้เกิน 600 ppm โดยน้ำหนัก ภายในสามปีนับตั้งแต่ออกกฎหมายบรรจุภัณฑ์และของเสียจากบรรจุภัณฑ์ประเทศสมาชิกจะต้องควบคุมไม่ให้เกิน 250 ppm โดยน้ำหนัก และภายใน 5 ปี นับตั้งแต่ออกกฎหมายบรรจุภัณฑ์และของเสียจากบรรจุภัณฑ์ประเทศสมาชิกจะต้องควบคุมไม่ให้เกิน 100 ppm

 บรรจุภัณฑ์นับเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้นในการผลิตและออกแบบต้องอาศัยการบูรณาการความคิดเข้าไป ในเรื่องนี้คุณวันรัฐได้แสดงแนวคิดว่า ผู้ผลิตสินค้าจะต้องรู้เกี่ยวกับการขนส่งระบบโลจิสติกส์ รูปแบบการขนส่ง ตลอดจนการจัดการเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทั้งหมด เนื่องจากผู้ให้บริการบรรจุภัณฑ์ไม่ใช่ผู้เดียวที่จะมีบทบาทในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ แต่ผู้ใช้จะต้องเข้าใจถึงลักษณะของผลิตภัณฑ์ เพื่อที่ผู้ให้บริการจะได้วิเคราะห์ออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับลักษณะของผลิตภัณฑ์และสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างเต็มที่

     “การบูรณาการบรรจุภัณฑ์หมายความถึง การนำความรู้ที่ได้จากทุกกระบวนการที่เกี่ยวข้อง นำมารวบรวมและวิเคราะห์เพื่อออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพและตรงตามความต้องการของผู้ใช้มากที่สุด ภายใต้เงื่อนไขคือให้สินค้าถึงมือผู้รับปลายทางอย่างปลอดภัยและไม่เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้การออกแบบบรรจุภัณฑ์จะคำนึงถึงขนาดคอนเทนเนอร์และตู้รถไฟ ให้สามารถบรรจุสินค้าได้มากที่สุดและมีพื้นที่เหลือน้อยที่สุดเพื่อลดต้นทุนในการขนส่ง” คุณวันรัฐ กล่าวย้ำ
     แนวคิดในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สามารถขนย้ายสินค้าได้อย่างสะดวกนั้น จะพิจารณาจากลูกค้าปลายทางว่าเป็นผู้บริโภคขั้นสุดท้ายหรือเป็นผู้บริโภคขั้นกลางที่เป็นโรงงานผู้ประกอบชิ้นส่วน เพราะหากลูกค้าปลายทางเป็นโรงงานผู้ผลิตที่จะต้องเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนไปป้อนให้สายการผลิต หลักการที่ใช้ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์ก็ต้องออกแบบให้สามารถนำชิ้นส่วนไปใช้ได้อย่างสะดวกไม่มีการบรรจุซ้ำซ้อน ทั้งนี้การออกแบบจะต้องขึ้นอยู่กับลูกค้าปลายทางและวิธีการขนส่ง (Mode of Transport)

     ทั้งนี้ ทางสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้จัดงบประมาณส่วนหนึ่งเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ต้องการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการรีไซเคิลพลาสติก ซึ่งเป็นที่มาของแนวคิด “การพัฒนากระบวนการรีไซเคิลในการนำของเสียและเศษพลาสติกจากกระบวนการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดโพลีโพรพิลีน (PP) และโพลิสไตรีน (PS) กลับมาใช้ใหม่ ทำให้ผู้ประกอบการสามารถลดต้นทุนในการผลิตได้เป็นอย่างมาก โดยขณะนี้ได้มีหลายบริษัทสนใจเข้าร่วม

     ในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างประเทศแถบยุโรปหรือแม้กระทั่งในเอเชียเอง เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี และไต้หวัน รัฐบาลของประเทศเหล่านี้ได้ตระหนักถึงพิษภัยและความจำเป็นในการรณรงค์ให้ประชาชนลดการใช้ บรรจุภัณฑ์จากโฟมและพลาสติกมานานแล้ว โดยในหลายประเทศได้ออกมาตรการจัดเก็บภาษีสำหรับผู้นำเข้า ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากโฟมและพลาสติกเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เพื่อเป็นงบประมาณในการกำจัดขยะมลพิษเหล่านี้ และเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคผู้ผลิตและผู้นำเข้าต่างๆ เร่งหาบรรจุภัณฑ์ทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

     โดยเมื่อเร็วๆ นี้ สหภาพยุโรป ได้ออกประกาศข้อกำหนดมาตรฐานบรรจุภัณฑ์ใหม่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมจำนวน 6 รายการ ประกอบด้วย 1. ข้อกำหนดทั่วไปเกี่ยวกับมาตรฐานของบรรจุภัณฑ์ และเศษเหลือทิ้ง 2. ข้อกำหนดเฉพาะสำหรับ บรรจุภัณฑ์ที่ใช้หีบห่อเพื่อป้องกันอันตราย โดยให้ลดขนาดและปริมาณของหีบห่อให้น้อยที่สุดแต่ให้มีความปลอดภัยที่สุด 3. ข้อกำหนดของบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งผู้บรรจุหีบห่อจะต้องยืนยันว่า บรรจุภัณฑ์ของตนสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และคำยืนยัน 4. ข้อกำหนดเกี่ยวกับมาตรฐานการนำวัสดุของบรรจุภัณฑ์ไปเข้ากระบวนการผลิตใหม่ 5. ข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำวัสดุหีบห่อไปใช้เป็นเชื้อเพลิงให้เกิดพลังงาน รวมถึงข้อกำหนดค่าพลังงานขั้นต่ำที่ได้เมื่อมีการเผาไหม้ 6. ข้อกำหนดเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ที่สามารถย่อยสลายได้โดยกระบวนการทางชีวภาพหรือใช้เป็นส่วนผสมของปุ๋ย (ข้อมูลจาก : กลุ่มภารกิจด้านการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์)

“บิ๊กมูฟ” รุดหน้าด้วยไอทีเสริมประสิทธิภาพบรรจุภัณฑ์

“บิ๊กมูฟ” หวังไต่ระดับสู่ผู้นำบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง เร่งนำเทคโนโลยี “CUBE intelligent” เข้าช่วยพัฒนาการออกแบบและผลิต ชี้ไอทีทำให้การบรรจุสินค้ามีความแม่นยำไม่เกิดพื้นที่ว่าง สามารถใช้ประโยชน์จากการส่งต่อครั้งได้เต็มที่

     ขณะนี้ ห้างหุ้นส่วนจำกัดบิ๊กมูฟ ได้นำระบบซอฟต์แวร์จากสิงคโปร์ ที่เรียกว่า CUBE intelligent เข้ามาช่วยเสริมศักยภาพการผลิตและออกแบบบรรจุภัณฑ์ โดยระบบสามารถคำนวณขนาดและรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ได้ ทำให้การออกแบบมีความแม่นยำ ไม่เกิดพื้นที่ว่าง สามารถใช้ประโยชน์จากการส่งต่อครั้งได้เต็มที่

     การพัฒนาซอฟต์แวร์มาใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์” คุณศุภชัย ฉกาจเกรียงไกร กรรมการผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัดบิ๊กมูฟ ได้เล่าให้ฟังว่า ในอดีตการผลิตบรรจุภัณฑ์จะใช้การคำนวณเองโดยการประมาณการว่าสินค้าแต่ละชิ้นจะต้องใช้บรรจุภัณฑ์แบบใดขนาดใด ซึ่งไม่มีความละเอียดและแม่นยำโดยเฉพาะกับสินค้าบางประเภทที่ต้องให้ความสำคัญกับการบรรจุเป็นพิเศษ แต่หากเป็นการคำนวณด้วยระบบไอทีแล้ว ระบบจะสามารถคำนวณสินค้าได้ทุกประเภทและหลากหลายขนาดและหลากหลายรูปทรง นอกจากนี้ซอฟต์แวร์ยังสามารถบอกได้ทันทีว่าในการบรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์นั้นสินค้าใดควรบรรจุก่อนหลัง และของชิ้นใดห้ามวางซ้อน โดยเมื่อระบบทำการจัดลำดับเป็นที่เรียบร้อยแล้วจะประมวลผลและพิมพ์ออกมาให้ดูว่าของแต่ละชิ้นจะต้องวางอย่างไรบ้าง

     “เมื่อเราคีย์ข้อมูลของสินค้าเข้าไปในระบบแล้ว ซอฟต์แวร์จะทำการประมวลผลออกมาเป็นลูกบาศก์เมตร พร้อมทั้งออกแบบรูปทรงของบรรจุภัณฑ์ทันที พร้อมกันนี้ยังสามารถกำหนดรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ไม่ให้คว่ำหรือไม่ให้หงายได้อีกด้วย นอกจากนี้ในขั้นตอนการบรรจุสินค้าเข้าตู้คอนเทนเนอร์ ระบบซอฟต์แวร์จะช่วยคำนวณว่าสินค้าชนิดใดต้องนำเข้าบรรจุก่อนและหลัง และต้องใช้กี่ตู้คอนเทนเนอร์” คุณศุภชัย กล่าว 

     การนำระบบไอทีที่ทันสมัยเข้ามาใช้จะช่วยให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น พร้อมทั้งสามารถตอบคำถามลูกค้าได้ทันทีว่าในการขนส่งสินค้าจำนวนนั้นจะต้องใช้กี่ตู้คอนเทนเอนร์หรือว่าจะต้องใช้แบบไม่เต็มตู้ต้อง LCL กี่คิว โดยลูกค้าจะสามารถรู้ Cost ได้ทันที และเมื่อทำการส่งสินค้าไปยังลูกค้าปลายทางระบบจะทำการแจ้งข้อมูลให้ลูกค้าปลายทางทราบว่าสินค้าที่ส่งไปนั้นแต่ละชิ้นบรรจุในตำแหน่งใดของตู้คอนเทนเนอร์

  ทั้งนี้ ในการพัฒนาหรือเลือกใช้ภาชนะบรรจุสำหรับสินค้าชนิดหนึ่งๆ นั้น จำเป็นต้องมีการออกแบบภาชนะบรรจุให้ถูกต้องคือต้องมีความสอดคล้องกับสินค้า สภาพการขนส่ง และการตลาด การออกแบบดังกล่าวสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกได้แก่การออกแบบด้าน โครงสร้าง (Structural design) หมายถึงเทคนิคในการเลือกใช้ชนิดของวัสดุ การกำหนดขนาด รูปแบบ วิธีการบรรจุ และส่วนประกอบต่างๆ เพื่อให้ภาชนะบรรจุนั้นสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ประเภทที่สองเรียกว่าการออกแบบด้านกราฟฟิก (graphic design หรือ visual design) หมายถึงการออกแบบที่ให้ผลต่อการส่งเสริมการขาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับคุณภาพของการพิมพ์ การตบแต่งด้านสีสัน รูปภาพ รูปร่าง เพื่อให้ภาชนะบรรจุนั้นมีความสวยงาม รวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้านั้นได้ด้วย

 ในอนาคตเรื่องบรรจุภัณฑ์ไม่ใช่เพียงวัสดุภายนอกที่ใช้ห่อหุ้มสินค้าเท่านั้น แต่บรรจุภัณฑ์จะกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญที่บางประเทศอาจนำมาใช้เป็นเครื่องกีดกันทางการค้า ซึ่งผู้ประกอบการไทยต้องพยายามก้าวตามให้ทัน เพื่อจะได้ไม่ตกขอบเวทีแข่งขันการค้าครั้งนี้...

สหรัฐออกกฎเหล็ก
คุมเข้มบรรจุภัณฑ์จากไม้
  
     หน่วยงาน Agriculture’s Animal and Plant Inspection Service (APIS) ในความร่วมมือกับ Homeland Security’s Customs and Border Protection (CBP) ในประเทศสหรัฐอเมริกา เริ่มบังคับใช้กฎหมายบรรจุภัณฑ์จากไม้ หรือ Wood Packaging Material (WPM) ระยะที่ 3 ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2549 มีใจความสำคัญว่า บรรจุภัณฑ์ WPM ใดๆ เช่น พาเล็ต ลังไม้ กล่อง หรือ การใช้วัสดุจากไม้ในการห่อหุ้มคาร์โก้ จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ และต้องปราศจากแมลงอาศัยอยู่ในไม้ ก่อนที่จะนำเข้าหรือเป็นจุดผ่านไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา

     กฎข้อบังคับ WPM ฉบับใหม่นี้จะส่งผลกับสินค้าที่นำเข้าไปยังสหรัฐที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุไม้มากกว่า 6 มม. (24 นิ้ว) ทุกรูปทรง ทั้งนี้ บรรจุภัณฑ์ประเภท WPM จะต้องผ่านความร้อน หรือพ่นยาเมทธิว โบวไมด์ (methyl bromide) ตามที่บัญญัติไว้ใน International Standards for Phytosanitary Measures: Guidelines for Regulating Wood Packaging Material in International Trade (ISPM 15) และจะต้องมีเครื่องหมายแสดงให้เห็นว่าเป็น โลโก้นานาชาติที่ผ่านการรับรองแล้วว่ามีการปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

     WPM ที่ไม่มีเครื่องหมายดังกล่าว APHIS และ CBP กำหนดให้ต้องผ่านกระบวนการส่งออกใหม่โดยทันทีอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากไม่เป็นไปตามกฎข้อบังคับ ISPM 15 และมาตรฐานการทำเครื่องหมาย นอกจากนี้ APHIS และ CBP ยังบังคับให้หีบห่อ WPM ที่เครื่องหมายดังกล่าว แต่ตรวจพบว่ามีแมลงอาศัยอยู่เนื้อไม้จะต้องผ่านการกระบวนการส่งออกใหม่โดยทันทีอีกครั้ง

     การรขนส่ง WPM ที่ไม่เป็นไปตามกฎระเบียบอนุญาต จะสามารถนำเข้ามาได้โดยผ่านการเห็นชอบจากผู้อำนวยการท่าเรือของ CBP ก่อน เพื่อพิจาณาถึงความเป็นไปได้ที่จะแยกสินค้าคาร์โก้ออกจาก WPM ที่ไม่ได้รับการยินยอมให้เข้าประเทศ การจัดการส่งออกเรื่องบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการยินยอมจะต้องได้รับการปฏิบัติให้ถูกต้องก่อนที่คาร์โก้นั้นจะส่งไปยังผู้รับของ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องพร้อมกับกระบวนการส่งออกอีกครั้งเป็นความรับผิดชอบของผู้ส่งออกหรือผู้ที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง
     กฎข้อบังคับเรื่อง WCM แบ่งเป็น 3 ระยะ เพื่อให้เกิดความเข้าใจเป็นอย่างเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ส่งออก ผู้นำเข้าสินค้าเข้าประเทศสหรัฐอเมริกา ระยะแรก เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2548 เป็นระยะแจ้งตักเตือน (informed compliance) เจ้าหน้าที่ของ CBP หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการกสิกรรมเป็นคนตรวจสอบด้วยตาเปล่า ถ้า WPM ใดไม่มีเครื่องหมายแสดงให้เห็นว่าได้รับการปฏิบัติตามกฎระเบียบ นายหน้าหรือผู้ส่งออกจะได้รับการเตือนว่าเป็น NCWPM หรือ Non Compliance Wood Packaging Material และจะได้รับข้อมูลเพิ่มเติม

     ระยะที่ 2 เริ่มตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2549 ยังคงใช้มาตรฐานการตักเตือนอยู่สำหรับบรรจุภัณฑ์ประเภท WPM ยกเว้นบรรจุภัณฑ์ที่เป็นพาเลตและลังไม้ CBP จะเริ่มใช้กฎข้อบังคับใช้ขั้นเด็ดขาด การส่งออกที่มีการขนส่งพาเลตหรือลังไม้ที่ฝ่าฝืนกฎจะถูกสั่งระงับ ถ้าผู้อำนวยการการท่าเห็นว่าไม่สามารถแยกสินค้าออกจาก WPM ที่ฝ่าฝืนกฎได้ การขนส่ง IT และ T&E ใดๆ ที่ฝ่าฝืนกฎ WPM จะไม่อนุญาตให้หยุดพักสินค้าได้ ยกเว้นมีเงื่อนไขที่มีเหตุผลเพียงพอ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการบริการของ CBP และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับการแยกคาร์โก้จะเรียกเก็บกับผู้นำเข้าหรือผู้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง WPM และสินค้าที่เกี่ยวข้องจะถูกส่งออกโดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้นำเข้าและผู้มีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง

 ระยะที่ 3 เริ่มตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2549 เป็นการใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในทุกๆ กรณีสำหรับบรรจุภัณฑ์ประเภท WPM CBP จะเลิกใช้การแจ้งให้ทราบไม่ว่าจะเป็นการขนส่งในระดับใดๆ การขนส่งที่มี WPM ที่ละเมิดกฎจะถูกสั่งระงับ ถ้าผู้อำนวยการการท่าเห็นว่าไม่สามารถแยกสินค้าออกจาก WPM ที่ฝ่าฝืนกฎได้ การขนส่ง IT และ T&E ที่พบว่าฝ่าฝืนกฎ WPM จะไม่อนุญาตให้หยุดพักสินค้าได้ ยกเว้นมีเงื่อนไขที่มีเหตุผลเพียงพอ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการบริการของ CBP และผู้เชี่ยวชาญด้านกสิกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแยกคาร์โก้จะเรียกเก็บกับผู้นำเข้าหรือผู้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง WPM และสินค้าที่เกี่ยวข้องจะถูกส่งออก โดยเป็นค่าใช้จ่ายของผู้นำเข้าและผู้มีผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง

     กฎข้อบังคับนี้มาจากการประชุมว่าด้วยเรื่องการปกป้องพืชพรรณไม้นานาชาติและนำเป็นมาตรฐานสำหรับ WCM ซึ่งได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าจะช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายแมลงจากต้นไม้โดยผ่าน WPM และประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในหลายๆ ประเทศที่ใช้มาตรฐานนานาชาตินี้


การออกแบบบรรจุภัณฑ์
     การออกแบบบรรจุภัณฑ์ อาจแบ่งประเภทลักษณะการออกแบบได้ 2 ประเภทคือ
* การออกแบบลักษณะโครงสร้าง
* การออกแบบกราฟฟิค
     การออกแบบลักษณะโครงสร้าง หมายถึง การกำหนดรูปลักษณะ โครงสร้างวัสดุที่ใช้ตลอดจนกรรมวิธีการผลิต การบรรจุ ตลออดจนการขนส่งเก็บรักษาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์นับตั้งแต่จุดผลิตจนถึงมือผู้บริโภค
     การออกแบบกราฟฟิค หมายถึง การสร้างสรรค์ลักษณะส่วนประกอบภายนอกของโครงสร้างบรรจุภัณฑ์ให้สามารถสื่อสาร สื่อความหมาย ความเข้าใจ ในอันที่จะให้ผลทางด้านจิตวิทยา (Psychological Effects) ต่อผู้บริโภค และอาศัยหลักศิลปะการจัดภาพให้เกิดความประสานกลมกลืนกันอย่างสวยงาม ตามวัตถุประสงค์ที่ได้วางไว้ 

กระบวนการออกแบบโครงสร้างบรรจุภัณฑ์
1. กำหนดนโยบายหรือวางแผนยุทธศาสตร์ เช่น ตั้งวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการผลิต เงินทุนงบประมาณ การจัดการ และการกำหนดสถานะ ของบรรจุภัณฑ์ ในส่วนนี้ทางบริษัทแด่ชีวิตจะเป็นผู้กำหนด 

2. การศึกษาและการวิจัยเบื้องต้น ได้แก่ การศึกษาข้อมูลหลักการทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และวิศวกรรมทางการผลิต ตลอดจนการค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นและเกี่ยวข้องสอดคล้องกันกับการออกแบบโครงสร้างของบรรจุภัณฑ์

3. การศึกษาถึงความเป็นไปได้ของบรรจุภัณฑ์ เมื่อได้ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ แล้วก็เริ่มศึกษาความเป็นไปได้ของบรรจุภัณฑ์ด้วยการสเก็ตภาพ แสดงถึงรูปร่างลักษณะ และส่วนประกอบของโครงสร้าง 2-3 มิติ หรืออาจใช้วิธีการอื่นๆ ขึ้นรูปเป็นลักษณะ 3 มิติ ก็สามารถกระทำได้ ในขั้นตอนนี้จึงเป็นการเสนอแนวความคิดสร้างสรรค์ขั้นต้นหลายๆ แบบ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในเทคนิควิธีการบรรจุ และการคำนวณเบื้องต้น ตลอดจนเงินทุนงบประมาณดำเนินการ และเพื่อการพิจารณาคัดเลือกแบบร่างไว้เพื่อพัฒนาให้สมบูรณ์ในขั้นตอนต่อไป 

4. การพัฒนาและแก้ไขแบบ ในขั้นตอนนี้ผู้ออกแบบจะต้องขยายรายละเอียดปลีกย่อยต่าง ๆ ของแบบร่างให้ทราบอย่างละเอียดโดยเตรียมเอกสารหรือข้อมูลประกอบ มีการกำหนดเทคนิคและวิธีการผลิต การบรรจุ วัสดุ การประมาณราคา ตลอดจนการทดสอบทดลองบรรจุ เพื่อหารูปร่าง รูปทรงหรือส่วนประกอบต่างๆ ที่เหมาะสมกับหน้าที่ของบรรจุภัณฑ์ที่ต้องการด้วยการสร้างรูปจำลองง่าย ๆ (Mock Up) ขึ้นมา ดังนั้นผู้ออกแบบจึงต้องจัดเตรียมสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อย่างละเอียดรอบคอบเพื่อการนำเสนอต่อลูกค้าและผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องให้เกิดความเข้าใจ เพื่อพิจารณาให้ความคิดเห็นสนับสนุนยอมรับหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมในรายละเอียดที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น การทำแบบจำลองโครงสร้างเพื่อศึกษาถึงวิธีการบรรจุ และหน้าที่ของบรรจุภัณฑ์ก่อนการสร้างแบบเหมือนจริง 

 5. การพัฒนาต้นแบบจริง เมื่อแบบโครงสร้างได้รับการแก้ไขและพัฒนาผ่านการยอมรับแล้ว ลำดับต่อมาต้องทำหน้าที่เขียนแบบ (Mechanical Drawing) เพื่อกำหนดขนาด รูปร่าง และสัดส่วนจริงด้วยการเขียนภาพประกอบแสดงรายละเอียดของรูปแบบแปลน รูปด้านต่างๆ (Elevations) ทัศนียภาพ (Perspective) หรือภาพแสดงการประกอบ (Assembly) ของส่วนประกอบต่างๆ มีการกำหนดมาตราส่วน (Scale) บอกชนิดและประเภทวัสดุที่ใช้มีข้อความ คำสั่ง ที่สื่อสารความเข้าใจกันได้ในขบวนการผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ของจริง แต่การที่จะได้มาซึ่งรายละเอียดเพื่อนำไปผลิตจริงดังกล่าวนั้น ผู้ออกแบบจะต้องสร้างต้นแบบจำลองที่สมบูรณ์ (Prototype) ขึ้นมาก่อนเพื่อวิเคราะห์โครงสร้างและจำแนกแยกแยะส่วนประกอบต่างๆ ออกมาศึกษา ดังนั้น Prototype ที่จัดทำขึ้นมาในขั้นนี้จึงควรสร้างด้วยวัสดุที่สามารถให้ลักษณะและรายละเอียดใกล้เคียงกับบรรจุภัณฑ์ของจริงให้มากที่สุดเท่าที่จะกระทำได้ เช่น อาจจะทำด้วยปูนพลาสเตอร์ ดินเหนียว กระดาษ ฯลฯ และในขั้นนี้การทดลองออกแบบกราฟฟิคบนบรรจุภัณฑ์ ควรได้รับการพิจารณาร่วมกันอย่างใกล้ชิคกับลักษณะของโครงสร้างเพื่อสามารถนำผลงานในขั้นนี้มาคัดเลือกพิจารณาความมีประสิทธภาพของรูปลักษณ์บรรจุภัณฑ์ที่สมบูรณ์

     6. การผลิตจริง สำหรับขั้นตอนนี้ส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่รับผิดชอบของฝ่ายผลิตในโรงงานที่จะต้องดำเนินการตามแบบแปลนที่นักออกแบบให้ไว้ ซึ่งทางฝ่ายผลิตจะต้องจัดเตรียมแบบแม่พิมพ์ของบรรจุภัณฑ์ให้เป็นไปตามกำหนด และจะต้องสร้างบรรจุภัณฑ์จริงออกมาจำนวนหนึ่งเพื่อเป็นตัวอย่าง (Pre- Production Prototypes) สำหรับการทดสอบทดลองและวิเคราะห์เป็นครั้งสุดท้าย หากพบว่ามีข้อบกพร่องควรรีบดำเนินการแก้ไขให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วจึงดำเนินการผลิตเพื่อนำไปบรรจุและจำหน่ายในลำดับต่อไป 


ประโยชน์ของบรรจุภัณฑ์
     1. การป้องกัน (Protection) เช่น กันน้ำ กันความชื้น กันแสง กันแก๊ส เมื่ออุณหภูมิสูงหรือต่ำ ต้านทานมิให้ผลิตภัณฑ์แปรสภาพไม่แต่ไม่ฉีกขาดง่าย ปกป้องให้สินค้าอยู่ในสภาพใหม่สดอยู่ในสภาวะแวดล้อมของตลาดได้ในวงจรยาว โดยไม่แปรสภาพขนานแท้และดั้งเดิม

     2. การจัดจำหน่ายและการกระจาย (Distribution) เหมาะสมต่อพฤติกรรมการซื้อขายเอื้ออำนวยการแยกขาย ส่งต่อ การตั้งโชว์ การกระจาย การส่งเสริมจูงใจในตัว ทนต่อการขนย้าย ขนส่ง และการคลังสินค้า ด้วยต้นทุนสมเหตุสมผล ไม่เกิดรอยขูดขีด / ชำรุด ตั้งแต่จุดผลิตและบรรจุจนถึงมือผู้ซื้อ / ผู้ใช้ / ผู้บริโภค ทนทานต่อการเก็บไว้นานได้

     3. การส่งเสริมการจำหน่าย (Promotion) เพื่อยึดพื้นที่แสดงจุดเด่น โชว์ตัวเองได้อย่างสะดุดตา สามารถระบุแจ้งเงื่อนไข แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับการเสนอผลประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อจูงใจผู้บริโภค เมื่อต้องการจัดรายการเพื่อเสริมพลังการแข่งขัน ก็สามารถเปลี่ยนแปลงและจัดทำได้สะดวก ควบคุมได้และประหยัด

     4. การบรรจุภัณฑ์กลมกลืนกับสินค้า และกรรมวิธีการบรรจุ (Packaging) เหมาะสมทั้งในแง่การออกแบบ และเพื่อให้มีโครงสร้างเข้ากับขบวนการบรรจุ และเอื้ออำนวยความสะดวกในการหิ้ว – ถือกลับบ้าน ตลอดจนการใช้ได้กับเครื่องมือการบรรจุที่มีอยู่แล้ว หรือจัดหามาได้ ด้วยอัตราความเร็วในการผลิตที่ต้องการ ต้นทุนการบรรจุภัณฑ์ต่ำหรือสมเหตุสมผล ส่งเสริมจรรยาบรรณและรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ก่อให้เกิดมลพิษและอยู่ในทำนองคลองธรรมถูกต้องตามกฎหมายและพระราชบัญญัติต่าง ๆ

     5. เพิ่มยอดขาย เนื่องจากในตลาดมีสินค้าและคู่แข่งเพิ่มขึ้นตลอดเวลา หากบรรจุภัณฑ์ของสินค้าใดได้รับการออกแบบเป็นอย่างดี จะสามารถดึงดูดตา ดึงดูดใจผู้บริโภคและก่อให้เกิดการซื้อในที่สุด รวมทั้งการลดต้นทุนการผลิต